counter 31,863

Profile

NuBi
: ] dAÐewvinG - I really love you

Calendar

December 2007
S M T W T F S
« Jan   Jan »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 

Recent Readers

You!
Join storythai!

Anyanne-♥

more+

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

[Special 4] fic the beginning part 1

[special 4] fic the beginning...เมื่อก่อนเรารักกันยังไงนะ

                                                                                                                                  

 

Part 1 (รักระหว่างหนุ่มน้อยขี้อาย กับนายมาดขรึม)

 

เสียงเจี้ยวจ้าววุ่นวายดูจะเป็นเรื่องที่เเสนธรรมดาไปเสียเเล้วสำหรับบ้านน้อยหลังนี้ ชายหนุ่มที่นั่งดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่สนใจ เสียงปึงปังที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าใครหน้าไหนจะวิ่งตัดผ่านหน้าเขาไปกี่รอบ ไม่ก็เสียงร้องโหยหวนของใครซักคนดังเข้ามาในโสตประสาท หรือเเม้เเต่เสียงเม้าท์เเตกของเพื่อนอีกคู่นึง เขาก็ยังคงนั่งมันอยู่ตรงนั้น นั่งมันอยู่ที่เดิม

 

เฮ้ย นายเอามันไปเดี๋ยวนี้!!!!!!!!” เสียงเเหบๆเเหลมๆของใครบางคนที่เรียกตัวเองว่าเจ้าชาย ดังขึ้นอย่างน่าตกใจ

เอาน่า สงสารมัน นายก็ช่วยเลี้ยงมันหน่อยไม่ได้รึไง อีกคนที่ตัวโตยังคงถือหางของเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เเสนโชคร้ายเอาไว้ในมือ พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้

 

อย่าเข้ามานะโว้ยยยยยยย เข้ามาเเกตายเเน่ ไม่งั้นฉันจะถีบส่งเเกออกไปนอนข้างนอกห้อง เข้าใจมั้ยไอ้แป้นนนนนน!!” อีกคนที่กระเถิบตัวหนี อย่างช้า ให้คนที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ตัวเอง....

พี่จอนจินพี่ก็อย่าไปแกล้งพี่เฮซองซิ เเล้วดูดิพี่ สงสารมันเอามันไปปล่อยเลยนะ เอามานี้เลย!!!” เสียงเล็กของใครอีกคนก็ดังเเทรกขึ้นมาอีก ทำเอาคนที่สนใจหน้าจอโทรทัศน์ ต้องเหลียวกลับมามอง

 

ภาพที่เห็นคือร่างเล็กๆตามเเบบฉบับของเจ้าตัวกำลังเดินดุ่มๆๆๆ ไปหาคนที่ตีกันอยู่ทั้งสอง ก่อนมือบางจะเอื้อมไปคว้าเอาจิ้งจกน่าเวทนาตัวนั้นมาไว้ในมืออย่างเบาๆ ก่อนจะรีบๆเดินไปที่ริมระเบียง มือเล็กค่อยๆปล่อยมันออกจากมือตนเอง ตากลมนั่งมองมันอยู่พักนึง จนมันวิ่งหายเข้าไปในความมืด จนเเน่ใจเเล้วว่าจะไม่มีใครไปจับมันมารังเเกได้อีก จึงเดินกลับเข้าบ้านอย่างสบายใจ พร้อมกับพาตัวเองมานั่งคู่กับคนตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์

 

พี่เอริค พี่กินอะไรรึยังฮะ คนตัวเล็กถามไถ่ ส่งเสียงใสเเจ๋วได้อย่างน่าฟัง ถ้าหากฟังไม่ผิดเเล้วมันเจือความห่วงใยเข้ามาด้วยรึเปล่านะ

ยังเลย เเล้วนายล่ะ ตัวเล็ก อีกคนหันกลับมาตอบพร้อมกับเอามือลูบหัวคนถามเบาๆ

ยังเหมือนกัน ก็พี่จอนจินน่ะซิ มัวเเ ต่ตีกับพี่เฮซองอยู่นั้นเเหละ ผมหิวจะเเย่เเล้วเนี่ยว่าเเล้วก็ทำท่าหิวขึ้นมาจริงๆ ทำเอาพ่อเสือยิ้มยากที่นั่งด้วยกันอดระบายยิ้มอ่อนๆขึ้นมาไม่ได้

 

งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกเฮซองให้ละกันนะ อย่างงี้ดีมั้ย ว่าเเล้วก็เอาอาหารมาล่อจนได้เเฮะ

ดีซิ รักพี่เอริคที่สุดเลยยยยย เเอนดี้ยิ้มกว้างขวางส่งไปให้เเทนคำขอบคุณ จนคนฟังหัวใจพองโต อยากจะยิ้มให้เเก้มปรี หากยังคงเก็บซ้อนอาการของตนเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

 

คนที่ฟังอยู่นั้นได้เเต่เเอบคิดไปในใจว่า หากคำว่ารักที่ได้ยินนี้เป็นสิ่งที่มาจากหัวใจดวงเล็กนั้น จริงๆก็คงจะดีซินะ ไม่ใช่เเค่เอามาใช้พูดในสถานการณ์เเบบนี้เท่านั้น

 

ใช่เเล้วเป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจน่ะ ถูกต้องเเล้ว ตอนนี้เอริค ชายหนุ่มน่าตาดีเเละจัดได้ว่าเป็นคนที่เข้าถึงยากมากคนหนึ่ง กำลังต้องมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของหนุ่มน้อยด้านข้างนี้เข้าให้อย่างเต็มรัก จนเเม้เเต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหนเหมือน หากเพียงเเต่รู้ว่าวันเเรกที่เค้าเจอใบหน้ากลมๆของคนตัวเล็กเป็นครั้งเเรก ตอนนั้น เค้าเพียงรู้สึกว่า เด็กหน้าตาธรรมาดาที่ไม่มีความพิเศษคนนี้จะมาร่วมงานกับคนอย่างเค้าได้ยังไงกัน เเต่หากคำถามนั้น กลับได้รับคำตอบในเวลาต่อมา กลับกลายเป็นว่าไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนทั้งวงจะรักเเละเอ็นดู เจ้าตัวเล็กนี้ได้ยังไง

 

ความสดใสร่าเริง ความน่ารักอย่างที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ ความไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกเเละการเเสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ราวกับเเก้วที่ผ่านการเจียระไนลบรอยคม จนมันดูทั้งมน ใส เเละบอบบางน่าทะนุถนอมที่สุด ทุกกริยาที่คนตัวเล็กนี้เเสดงออก มันช่างดูน่ามองไปหมดในสายตาของชายหนุ่ม ทุกๆครั้งที่เหนื่อย เเอนดี้ก็จะเข้ามาหาพร้อมกับใบหน้ายิ้มเเย้มเเละกำลังใจอันเปี่ยมล้น บางครั้งเมื่อถูกแกล้ง ก็มักจะกอดอกก้มหน้าตา ไม่ยอมพูดจากับใคร รอให้เค้ามาง้อเเทนเพื่อนๆคนอื่นเสียทุกครั้ง

  

ไม่เเปลกเลยใช่มั้ย ที่สองมือเล็กเล็กๆนั้น จะเขย่าให้กำเเพงทิฐิ ที่เค้าเคยสร้างมันเองกับมือให้มันสั่นคลอน จนพังทลายลงมาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ จนเมื่อมารู้ตัวอีกที คนชื่อเเอนดี้ก็ก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจดวงนี้เสียเเล้ว

 

พี่เอริค!! พี่ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย นั่งเหม่ออยู่ได้ พี่ช่วยบอกพี่เฮซองหน่อยจิ ผมหิวข้าวนาาาาเสียงใสๆปลุกอีกคนออกจากภวังค์ความคิดได้อย่างฉับพลัน

อื้อ รู้เเล้ว เเค่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อย ไอ้ตัวเล็กนี่นาา นายจะรอหน่อยก็ไม่ได้ ว่าพลางมือที่วางอยู่บนหัวนั่นก็ ขยี้ลงไปเสียเต็มเเรง จนคนโดนกระทำหัวเราะคิกคักๆ

ไอ้เฮซองโว้ยยยยย ตัวเล็กมันหิวข้าว เมิงเลิกตีกันเดี๋ยวนี้เลย เอริคหันไปตะโกนเรียกคนที่ยังคงวิ่งไล่กันอยู่ เพราะเรื่องจิ้งจก ให้กลับมาทำหน้าที่ของตน

 

เออ รู้เเล้ว ฝากไว้ก่อนนะเมิงไอ้พังเเป้น นี่เห็นว่าตัวเล็กหิวข้าวนะ ไม่งั้นนายตายเเน่  เฮซองหยุดขายาวๆของตน ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเเอนดี้เเทน

 

ไหนๆ ว่าไงตัวเล็ก นายหิวหรอ อยากกินอะไรน้ำเสียงที่คนหน้าสวยส่งผ่านมาถามมีเเต่ความรักเเละเอ็นดู ต่างจาก ที่พูดกับจอนจินเมื่อกี้ลิบลับ

อยากกินข้าวผัดกิมจิค้าบบบบ!!!!!!!!!”เเอนดี้พูดเสียงดัง พร้อมกับออดอ้อนไปในเวลาเดียว ขนาดเฮซองเองยังอดไม่ได้ที่จะเอามือมาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

ได้ๆๆๆ  รอแป๊บนึงนะเดี๋ยว ฉันทำให้ ร่างโปร่งรับคำก่อนจะทำท่าเดินเข้าครัว

เออ พี่ทำเผื่อพี่เอริคด้วยนะ เพราะดูท่า พี่ดองวานกะพี่มินวูน่ะ จะเม้าท์กันเพลิน เดี๋ยวผมกับพี่เอริคขอกินก่อนเลยละกันนะ พูดไปก็ยิ้มประจบไปด้วย

 

เฮอะ ทำไมฉันตองทำให้ไอ้ริค ด้วยว่ะ เเต่เอาก็เอาเถอะ เเอนดี้นายขอมาเดี๋ยวฉันก็จะเผื่อให้ะกัน หันมาทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

หากคนตัวเล็กได้เเต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ดีใจที่จะได้กินข้าวเเล้ว หารู้ไม่ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆตีความผิดๆไปต่างๆนาๆว่า ดูท่าทางเเอนดี้จะพอใจเฮซอง เเละดูเฮซองเองก็จะชอบคนตัวเล็กๆนี้เหมือนกันซะเเล้ว จะทำยังไงดีล่ะเอริคเอ๋ย ก็ร่างเล็กนี้ มันน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ

 

****************************************************************************************

 

หลังจากร่างโปร่งถือจานใส่ข้าวหน้าตาน่าทาน กลิ่นก็หอมฉุย ออกมาวางบนโต๊ะตัวเล็กเเล้ว เเอนดี้ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าไปหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไมลืมที่จะลากอีกคนมานั่งกินด้วยกัน

 

อ๊ะ ตัวเล็กอันนี้ของนาย ฉันจำได้ว่านายชอบกินออกหวานนิดๆใช่มั้ย ว่าเเล้วก็ส่งจานใบสีเหลืองมาให้

ใช่ๆๆ พี่จำได้ด้วยหรอเนี่ย โห..ว้าววว่าเเล้วพูดไปก็เอาข้าวเข้าปากไปอย่างไม่รั้งรอ เคี้ยวไปพูดไปอย่างมีมารยาทมากๆ

เเน่นอนนี่ ของตัวเล็กทั้งคนหลังจากนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้ อีกคนที่ส่งตอบกลับมาเช่นกัน หากตาเรียวเหลือบไปเห็นเจ้าข้าวเม็ดเล็กที่ติดอยู่มุมปากอีกฝ่ายจึงเลื่อนมือไปหยิบออก

 

เคร้งง!!!” เสียงวางช้อนกระทบลงกับจานดังขึ้นมาเเรงๆ เเรงเสียจนมันทำให้คนทั้งบ้านตกใจเลยด้วยซ้ำ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันกลับมามอง

พี่เอริค พี่เป็นอะไรฮะ ข้าวติดคอหรอ เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว ว่าเผลอทำอะไรลงไป เลยเเกล้งไอโขลกขลากออกมาอย่างแนบเนียนซะจนคนตัวเล็กหลงเชื่อ

 

เเค่กๆๆๆๆ!!!!”ทำเป็นเอามือตบอกลูบคอตนค ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมามองอย่างเป็นห่วง หากคนทีนั่งอีกคนกลับ ถอนหายใจส่ายหน้าออกมานิดหน่อย

เป็นยังไงบ้างอะ พี่เอริค น้ำๆๆๆเเอนดี้ลูบหลังส่งน้ำให้ ชายหนุ่มไม่ขาด พะเน้าพะนอ อยู่ข้างๆจนเฮซองหมั่นไส้

สมน้ำหน้ามูมมามดีนัก เป็นไงล่ะ ให้มันติดคออย่างงี้เหละดีเเล้วบุคคลที่สามที่นั่งอยู่เเอบเหน็บอย่างรู้ทันว่าอีกคนเสเเสร้ง เเกล้งทำ...รู้ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไรเสียด้วย

 

อ้าว..พี่ไปว่าพี่เอริคทำไมเนี่ยพี่เฮซอง เดี๋ยวก็ไปกันใหญ่หรอก คนตัวเล็กหันมาปกป้องอย่างออกนอกหน้า

คำพูดของคนตัวเล็กทำอาเฮซองส่ายหัวกันเบาๆกับคนคู่นี้ เหนื่อยใจเล็กๆ จะเพราะเรื่องอะไรเสียอีก สองคนนี้น่ะเเอบชอบกันเอง ต่างฝ่ายต่างหลงรักกันอย่างหัวปักหัวปำเลยล่ะ เเต่ไม่รู้อีท่าไหนไม่ได้ลงเอยกันซักทีนะ...

 

********************************************************************************************

 

ทำไม เเกมันสอนเเล้วไม่จำ หา!!! ต้องให้ ฉันลงไม้ลงมือใช่มั้ย!!!!”เสียงก่นด่า พร้อมกับฝ่ามือเเละเท้าที่กระหน่ำลงมาช่างดูรุนเเรงเเละป่าเถื่อนสิ้นดี

 

อย่าตีผม ผมจะไม่ทำผิดเเล้ว อย่าตีผม ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!!”เสียงร้องที่เจ็บปวด ถูกเปร่งออกมาเสียงดัง เนื่องจากความเจ็บปวดทางร่างกาย ที่โดนทุบตี อย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นกระสอบทรายที่มีชีวิตจิตใจ

 

เนื่องจากเเอนดี้เป็นคนที่อ่อนที่สุดในทีม เเละบางครั้งการเต้นของเค้าก็ไม่พัฒนาไปอย่างที่ลี ซูมานคาดหวังไว้ผลที่ได้รับตอบเเทนคือ การต้องเจ็บตัวเเบบนี้

 

คนที่ตอนนี้ที่ร่ำร้องขอความเห็นใจ น้ำตาใสอาบเเก้มเนียน อย่างไม่ขาดสายด้วยความทรมาน ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่หันหน้าหนีทนมองดูภาพตรงหน้าที่โหดร้ายนี้ไม่ไหวอีกแล้ว

 

ใครจะรู้เล่าว่าหนึ่งในห้าคนที่เหลือนั้น ถ้าเป็นไปได้ คงวิ่งถลาเข้าไปดึงตัวอีกคนเข้ามากอดปลอบเเล้วออกรับเเทน หรือไม่ก็ดึงคนที่กำลังทำร้ายคนที่เค้ารักอยู่ มาชกให้หนำใจ โทษฐานที่ทำให้คนตัวเล็กต้องเจ็บตัว หากเเต่เอริคก็ทำได้เเค่เพียงคิดเท่านั้น เพราะถ้าทำอย่างงั้นจริง ไม่วายที่ตัวเอง ต้องถูกไล่ออก เเล้วอย่างงี้คงไม่มีวันได้รับรู้เลยว่า คนตัวเล็กของเค้าต้องถูกทรมานอีกมากเเค่ไหน สู้อดทนทรมานด้วยการไม่ไปไหนไกลตาเสียดีกว่า..

 

....ถ้าคิดจะทรมานให้ตายก็ให้มันเจ็บใจตายไปด้วยกันเลยนี่เเหละ !!!!!!!!....

 

สายตาคมจดจ้องไปในทุกการกระทำ เสียงร้องที่เข้าไปโสต ประสาทช่างเสียดเเทงใจ จนเเทบทนไม่ไหว ขนาดเพื่อนร่วมวงคนอื่นยังต้องทยอยกันเดินหนี เเต่ขาเเกร่งของร่างสูงกลับไม่คิดจะก้าวไปไหน อยากอยู่เป็นเพื่อน อีกคนมากกว่าอย่างน้อยมันไม่ได้เจ็บที่ตัว เเต่หัวใจเค้าเเทบจะไม่เหลือชิ้นดีอีกเเล้ว...

 

.......

....

..

 

ในที่สุดการทรมานอันเลือดเย็นก็จบลงเสียที เอริครีบถลาเข้าไปประคองคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างเบามือ กลัวว่าจะกระทบกระเทือนบาดแผลที่ทำให้ฟกช้ำมากไปกว่านี้

 

หากดูจากสภาพการณ์การซ้อมเต้นที่หนักหนาสาหัสของทุกคนดูจะต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย อย่าว่าเเต่ไม่มีกำลังใจจะเต้น สภาพการของเเอนดี้ก็คงไม่เอื้ออำนวยเสียเเล้ว...

 

หลังจากกลับมาถึงบ้าน เเอนดี้ถูกพาเข้าไปในห้องพักโดยมีเพื่อนๆทั้งห้าคนคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ทุกคนให้ความสนใจเเละเป็นห่วงมากเหลือเกิน หากเเต่คนตัวเล็กก็ยังคงนั่งร้องไห้โดยไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ ทำเอาคนที่ยืนอยู่โดยรอบออกอาการเครียดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

จนเมื่อเฮซองที่เดินเข้ามาใหม่อีกรอบ พร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล กำลังจะลงมือทำแผลให้ ต้องชะงัก เมื่อเอริคเป็นคนยื่นมือไปคว้ามาเป็นเชิงบอกว่าจะทำเอง ซึ่งคนหน้าสวยก็ไม่ขัดใจเหมือนที่เคยทำ

 

ร่างสูงเดินลงมานั่งข้างๆคนเจ็บก่อนจะค่อยๆเลิกเสื้อยืดที่เเอนดี้ใส่อยู่ขึ้นมา ภาพที่เห็นเล่น คนมองขบกรามเเน่น เเม้กระทั้งคนใจเเข็งอย่างเฮซองเองยังต้องหันไปทางอื่น รอยฟกช้ำขนาดใหญ่มากมาย กระจายไปโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ตรงเเผ่นหลังบาง หน้าท้องราบ ไม่มีตรงไหนเลยที่จะไม่มีเจ้าวงสีม่วงนั้นประดับอยู่ นอกจากนี้ยังมีแผลถลอกอีกจำนวนไม่น้อยที่มีเลือดไหลซิบ ออกมาอวดโฉมอีก

 

…..เห็นแล้วมันก็เจ็บ บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ!!!.....

 

เอริคกลั่นใจหยิบสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื่ออกมาเพื่อเช็ดทำแผลให้อีกคน รู้ทั้งรู้ว่าหากโดนแผลเข้าจะทำให้คนที่ร้องไห้อยู่ก่อนเเล้ว ร้องหนักขึ้นกว่าเดิม

 

ฮ..ฮึก!!”เเละก็เป็นจริงอย่างที่คิด เมื่อสำลีสีขาวที่เเต้มด้วยน้ำยาสีฟ้าโดนลงบนเเผลเท่านั้น หลังบางสะดุ้งเฮือกขึ้นมาด้วยความเเสบ น้ำตาพาลไหลออกมาไม่ขาดสาย พอคนตัวเล็กสะดุ้งที คนที่ทำแผลก็พลอยใจหาย ในใจกลับหล่นวูบตามไปด้วยทุกครั้ง

 

นี่เเค่เพียงที่เเรก ยังมีอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ กว่าเอริคจะทำหมด เล่นเอาเเอนดี้เกือบจะไม่ไหวร้องไห้เสียงดังไม่ยอมหยุด จนตัวเค้าเองก็ไม่รูจะทำยังไงได้เเต่มองทำอะไรไม่ได้อยู่อย่างนั้น จนเฮซองต้องดึงแขนจอนจิน ก่อนจะสะกิดให้มินวูเเละดองวานตามออกไปด้วยกัน

 

ตอนนี้ห้องทั้งห้องมีเเต่ความเงียบ เสียงสะอื้นไห้ของคนตัวเล็กๆ เเละเสียงลมหายใจของชายหนุ่มผู้เฝ้ามองหัวของเค้าที่กำลังถูกกรีดซ้ำไปมาซ้ำมาต่อหน้า

 เค้าทั้งรักทั้งเฝ้าถนอม  กระทั้งยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หรือเเม้เเต่เม็ดฝนซักหยดยังไม่อยากให้โดน  ถ้าเป็นไปได้เเล้วแทบไม่อยากให้รับรู้ถึงความเป็นไปบนโลกภายนอกก็คงดี  เพราะกลัวคนบอบบางนี้จะช้ำไป เเต่นี้กลับต้องมาทนดูเเบบนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย มันเจ็บใจตัวเองเสียยิ่งกว่า...

 

พี่..พี่เอริค..ผ..ผม..ผิดอะไร..มากนักหรอ..เสียงเบาราวกระซิบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ หากเเต่เจ้าของชื่อก็รีบตั้งใจฟัง

ผ..ผม ผิดมากเลย หรอฮะ ท..ที่เค้าต้องมาทำกับผม เเบบนี้!! ฮ...ฮึก..ฮืออ!!”เเอนดี้ ก้มก้มตาลงเปร่งเสียงร้องเเห่งความเสียใจออกมา เจ็บกายน่ะทนได้ เเต่ที่ใจมันสุดจะทน พยายามไม่อ่อนเเอเเล้วเเต่มันก็ไม่ไหวจริ%

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

[Special 4] fic the beginning part 1

[special 4] fic the beginning...เมื่อก่อนเรารักกันยังไงนะ

                                                                                                                                  

 

Part 1 (รักระหว่างหนุ่มน้อยขี้อาย กับนายมาดขรึม)

 

เสียงเจี้ยวจ้าววุ่นวายดูจะเป็นเรื่องที่เเสนธรรมดาไปเสียเเล้วสำหรับบ้านน้อยหลังนี้ ชายหนุ่มที่นั่งดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่สนใจ เสียงปึงปังที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าใครหน้าไหนจะวิ่งตัดผ่านหน้าเขาไปกี่รอบ ไม่ก็เสียงร้องโหยหวนของใครซักคนดังเข้ามาในโสตประสาท หรือเเม้เเต่เสียงเม้าท์เเตกของเพื่อนอีกคู่นึง เขาก็ยังคงนั่งมันอยู่ตรงนั้น นั่งมันอยู่ที่เดิม

 

เฮ้ย นายเอามันไปเดี๋ยวนี้!!!!!!!!” เสียงเเหบๆเเหลมๆของใครบางคนที่เรียกตัวเองว่าเจ้าชาย ดังขึ้นอย่างน่าตกใจ

เอาน่า สงสารมัน นายก็ช่วยเลี้ยงมันหน่อยไม่ได้รึไง อีกคนที่ตัวโตยังคงถือหางของเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เเสนโชคร้ายเอาไว้ในมือ พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้

 

อย่าเข้ามานะโว้ยยยยยยย เข้ามาเเกตายเเน่ ไม่งั้นฉันจะถีบส่งเเกออกไปนอนข้างนอกห้อง เข้าใจมั้ยไอ้แป้นนนนนน!!” อีกคนที่กระเถิบตัวหนี อย่างช้า ให้คนที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ตัวเอง....

พี่จอนจินพี่ก็อย่าไปแกล้งพี่เฮซองซิ เเล้วดูดิพี่ สงสารมันเอามันไปปล่อยเลยนะ เอามานี้เลย!!!” เสียงเล็กของใครอีกคนก็ดังเเทรกขึ้นมาอีก ทำเอาคนที่สนใจหน้าจอโทรทัศน์ ต้องเหลียวกลับมามอง

 

ภาพที่เห็นคือร่างเล็กๆตามเเบบฉบับของเจ้าตัวกำลังเดินดุ่มๆๆๆ ไปหาคนที่ตีกันอยู่ทั้งสอง ก่อนมือบางจะเอื้อมไปคว้าเอาจิ้งจกน่าเวทนาตัวนั้นมาไว้ในมืออย่างเบาๆ ก่อนจะรีบๆเดินไปที่ริมระเบียง มือเล็กค่อยๆปล่อยมันออกจากมือตนเอง ตากลมนั่งมองมันอยู่พักนึง จนมันวิ่งหายเข้าไปในความมืด จนเเน่ใจเเล้วว่าจะไม่มีใครไปจับมันมารังเเกได้อีก จึงเดินกลับเข้าบ้านอย่างสบายใจ พร้อมกับพาตัวเองมานั่งคู่กับคนตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์

 

พี่เอริค พี่กินอะไรรึยังฮะ คนตัวเล็กถามไถ่ ส่งเสียงใสเเจ๋วได้อย่างน่าฟัง ถ้าหากฟังไม่ผิดเเล้วมันเจือความห่วงใยเข้ามาด้วยรึเปล่านะ

ยังเลย เเล้วนายล่ะ ตัวเล็ก อีกคนหันกลับมาตอบพร้อมกับเอามือลูบหัวคนถามเบาๆ

ยังเหมือนกัน ก็พี่จอนจินน่ะซิ มัวเเ ต่ตีกับพี่เฮซองอยู่นั้นเเหละ ผมหิวจะเเย่เเล้วเนี่ยว่าเเล้วก็ทำท่าหิวขึ้นมาจริงๆ ทำเอาพ่อเสือยิ้มยากที่นั่งด้วยกันอดระบายยิ้มอ่อนๆขึ้นมาไม่ได้

 

งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกเฮซองให้ละกันนะ อย่างงี้ดีมั้ย ว่าเเล้วก็เอาอาหารมาล่อจนได้เเฮะ

ดีซิ รักพี่เอริคที่สุดเลยยยยย เเอนดี้ยิ้มกว้างขวางส่งไปให้เเทนคำขอบคุณ จนคนฟังหัวใจพองโต อยากจะยิ้มให้เเก้มปรี หากยังคงเก็บซ้อนอาการของตนเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

 

คนที่ฟังอยู่นั้นได้เเต่เเอบคิดไปในใจว่า หากคำว่ารักที่ได้ยินนี้เป็นสิ่งที่มาจากหัวใจดวงเล็กนั้น จริงๆก็คงจะดีซินะ ไม่ใช่เเค่เอามาใช้พูดในสถานการณ์เเบบนี้เท่านั้น

 

ใช่เเล้วเป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจน่ะ ถูกต้องเเล้ว ตอนนี้เอริค ชายหนุ่มน่าตาดีเเละจัดได้ว่าเป็นคนที่เข้าถึงยากมากคนหนึ่ง กำลังต้องมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของหนุ่มน้อยด้านข้างนี้เข้าให้อย่างเต็มรัก จนเเม้เเต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหนเหมือน หากเพียงเเต่รู้ว่าวันเเรกที่เค้าเจอใบหน้ากลมๆของคนตัวเล็กเป็นครั้งเเรก ตอนนั้น เค้าเพียงรู้สึกว่า เด็กหน้าตาธรรมาดาที่ไม่มีความพิเศษคนนี้จะมาร่วมงานกับคนอย่างเค้าได้ยังไงกัน เเต่หากคำถามนั้น กลับได้รับคำตอบในเวลาต่อมา กลับกลายเป็นว่าไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนทั้งวงจะรักเเละเอ็นดู เจ้าตัวเล็กนี้ได้ยังไง

 

ความสดใสร่าเริง ความน่ารักอย่างที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ ความไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกเเละการเเสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ราวกับเเก้วที่ผ่านการเจียระไนลบรอยคม จนมันดูทั้งมน ใส เเละบอบบางน่าทะนุถนอมที่สุด ทุกกริยาที่คนตัวเล็กนี้เเสดงออก มันช่างดูน่ามองไปหมดในสายตาของชายหนุ่ม ทุกๆครั้งที่เหนื่อย เเอนดี้ก็จะเข้ามาหาพร้อมกับใบหน้ายิ้มเเย้มเเละกำลังใจอันเปี่ยมล้น บางครั้งเมื่อถูกแกล้ง ก็มักจะกอดอกก้มหน้าตา ไม่ยอมพูดจากับใคร รอให้เค้ามาง้อเเทนเพื่อนๆคนอื่นเสียทุกครั้ง

  

ไม่เเปลกเลยใช่มั้ย ที่สองมือเล็กเล็กๆนั้น จะเขย่าให้กำเเพงทิฐิ ที่เค้าเคยสร้างมันเองกับมือให้มันสั่นคลอน จนพังทลายลงมาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ จนเมื่อมารู้ตัวอีกที คนชื่อเเอนดี้ก็ก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจดวงนี้เสียเเล้ว

 

พี่เอริค!! พี่ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย นั่งเหม่ออยู่ได้ พี่ช่วยบอกพี่เฮซองหน่อยจิ ผมหิวข้าวนาาาาเสียงใสๆปลุกอีกคนออกจากภวังค์ความคิดได้อย่างฉับพลัน

อื้อ รู้เเล้ว เเค่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อย ไอ้ตัวเล็กนี่นาา นายจะรอหน่อยก็ไม่ได้ ว่าพลางมือที่วางอยู่บนหัวนั่นก็ ขยี้ลงไปเสียเต็มเเรง จนคนโดนกระทำหัวเราะคิกคักๆ

ไอ้เฮซองโว้ยยยยย ตัวเล็กมันหิวข้าว เมิงเลิกตีกันเดี๋ยวนี้เลย เอริคหันไปตะโกนเรียกคนที่ยังคงวิ่งไล่กันอยู่ เพราะเรื่องจิ้งจก ให้กลับมาทำหน้าที่ของตน

 

เออ รู้เเล้ว ฝากไว้ก่อนนะเมิงไอ้พังเเป้น นี่เห็นว่าตัวเล็กหิวข้าวนะ ไม่งั้นนายตายเเน่  เฮซองหยุดขายาวๆของตน ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเเอนดี้เเทน

 

ไหนๆ ว่าไงตัวเล็ก นายหิวหรอ อยากกินอะไรน้ำเสียงที่คนหน้าสวยส่งผ่านมาถามมีเเต่ความรักเเละเอ็นดู ต่างจาก ที่พูดกับจอนจินเมื่อกี้ลิบลับ

อยากกินข้าวผัดกิมจิค้าบบบบ!!!!!!!!!”เเอนดี้พูดเสียงดัง พร้อมกับออดอ้อนไปในเวลาเดียว ขนาดเฮซองเองยังอดไม่ได้ที่จะเอามือมาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

ได้ๆๆๆ  รอแป๊บนึงนะเดี๋ยว ฉันทำให้ ร่างโปร่งรับคำก่อนจะทำท่าเดินเข้าครัว

เออ พี่ทำเผื่อพี่เอริคด้วยนะ เพราะดูท่า พี่ดองวานกะพี่มินวูน่ะ จะเม้าท์กันเพลิน เดี๋ยวผมกับพี่เอริคขอกินก่อนเลยละกันนะ พูดไปก็ยิ้มประจบไปด้วย

 

เฮอะ ทำไมฉันตองทำให้ไอ้ริค ด้วยว่ะ เเต่เอาก็เอาเถอะ เเอนดี้นายขอมาเดี๋ยวฉันก็จะเผื่อให้ะกัน หันมาทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

หากคนตัวเล็กได้เเต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ดีใจที่จะได้กินข้าวเเล้ว หารู้ไม่ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆตีความผิดๆไปต่างๆนาๆว่า ดูท่าทางเเอนดี้จะพอใจเฮซอง เเละดูเฮซองเองก็จะชอบคนตัวเล็กๆนี้เหมือนกันซะเเล้ว จะทำยังไงดีล่ะเอริคเอ๋ย ก็ร่างเล็กนี้ มันน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ

 

****************************************************************************************

 

หลังจากร่างโปร่งถือจานใส่ข้าวหน้าตาน่าทาน กลิ่นก็หอมฉุย ออกมาวางบนโต๊ะตัวเล็กเเล้ว เเอนดี้ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าไปหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไมลืมที่จะลากอีกคนมานั่งกินด้วยกัน

 

อ๊ะ ตัวเล็กอันนี้ของนาย ฉันจำได้ว่านายชอบกินออกหวานนิดๆใช่มั้ย ว่าเเล้วก็ส่งจานใบสีเหลืองมาให้

ใช่ๆๆ พี่จำได้ด้วยหรอเนี่ย โห..ว้าววว่าเเล้วพูดไปก็เอาข้าวเข้าปากไปอย่างไม่รั้งรอ เคี้ยวไปพูดไปอย่างมีมารยาทมากๆ

เเน่นอนนี่ ของตัวเล็กทั้งคนหลังจากนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้ อีกคนที่ส่งตอบกลับมาเช่นกัน หากตาเรียวเหลือบไปเห็นเจ้าข้าวเม็ดเล็กที่ติดอยู่มุมปากอีกฝ่ายจึงเลื่อนมือไปหยิบออก

 

เคร้งง!!!” เสียงวางช้อนกระทบลงกับจานดังขึ้นมาเเรงๆ เเรงเสียจนมันทำให้คนทั้งบ้านตกใจเลยด้วยซ้ำ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันกลับมามอง

พี่เอริค พี่เป็นอะไรฮะ ข้าวติดคอหรอ เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว ว่าเผลอทำอะไรลงไป เลยเเกล้งไอโขลกขลากออกมาอย่างแนบเนียนซะจนคนตัวเล็กหลงเชื่อ

 

เเค่กๆๆๆๆ!!!!”ทำเป็นเอามือตบอกลูบคอตนค ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมามองอย่างเป็นห่วง หากคนทีนั่งอีกคนกลับ ถอนหายใจส่ายหน้าออกมานิดหน่อย

เป็นยังไงบ้างอะ พี่เอริค น้ำๆๆๆเเอนดี้ลูบหลังส่งน้ำให้ ชายหนุ่มไม่ขาด พะเน้าพะนอ อยู่ข้างๆจนเฮซองหมั่นไส้

สมน้ำหน้ามูมมามดีนัก เป็นไงล่ะ ให้มันติดคออย่างงี้เหละดีเเล้วบุคคลที่สามที่นั่งอยู่เเอบเหน็บอย่างรู้ทันว่าอีกคนเสเเสร้ง เเกล้งทำ...รู้ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไรเสียด้วย

 

อ้าว..พี่ไปว่าพี่เอริคทำไมเนี่ยพี่เฮซอง เดี๋ยวก็ไปกันใหญ่หรอก คนตัวเล็กหันมาปกป้องอย่างออกนอกหน้า

คำพูดของคนตัวเล็กทำอาเฮซองส่ายหัวกันเบาๆกับคนคู่นี้ เหนื่อยใจเล็กๆ จะเพราะเรื่องอะไรเสียอีก สองคนนี้น่ะเเอบชอบกันเอง ต่างฝ่ายต่างหลงรักกันอย่างหัวปักหัวปำเลยล่ะ เเต่ไม่รู้อีท่าไหนไม่ได้ลงเอยกันซักทีนะ...

 

********************************************************************************************

 

ทำไม เเกมันสอนเเล้วไม่จำ หา!!! ต้องให้ ฉันลงไม้ลงมือใช่มั้ย!!!!”เสียงก่นด่า พร้อมกับฝ่ามือเเละเท้าที่กระหน่ำลงมาช่างดูรุนเเรงเเละป่าเถื่อนสิ้นดี

 

อย่าตีผม ผมจะไม่ทำผิดเเล้ว อย่าตีผม ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!!”เสียงร้องที่เจ็บปวด ถูกเปร่งออกมาเสียงดัง เนื่องจากความเจ็บปวดทางร่างกาย ที่โดนทุบตี อย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นกระสอบทรายที่มีชีวิตจิตใจ

 

เนื่องจากเเอนดี้เป็นคนที่อ่อนที่สุดในทีม เเละบางครั้งการเต้นของเค้าก็ไม่พัฒนาไปอย่างที่ลี ซูมานคาดหวังไว้ผลที่ได้รับตอบเเทนคือ การต้องเจ็บตัวเเบบนี้

 

คนที่ตอนนี้ที่ร่ำร้องขอความเห็นใจ น้ำตาใสอาบเเก้มเนียน อย่างไม่ขาดสายด้วยความทรมาน ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่หันหน้าหนีทนมองดูภาพตรงหน้าที่โหดร้ายนี้ไม่ไหวอีกแล้ว

 

ใครจะรู้เล่าว่าหนึ่งในห้าคนที่เหลือนั้น ถ้าเป็นไปได้ คงวิ่งถลาเข้าไปดึงตัวอีกคนเข้ามากอดปลอบเเล้วออกรับเเทน หรือไม่ก็ดึงคนที่กำลังทำร้ายคนที่เค้ารักอยู่ มาชกให้หนำใจ โทษฐานที่ทำให้คนตัวเล็กต้องเจ็บตัว หากเเต่เอริคก็ทำได้เเค่เพียงคิดเท่านั้น เพราะถ้าทำอย่างงั้นจริง ไม่วายที่ตัวเอง ต้องถูกไล่ออก เเล้วอย่างงี้คงไม่มีวันได้รับรู้เลยว่า คนตัวเล็กของเค้าต้องถูกทรมานอีกมากเเค่ไหน สู้อดทนทรมานด้วยการไม่ไปไหนไกลตาเสียดีกว่า..

 

....ถ้าคิดจะทรมานให้ตายก็ให้มันเจ็บใจตายไปด้วยกันเลยนี่เเหละ !!!!!!!!....

 

สายตาคมจดจ้องไปในทุกการกระทำ เสียงร้องที่เข้าไปโสต ประสาทช่างเสียดเเทงใจ จนเเทบทนไม่ไหว ขนาดเพื่อนร่วมวงคนอื่นยังต้องทยอยกันเดินหนี เเต่ขาเเกร่งของร่างสูงกลับไม่คิดจะก้าวไปไหน อยากอยู่เป็นเพื่อน อีกคนมากกว่าอย่างน้อยมันไม่ได้เจ็บที่ตัว เเต่หัวใจเค้าเเทบจะไม่เหลือชิ้นดีอีกเเล้ว...

 

.......

....

..

 

ในที่สุดการทรมานอันเลือดเย็นก็จบลงเสียที เอริครีบถลาเข้าไปประคองคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างเบามือ กลัวว่าจะกระทบกระเทือนบาดแผลที่ทำให้ฟกช้ำมากไปกว่านี้

 

หากดูจากสภาพการณ์การซ้อมเต้นที่หนักหนาสาหัสของทุกคนดูจะต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย อย่าว่าเเต่ไม่มีกำลังใจจะเต้น สภาพการของเเอนดี้ก็คงไม่เอื้ออำนวยเสียเเล้ว...

 

หลังจากกลับมาถึงบ้าน เเอนดี้ถูกพาเข้าไปในห้องพักโดยมีเพื่อนๆทั้งห้าคนคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ทุกคนให้ความสนใจเเละเป็นห่วงมากเหลือเกิน หากเเต่คนตัวเล็กก็ยังคงนั่งร้องไห้โดยไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ ทำเอาคนที่ยืนอยู่โดยรอบออกอาการเครียดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

จนเมื่อเฮซองที่เดินเข้ามาใหม่อีกรอบ พร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล กำลังจะลงมือทำแผลให้ ต้องชะงัก เมื่อเอริคเป็นคนยื่นมือไปคว้ามาเป็นเชิงบอกว่าจะทำเอง ซึ่งคนหน้าสวยก็ไม่ขัดใจเหมือนที่เคยทำ

 

ร่างสูงเดินลงมานั่งข้างๆคนเจ็บก่อนจะค่อยๆเลิกเสื้อยืดที่เเอนดี้ใส่อยู่ขึ้นมา ภาพที่เห็นเล่น คนมองขบกรามเเน่น เเม้กระทั้งคนใจเเข็งอย่างเฮซองเองยังต้องหันไปทางอื่น รอยฟกช้ำขนาดใหญ่มากมาย กระจายไปโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ตรงเเผ่นหลังบาง หน้าท้องราบ ไม่มีตรงไหนเลยที่จะไม่มีเจ้าวงสีม่วงนั้นประดับอยู่ นอกจากนี้ยังมีแผลถลอกอีกจำนวนไม่น้อยที่มีเลือดไหลซิบ ออกมาอวดโฉมอีก

 

…..เห็นแล้วมันก็เจ็บ บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ!!!.....

 

เอริคกลั่นใจหยิบสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื่ออกมาเพื่อเช็ดทำแผลให้อีกคน รู้ทั้งรู้ว่าหากโดนแผลเข้าจะทำให้คนที่ร้องไห้อยู่ก่อนเเล้ว ร้องหนักขึ้นกว่าเดิม

 

ฮ..ฮึก!!”เเละก็เป็นจริงอย่างที่คิด เมื่อสำลีสีขาวที่เเต้มด้วยน้ำยาสีฟ้าโดนลงบนเเผลเท่านั้น หลังบางสะดุ้งเฮือกขึ้นมาด้วยความเเสบ น้ำตาพาลไหลออกมาไม่ขาดสาย พอคนตัวเล็กสะดุ้งที คนที่ทำแผลก็พลอยใจหาย ในใจกลับหล่นวูบตามไปด้วยทุกครั้ง

 

นี่เเค่เพียงที่เเรก ยังมีอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ กว่าเอริคจะทำหมด เล่นเอาเเอนดี้เกือบจะไม่ไหวร้องไห้เสียงดังไม่ยอมหยุด จนตัวเค้าเองก็ไม่รูจะทำยังไงได้เเต่มองทำอะไรไม่ได้อยู่อย่างนั้น จนเฮซองต้องดึงแขนจอนจิน ก่อนจะสะกิดให้มินวูเเละดองวานตามออกไปด้วยกัน

 

ตอนนี้ห้องทั้งห้องมีเเต่ความเงียบ เสียงสะอื้นไห้ของคนตัวเล็กๆ เเละเสียงลมหายใจของชายหนุ่มผู้เฝ้ามองหัวของเค้าที่กำลังถูกกรีดซ้ำไปมาซ้ำมาต่อหน้า

 เค้าทั้งรักทั้งเฝ้าถนอม  กระทั้งยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หรือเเม้เเต่เม็ดฝนซักหยดยังไม่อยากให้โดน  ถ้าเป็นไปได้เเล้วแทบไม่อยากให้รับรู้ถึงความเป็นไปบนโลกภายนอกก็คงดี  เพราะกลัวคนบอบบางนี้จะช้ำไป เเต่นี้กลับต้องมาทนดูเเบบนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย มันเจ็บใจตัวเองเสียยิ่งกว่า...

 

พี่..พี่เอริค..ผ..ผม..ผิดอะไร..มากนักหรอ..เสียงเบาราวกระซิบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ หากเเต่เจ้าของชื่อก็รีบตั้งใจฟัง

ผ..ผม ผิดมากเลย หรอฮะ ท..ที่เค้าต้องมาทำกับผม เเบบนี้!! ฮ...ฮึก..ฮืออ!!”เเอนดี้ ก้มก้มตาลงเปร่งเสียงร้องเเห่งความเสียใจออกมา เจ็บกายน่ะทนได้ เเต่ที่ใจมันสุดจะทน พยายามไม่อ่อนเเอเเล้วเเต่มันก็ไม่ไหวจริ%

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

fic shinhwa behind the scence part 30 [end]

Part 30

 

ในที่สุดหลังจากที่ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยเเล้วว่าจะขอพักงานของวงชินฮวา เพื่อเเสดงตัวตนเเละความสามารถนอกเหนือจากงานเพลงที่ผ่านมา เช่น เอริค เเอนดี้ เเละดองวาน ที่มีความสามรถในการเเสดงเเละพิธีกรนั้นเอง นอกจากนั้นทั้งหมดยังต้องมีการวางเเผนงานเอาไว้ล่วงหน้าเสียก่อนด้วย

 

ทั้งหกคนจึงต้องวางแผนงานของตนให้คนอื่นๆช่วยกันดู เเละพิจรณากันอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าต้องการจะทำอย่างนี้จริงๆ

 

เเต่ก่อนจะทำอย่างที่ตั้งใจกันเอาไว้ทั้งหมดจึงปรึกษาหารือกับทางบริษัท เเละนอกจากนั้นยังต้องเเถลงข่าว อย่างเป็นทางการไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเเยกวงชั่วคราว หรือว่าเเสดงคอนเสริตที่ทุกคนไม่อยากใช้คำว่าอำลา เเต่คิดว่าเป็นการเริ่มต้นในสิ่งใหม่ๆเสียมากกว่า...เพราะยังทุกคนก็ยังอยู่ด้วยกันเเละใช่ชื่อของตนด้วยความใจกับวงๆนี้อยู่ดี

 

พอการเเถลงข่าวที่ฮือฮาก็ผ่านไปได้ด้วยดี เเต่หลังจากนั้นการฝึกซ้อมมหาโหดเเละการเตรียมตัวเเบบสายฟ้าเเลบ ทำให้ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสุดขาดใจ เเต่ก็ทำเอาใจหายไปเหมือนกัน

 

โอย ไม่ไหวๆ ผมขอพักสิบนาทีไม่ไหวเเล้ว เเฮ่กๆๆ..เเอนดี้นั่งลงบนเก้าอี้ห้องซ้อมที่เค้าคุ้นเคย ก่อนจอนจินจะเดินลงมานั่งคู่กัน ในขณะที่ทางทีมงานก็ได้มีการบันทึกภาพเหล่านี้เอาไว้ด้วยเพื่อเอาไปทำเป็น PV ของอัลบั้มก่อนเเยกตัว

 

เเละก็มีการสัมภาษณ์ต่างๆเล็กน้อยตามเรื่องตามราว หากยังมีการทำร้ายร่างกายเล็กๆน้อยเกิดขึ้นไปด้วย ก็จะอะไรเสียอีก คนอู้อย่าง เอริคมานั้งบนพื้นนอนซบเอาหน้าเกยเข่าคนตัวเล็กไว้นอกจากนั้งยังกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้เเน่น เเต่คนตัวเล็กโดนถามว่าเป็นห่วงใคร อยากให้ใครตั้งใจซ้อมมากกว่านี้ เเล้วเเอนดี้ตอบว่าพี่เอริคเท่านั้นล่ะ คนนอนเกยเค้าก็เอาเล็บจิกที่มือบาง คนคนโดนประทุษร้ายร้องโอดโอยเสียงดัง

 

เเต่หลังจากมีการตบหัวเเล้วก็มีการลูบหลังเล็กน้อย นิ้วยาวก็ค่อยๆลูบเเผลที่ทำคนรักเจ็บเอาไว้เบาๆเป็นเชิงปลอบ...

 

“1…2….3…4…Dance for!!” นอกจากนั้นพวกที่เหลือก็ยังคงซ้อมไปมาหน้ากระจกอย่างเอาเป็นเอาตาย ยกตัวอย่างเช่น มินวูที่ออกเสต็ปเทพ อย่างไม่รู้จักเหน็ดราวกับเเมวน้ำผิวไหวท่ามกลางทะเลลึก หรือถ้ามองอีกเเง่ก็เหมือนกวางป่ากำลังวิ่งชมหญ้าอ่อนในทุ่งป่าสาวันน่านั้นเอง

 

โอ้ ..โน..ๆๆๆ..โว้...ส่วนอีกฟาก ก็เป็นคนหน้าสวยที่ยืนเปร่งเสียงเทียบคีย์เพลงเก่าๆ ที่ไม่ได้ร้องนานเป็นการพักอย่างนึงไปด้วย ไม่ลืมที่จะหนีบเอาดองวานมายืนซ้อมประสานเสียงด้วยกันอีกคน เพื่อจะได้ไม่เพี้ยนวันเเสดงจริง

 

โดยมีจอนจินที่เเอบหลบจากคู่หวานประจำปีเนื่องจากทนความเลี่ยนไม่ไหวเหมือนกันมานั่งดูคนหน้าสวยที่ยืนซ้อมอยู่ริมกระจก ก่อนจะเเอบเต้นท่าปูให้เงาตัวที่สะท้อนให้อีกคนได้เห็น ทำเอารบกวนสมาธิเป็นที่สุด จนเเล้วจนรอดก็ถูกเฮซองไล่ตะเพิดให้ไปซ้อมเต้นกับมินวูจนได้

 

การทำงานที่หนักหนาควบคู่กับบรรยากาศที่เป็นกันเองก็ดำเนินไปอย่างเงียบๆ เเละคนมากมายที่ทุ่มเทเต็มที่ให้กับมัน อย่างไม่รู้จักย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก...

 

...............

........

....

..

.

 

เเละเเล้ววันเเสดงจริงก็มาถึงในที่สุด...

 

ด้านหลังเวทีที่ตอนนี้กับความวุ่นวายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า สต๊าฟหลายคนต่างวิ่งวุ่นจนเเทบจะชนกันล้ม โดยที่คนที่เฝ้าดูด้านนอกไม่มีทางล่วงรู้ได้

เเต่คนที่ทำงานอย่างหนัก ตลอดระยะเวลาหลายปี กลับนิ่งเเละสงบได้อย่างไม่น่าเชื่อ...หากเเต่ในใจก็ตื่นเต้นราวกับว่านี้คือครั้งเเรกที่ต้องขึ้นเเสดง

 

คนทั้งหกหลับตาภาวนาทุกครั้งให้ทุกอย่างออกมาดีพร้อม ในคอนเสริตเเห่งความภูมิใจนี้...ในชื่อ “Shinwha aisan tour”

ซึ่งการเเสดงที่จะเป็นก้าวย่างเเห่งความสำคัญในฐานะศิลปินกลุ่มหนึ่งผู้มอบรอยยิ้มเเละความยินดี ตอบเเทนให้กับแฟนเพลงที่รักเค้า เเละพวกเค้าก็รักคนเหล่านั้นเช่นกัน

 

ภาพในอดีตมากมาย ค่อยๆไหลผ่านความทรงจำของคนทั้งหกอย่างช้าๆ ราวกับเข็มนาฬิกาที่ค่อยๆเดินช้าลง..ช้าลง..เเละช้าลง ก่อนจะหยุดหมุนในที่สุด

 

เสียงหัวเราะเเละหยอกล้อกันไปมา อย่างสนุกสนานเเว่วกลับมาในมโนภาพอีกครั้ง ภาพที่ได้เเกล้งจอนจินตอนที่หลับใหล โดยมีเเอนดี้เป็นตัวตั่งตัวตีเอาเมจิกไปละเลงไว้อย่างมันมือ หรือว่าจะเป็นตอนที่เล่นวิ่งไล่ฉีดโฟมครั้งที่เเอนดี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ หรือเเม้เเต่ตอนที่จอนจินประสบอุบัติเหตุ จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเเล้วก็ตาม รวมถึงตอนที่คนตัวเล็กต้องออกจากวงไปเพราะเหตุจำเป็น สร้างความเศร้าเสียใจให้กับสมาชิกทุกคน ย้อนกลับมาเตือนสติพวกเค้าอีกครั้ง...

 

อุปสรรคมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ล้วนสร้างความเหนื่อยยาก เเละต้องใช้ความอดทน หากคนทั้งหกก็ร่วมแบ่งปัน ให้กำลังใจ คอยปลอบ เเละช่วยกันจับมือข้ามผ่านมันมาได้ในที่สุด ไม่ว่าจะต้องเสียน้ำตาก็เเล้ว ทะเลาะกันก็เเล้ว เหนื่อยด้วยกันก็เเล้ว หากมันก็คือ บททดสอบที่สำคัญของชีวิต ที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่า มิตรภาพที่เหนียวเเน่นของใจทั้งหกดวงที่มีให้กันจะไม่เสื่อมสลายไป

 

ขาทั้งหกก้าวขึ้นบนเวทีอย่างมาดมั่น เเละมั่นคง ทั้งหกคนมองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมาจากใจจริง ในอกพึงระลึกเอาไว้เสมอว่า ...พวกเค้าเป็นใครเเละมาจากไหน

 

เเละจากนี้ต่อไป มือทั้งหกคู่ที่กำกันไว้จะสัญญาต่อหน้าแฟนๆนับหมื่นนับเเสนที่คอยเป็นพยานอยู่นี้ว่า มันจะไม่ปล่อยจากกัน ไม่ว่าเรื่องที่ต้องเผชิญจะร้ายเเรงเเค่ไหนก็ตาม ก็ยังจะยืนยันร่วมกันฟันฝ่าไปให้ได้เหมือนที่เคย เเละนี้เป็นหนึ่งทางเดินที่สำคัญ ที่ทั้งหมดก้าวไปข้ามพร้อมๆกันจากนี้เเละตลอดไป...

 

ภายใต้ของชื่อเเละมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่....ภายใต้คำว่า....ชินฮวา!!!..............

 

*********************************************************************************************

 

ความรักคืออะไรคะ ชินฮวา....

 

ความรักเปรียบเหมือนทางเดินที่ทอดยาวข้างหน้า

ไม่รู้ว่า จะต้องเจอกับอะไร ไม่รู้ว่าต้องหยุดที่ตรงไหน

เเต่เราก็เลือกที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ

เเละไม่ว่าจะล้มลุก คลุกคลานยังไง

จะขอเชื่อมั่นมือที่เเสนอบอุ่นนี้

ที่คอยกุมกันเอาไว้ร่วมเดินไปด้วยกัน

 

ความรักของเราไม่ได้สัมผัสได้ด้วยคำหวาน

หากรักเราสัมผัสมันได้ด้วยหัวใจ

เเค่เพียงเราใช้หัวใจหนึ่งแลกกับอีกหัวใจหนึ่ง

ก็จะรับรู้ว่า ความสุขที่เเท้จริงในรักนั้นคืออะไร

 

เเม้วันข้างหน้าอาจจะไม่สวยงามเท่าวันนี้

เเต่วันทุกวันขอเราจะสวยงามได้ถ้าหาก

มีเค้าอยู่คอยเป็นดวงจันทร์ที่ส่องสว่างให้กับเรา

ดวงจันทร์ที่จะฉายเเสงทำให้ท้องฟ้าที่มืดมิด

สว่างไสวได้ เเละคอยเคียงข้างกันตลอดไป

 

ไม่สามารถนิยามความรักนั้ได้

หากเพียงเเค่มองลึกลงไปในตา

ที่สื่อความหมายของคนที่ยืนข้างๆกันนี้

ก็ไม่ต้องมีคำพูดใดๆให้มากความ

ไม่ต้องบรรยายอะไรให้ซึ้งกินใจ

นิยามของคำว่ารักระหว่างเราก็คือสิ่งเดียวกัน

 

การมีรักคือการรอคอยเเละคิดถึง เฝ้าคนึงหา

สุข เศร้าเเละเหงาใจในบางครั้ง

หากเเต่ผู้คนก็ยังคงไขว่คว้าหามัน

เพราะถ้าในชีวิตไม่เคยสุขที่ได้คิดถึงใครคนรักเเล้ว

ชีวิตยังจะมีสิ่งใดให้อาลัยอยู่อีกเล่า

 

รักคือการให้ ฟังเเล้วจะดูธรรมดาเสียเหลือเกิน

เเต่หากรักใครจริงๆเเล้วเล่า

เเม้เเต่ดวงใจเราก็ให้ได้

หากวันนึงไม่มีรักให้เราได้มอบให้เเล้ว

หัวใจของเราที่ให้ไปเเล้วคงไม่ได้เต้นอยู่ในอกเหมือนเคยซินะ

 

เเละสุดท้าย รักของเราคือ เพื่อน เเละมิตรภาพที่เหนียวเเน่น....

 

ถ้านี้คือรักของพวกเค้าทั้งหกคน...

เเล้วความรักของคุณคืออะไรหรือคะ.. เเต่ไม่ว่ามันจะคืออะไร ถ้ารักมันเดินเข้าหาเเล้วล่ะก็ อย่าผลักไสรักเลยค่ะ

หากว่ารักมันไม่สมหวัง มิตรภาพนั้นก็คือรักนะคะ เพราะรักคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ทำให้โลกของเราหมุนไป....

 

**********************************************************************************************

END

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

[Special 4] fic the beginning part 1

[special 4] fic the beginning...เมื่อก่อนเรารักกันยังไงนะ

                                                                                                                                  

 

Part 1 (รักระหว่างหนุ่มน้อยขี้อาย กับนายมาดขรึม)

 

เสียงเจี้ยวจ้าววุ่นวายดูจะเป็นเรื่องที่เเสนธรรมดาไปเสียเเล้วสำหรับบ้านน้อยหลังนี้ ชายหนุ่มที่นั่งดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่สนใจ เสียงปึงปังที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าใครหน้าไหนจะวิ่งตัดผ่านหน้าเขาไปกี่รอบ ไม่ก็เสียงร้องโหยหวนของใครซักคนดังเข้ามาในโสตประสาท หรือเเม้เเต่เสียงเม้าท์เเตกของเพื่อนอีกคู่นึง เขาก็ยังคงนั่งมันอยู่ตรงนั้น นั่งมันอยู่ที่เดิม

 

เฮ้ย นายเอามันไปเดี๋ยวนี้!!!!!!!!” เสียงเเหบๆเเหลมๆของใครบางคนที่เรียกตัวเองว่าเจ้าชาย ดังขึ้นอย่างน่าตกใจ

เอาน่า สงสารมัน นายก็ช่วยเลี้ยงมันหน่อยไม่ได้รึไง อีกคนที่ตัวโตยังคงถือหางของเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เเสนโชคร้ายเอาไว้ในมือ พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้

 

อย่าเข้ามานะโว้ยยยยยยย เข้ามาเเกตายเเน่ ไม่งั้นฉันจะถีบส่งเเกออกไปนอนข้างนอกห้อง เข้าใจมั้ยไอ้แป้นนนนนน!!” อีกคนที่กระเถิบตัวหนี อย่างช้า ให้คนที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ตัวเอง....

พี่จอนจินพี่ก็อย่าไปแกล้งพี่เฮซองซิ เเล้วดูดิพี่ สงสารมันเอามันไปปล่อยเลยนะ เอามานี้เลย!!!” เสียงเล็กของใครอีกคนก็ดังเเทรกขึ้นมาอีก ทำเอาคนที่สนใจหน้าจอโทรทัศน์ ต้องเหลียวกลับมามอง

 

ภาพที่เห็นคือร่างเล็กๆตามเเบบฉบับของเจ้าตัวกำลังเดินดุ่มๆๆๆ ไปหาคนที่ตีกันอยู่ทั้งสอง ก่อนมือบางจะเอื้อมไปคว้าเอาจิ้งจกน่าเวทนาตัวนั้นมาไว้ในมืออย่างเบาๆ ก่อนจะรีบๆเดินไปที่ริมระเบียง มือเล็กค่อยๆปล่อยมันออกจากมือตนเอง ตากลมนั่งมองมันอยู่พักนึง จนมันวิ่งหายเข้าไปในความมืด จนเเน่ใจเเล้วว่าจะไม่มีใครไปจับมันมารังเเกได้อีก จึงเดินกลับเข้าบ้านอย่างสบายใจ พร้อมกับพาตัวเองมานั่งคู่กับคนตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์

 

พี่เอริค พี่กินอะไรรึยังฮะ คนตัวเล็กถามไถ่ ส่งเสียงใสเเจ๋วได้อย่างน่าฟัง ถ้าหากฟังไม่ผิดเเล้วมันเจือความห่วงใยเข้ามาด้วยรึเปล่านะ

ยังเลย เเล้วนายล่ะ ตัวเล็ก อีกคนหันกลับมาตอบพร้อมกับเอามือลูบหัวคนถามเบาๆ

ยังเหมือนกัน ก็พี่จอนจินน่ะซิ มัวเเ ต่ตีกับพี่เฮซองอยู่นั้นเเหละ ผมหิวจะเเย่เเล้วเนี่ยว่าเเล้วก็ทำท่าหิวขึ้นมาจริงๆ ทำเอาพ่อเสือยิ้มยากที่นั่งด้วยกันอดระบายยิ้มอ่อนๆขึ้นมาไม่ได้

 

งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกเฮซองให้ละกันนะ อย่างงี้ดีมั้ย ว่าเเล้วก็เอาอาหารมาล่อจนได้เเฮะ

ดีซิ รักพี่เอริคที่สุดเลยยยยย เเอนดี้ยิ้มกว้างขวางส่งไปให้เเทนคำขอบคุณ จนคนฟังหัวใจพองโต อยากจะยิ้มให้เเก้มปรี หากยังคงเก็บซ้อนอาการของตนเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

 

คนที่ฟังอยู่นั้นได้เเต่เเอบคิดไปในใจว่า หากคำว่ารักที่ได้ยินนี้เป็นสิ่งที่มาจากหัวใจดวงเล็กนั้น จริงๆก็คงจะดีซินะ ไม่ใช่เเค่เอามาใช้พูดในสถานการณ์เเบบนี้เท่านั้น

 

ใช่เเล้วเป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจน่ะ ถูกต้องเเล้ว ตอนนี้เอริค ชายหนุ่มน่าตาดีเเละจัดได้ว่าเป็นคนที่เข้าถึงยากมากคนหนึ่ง กำลังต้องมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของหนุ่มน้อยด้านข้างนี้เข้าให้อย่างเต็มรัก จนเเม้เเต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหนเหมือน หากเพียงเเต่รู้ว่าวันเเรกที่เค้าเจอใบหน้ากลมๆของคนตัวเล็กเป็นครั้งเเรก ตอนนั้น เค้าเพียงรู้สึกว่า เด็กหน้าตาธรรมาดาที่ไม่มีความพิเศษคนนี้จะมาร่วมงานกับคนอย่างเค้าได้ยังไงกัน เเต่หากคำถามนั้น กลับได้รับคำตอบในเวลาต่อมา กลับกลายเป็นว่าไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนทั้งวงจะรักเเละเอ็นดู เจ้าตัวเล็กนี้ได้ยังไง

 

ความสดใสร่าเริง ความน่ารักอย่างที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ ความไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกเเละการเเสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ราวกับเเก้วที่ผ่านการเจียระไนลบรอยคม จนมันดูทั้งมน ใส เเละบอบบางน่าทะนุถนอมที่สุด ทุกกริยาที่คนตัวเล็กนี้เเสดงออก มันช่างดูน่ามองไปหมดในสายตาของชายหนุ่ม ทุกๆครั้งที่เหนื่อย เเอนดี้ก็จะเข้ามาหาพร้อมกับใบหน้ายิ้มเเย้มเเละกำลังใจอันเปี่ยมล้น บางครั้งเมื่อถูกแกล้ง ก็มักจะกอดอกก้มหน้าตา ไม่ยอมพูดจากับใคร รอให้เค้ามาง้อเเทนเพื่อนๆคนอื่นเสียทุกครั้ง

  

ไม่เเปลกเลยใช่มั้ย ที่สองมือเล็กเล็กๆนั้น จะเขย่าให้กำเเพงทิฐิ ที่เค้าเคยสร้างมันเองกับมือให้มันสั่นคลอน จนพังทลายลงมาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ จนเมื่อมารู้ตัวอีกที คนชื่อเเอนดี้ก็ก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจดวงนี้เสียเเล้ว

 

พี่เอริค!! พี่ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย นั่งเหม่ออยู่ได้ พี่ช่วยบอกพี่เฮซองหน่อยจิ ผมหิวข้าวนาาาาเสียงใสๆปลุกอีกคนออกจากภวังค์ความคิดได้อย่างฉับพลัน

อื้อ รู้เเล้ว เเค่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อย ไอ้ตัวเล็กนี่นาา นายจะรอหน่อยก็ไม่ได้ ว่าพลางมือที่วางอยู่บนหัวนั่นก็ ขยี้ลงไปเสียเต็มเเรง จนคนโดนกระทำหัวเราะคิกคักๆ

ไอ้เฮซองโว้ยยยยย ตัวเล็กมันหิวข้าว เมิงเลิกตีกันเดี๋ยวนี้เลย เอริคหันไปตะโกนเรียกคนที่ยังคงวิ่งไล่กันอยู่ เพราะเรื่องจิ้งจก ให้กลับมาทำหน้าที่ของตน

 

เออ รู้เเล้ว ฝากไว้ก่อนนะเมิงไอ้พังเเป้น นี่เห็นว่าตัวเล็กหิวข้าวนะ ไม่งั้นนายตายเเน่  เฮซองหยุดขายาวๆของตน ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเเอนดี้เเทน

 

ไหนๆ ว่าไงตัวเล็ก นายหิวหรอ อยากกินอะไรน้ำเสียงที่คนหน้าสวยส่งผ่านมาถามมีเเต่ความรักเเละเอ็นดู ต่างจาก ที่พูดกับจอนจินเมื่อกี้ลิบลับ

อยากกินข้าวผัดกิมจิค้าบบบบ!!!!!!!!!”เเอนดี้พูดเสียงดัง พร้อมกับออดอ้อนไปในเวลาเดียว ขนาดเฮซองเองยังอดไม่ได้ที่จะเอามือมาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

ได้ๆๆๆ  รอแป๊บนึงนะเดี๋ยว ฉันทำให้ ร่างโปร่งรับคำก่อนจะทำท่าเดินเข้าครัว

เออ พี่ทำเผื่อพี่เอริคด้วยนะ เพราะดูท่า พี่ดองวานกะพี่มินวูน่ะ จะเม้าท์กันเพลิน เดี๋ยวผมกับพี่เอริคขอกินก่อนเลยละกันนะ พูดไปก็ยิ้มประจบไปด้วย

 

เฮอะ ทำไมฉันตองทำให้ไอ้ริค ด้วยว่ะ เเต่เอาก็เอาเถอะ เเอนดี้นายขอมาเดี๋ยวฉันก็จะเผื่อให้ะกัน หันมาทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

หากคนตัวเล็กได้เเต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ดีใจที่จะได้กินข้าวเเล้ว หารู้ไม่ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆตีความผิดๆไปต่างๆนาๆว่า ดูท่าทางเเอนดี้จะพอใจเฮซอง เเละดูเฮซองเองก็จะชอบคนตัวเล็กๆนี้เหมือนกันซะเเล้ว จะทำยังไงดีล่ะเอริคเอ๋ย ก็ร่างเล็กนี้ มันน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ

 

****************************************************************************************

 

หลังจากร่างโปร่งถือจานใส่ข้าวหน้าตาน่าทาน กลิ่นก็หอมฉุย ออกมาวางบนโต๊ะตัวเล็กเเล้ว เเอนดี้ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าไปหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไมลืมที่จะลากอีกคนมานั่งกินด้วยกัน

 

อ๊ะ ตัวเล็กอันนี้ของนาย ฉันจำได้ว่านายชอบกินออกหวานนิดๆใช่มั้ย ว่าเเล้วก็ส่งจานใบสีเหลืองมาให้

ใช่ๆๆ พี่จำได้ด้วยหรอเนี่ย โห..ว้าววว่าเเล้วพูดไปก็เอาข้าวเข้าปากไปอย่างไม่รั้งรอ เคี้ยวไปพูดไปอย่างมีมารยาทมากๆ

เเน่นอนนี่ ของตัวเล็กทั้งคนหลังจากนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้ อีกคนที่ส่งตอบกลับมาเช่นกัน หากตาเรียวเหลือบไปเห็นเจ้าข้าวเม็ดเล็กที่ติดอยู่มุมปากอีกฝ่ายจึงเลื่อนมือไปหยิบออก

 

เคร้งง!!!” เสียงวางช้อนกระทบลงกับจานดังขึ้นมาเเรงๆ เเรงเสียจนมันทำให้คนทั้งบ้านตกใจเลยด้วยซ้ำ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันกลับมามอง

พี่เอริค พี่เป็นอะไรฮะ ข้าวติดคอหรอ เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว ว่าเผลอทำอะไรลงไป เลยเเกล้งไอโขลกขลากออกมาอย่างแนบเนียนซะจนคนตัวเล็กหลงเชื่อ

 

เเค่กๆๆๆๆ!!!!”ทำเป็นเอามือตบอกลูบคอตนค ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมามองอย่างเป็นห่วง หากคนทีนั่งอีกคนกลับ ถอนหายใจส่ายหน้าออกมานิดหน่อย

เป็นยังไงบ้างอะ พี่เอริค น้ำๆๆๆเเอนดี้ลูบหลังส่งน้ำให้ ชายหนุ่มไม่ขาด พะเน้าพะนอ อยู่ข้างๆจนเฮซองหมั่นไส้

สมน้ำหน้ามูมมามดีนัก เป็นไงล่ะ ให้มันติดคออย่างงี้เหละดีเเล้วบุคคลที่สามที่นั่งอยู่เเอบเหน็บอย่างรู้ทันว่าอีกคนเสเเสร้ง เเกล้งทำ...รู้ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไรเสียด้วย

 

อ้าว..พี่ไปว่าพี่เอริคทำไมเนี่ยพี่เฮซอง เดี๋ยวก็ไปกันใหญ่หรอก คนตัวเล็กหันมาปกป้องอย่างออกนอกหน้า

คำพูดของคนตัวเล็กทำอาเฮซองส่ายหัวกันเบาๆกับคนคู่นี้ เหนื่อยใจเล็กๆ จะเพราะเรื่องอะไรเสียอีก สองคนนี้น่ะเเอบชอบกันเอง ต่างฝ่ายต่างหลงรักกันอย่างหัวปักหัวปำเลยล่ะ เเต่ไม่รู้อีท่าไหนไม่ได้ลงเอยกันซักทีนะ...

 

********************************************************************************************

 

ทำไม เเกมันสอนเเล้วไม่จำ หา!!! ต้องให้ ฉันลงไม้ลงมือใช่มั้ย!!!!”เสียงก่นด่า พร้อมกับฝ่ามือเเละเท้าที่กระหน่ำลงมาช่างดูรุนเเรงเเละป่าเถื่อนสิ้นดี

 

อย่าตีผม ผมจะไม่ทำผิดเเล้ว อย่าตีผม ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!!”เสียงร้องที่เจ็บปวด ถูกเปร่งออกมาเสียงดัง เนื่องจากความเจ็บปวดทางร่างกาย ที่โดนทุบตี อย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นกระสอบทรายที่มีชีวิตจิตใจ

 

เนื่องจากเเอนดี้เป็นคนที่อ่อนที่สุดในทีม เเละบางครั้งการเต้นของเค้าก็ไม่พัฒนาไปอย่างที่ลี ซูมานคาดหวังไว้ผลที่ได้รับตอบเเทนคือ การต้องเจ็บตัวเเบบนี้

 

คนที่ตอนนี้ที่ร่ำร้องขอความเห็นใจ น้ำตาใสอาบเเก้มเนียน อย่างไม่ขาดสายด้วยความทรมาน ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่หันหน้าหนีทนมองดูภาพตรงหน้าที่โหดร้ายนี้ไม่ไหวอีกแล้ว

 

ใครจะรู้เล่าว่าหนึ่งในห้าคนที่เหลือนั้น ถ้าเป็นไปได้ คงวิ่งถลาเข้าไปดึงตัวอีกคนเข้ามากอดปลอบเเล้วออกรับเเทน หรือไม่ก็ดึงคนที่กำลังทำร้ายคนที่เค้ารักอยู่ มาชกให้หนำใจ โทษฐานที่ทำให้คนตัวเล็กต้องเจ็บตัว หากเเต่เอริคก็ทำได้เเค่เพียงคิดเท่านั้น เพราะถ้าทำอย่างงั้นจริง ไม่วายที่ตัวเอง ต้องถูกไล่ออก เเล้วอย่างงี้คงไม่มีวันได้รับรู้เลยว่า คนตัวเล็กของเค้าต้องถูกทรมานอีกมากเเค่ไหน สู้อดทนทรมานด้วยการไม่ไปไหนไกลตาเสียดีกว่า..

 

....ถ้าคิดจะทรมานให้ตายก็ให้มันเจ็บใจตายไปด้วยกันเลยนี่เเหละ !!!!!!!!....

 

สายตาคมจดจ้องไปในทุกการกระทำ เสียงร้องที่เข้าไปโสต ประสาทช่างเสียดเเทงใจ จนเเทบทนไม่ไหว ขนาดเพื่อนร่วมวงคนอื่นยังต้องทยอยกันเดินหนี เเต่ขาเเกร่งของร่างสูงกลับไม่คิดจะก้าวไปไหน อยากอยู่เป็นเพื่อน อีกคนมากกว่าอย่างน้อยมันไม่ได้เจ็บที่ตัว เเต่หัวใจเค้าเเทบจะไม่เหลือชิ้นดีอีกเเล้ว...

 

.......

....

..

 

ในที่สุดการทรมานอันเลือดเย็นก็จบลงเสียที เอริครีบถลาเข้าไปประคองคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างเบามือ กลัวว่าจะกระทบกระเทือนบาดแผลที่ทำให้ฟกช้ำมากไปกว่านี้

 

หากดูจากสภาพการณ์การซ้อมเต้นที่หนักหนาสาหัสของทุกคนดูจะต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย อย่าว่าเเต่ไม่มีกำลังใจจะเต้น สภาพการของเเอนดี้ก็คงไม่เอื้ออำนวยเสียเเล้ว...

 

หลังจากกลับมาถึงบ้าน เเอนดี้ถูกพาเข้าไปในห้องพักโดยมีเพื่อนๆทั้งห้าคนคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ทุกคนให้ความสนใจเเละเป็นห่วงมากเหลือเกิน หากเเต่คนตัวเล็กก็ยังคงนั่งร้องไห้โดยไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ ทำเอาคนที่ยืนอยู่โดยรอบออกอาการเครียดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

จนเมื่อเฮซองที่เดินเข้ามาใหม่อีกรอบ พร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล กำลังจะลงมือทำแผลให้ ต้องชะงัก เมื่อเอริคเป็นคนยื่นมือไปคว้ามาเป็นเชิงบอกว่าจะทำเอง ซึ่งคนหน้าสวยก็ไม่ขัดใจเหมือนที่เคยทำ

 

ร่างสูงเดินลงมานั่งข้างๆคนเจ็บก่อนจะค่อยๆเลิกเสื้อยืดที่เเอนดี้ใส่อยู่ขึ้นมา ภาพที่เห็นเล่น คนมองขบกรามเเน่น เเม้กระทั้งคนใจเเข็งอย่างเฮซองเองยังต้องหันไปทางอื่น รอยฟกช้ำขนาดใหญ่มากมาย กระจายไปโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ตรงเเผ่นหลังบาง หน้าท้องราบ ไม่มีตรงไหนเลยที่จะไม่มีเจ้าวงสีม่วงนั้นประดับอยู่ นอกจากนี้ยังมีแผลถลอกอีกจำนวนไม่น้อยที่มีเลือดไหลซิบ ออกมาอวดโฉมอีก

 

…..เห็นแล้วมันก็เจ็บ บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ!!!.....

 

เอริคกลั่นใจหยิบสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื่ออกมาเพื่อเช็ดทำแผลให้อีกคน รู้ทั้งรู้ว่าหากโดนแผลเข้าจะทำให้คนที่ร้องไห้อยู่ก่อนเเล้ว ร้องหนักขึ้นกว่าเดิม

 

ฮ..ฮึก!!”เเละก็เป็นจริงอย่างที่คิด เมื่อสำลีสีขาวที่เเต้มด้วยน้ำยาสีฟ้าโดนลงบนเเผลเท่านั้น หลังบางสะดุ้งเฮือกขึ้นมาด้วยความเเสบ น้ำตาพาลไหลออกมาไม่ขาดสาย พอคนตัวเล็กสะดุ้งที คนที่ทำแผลก็พลอยใจหาย ในใจกลับหล่นวูบตามไปด้วยทุกครั้ง

 

นี่เเค่เพียงที่เเรก ยังมีอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ กว่าเอริคจะทำหมด เล่นเอาเเอนดี้เกือบจะไม่ไหวร้องไห้เสียงดังไม่ยอมหยุด จนตัวเค้าเองก็ไม่รูจะทำยังไงได้เเต่มองทำอะไรไม่ได้อยู่อย่างนั้น จนเฮซองต้องดึงแขนจอนจิน ก่อนจะสะกิดให้มินวูเเละดองวานตามออกไปด้วยกัน

 

ตอนนี้ห้องทั้งห้องมีเเต่ความเงียบ เสียงสะอื้นไห้ของคนตัวเล็กๆ เเละเสียงลมหายใจของชายหนุ่มผู้เฝ้ามองหัวของเค้าที่กำลังถูกกรีดซ้ำไปมาซ้ำมาต่อหน้า

 เค้าทั้งรักทั้งเฝ้าถนอม  กระทั้งยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หรือเเม้เเต่เม็ดฝนซักหยดยังไม่อยากให้โดน  ถ้าเป็นไปได้เเล้วแทบไม่อยากให้รับรู้ถึงความเป็นไปบนโลกภายนอกก็คงดี  เพราะกลัวคนบอบบางนี้จะช้ำไป เเต่นี้กลับต้องมาทนดูเเบบนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย มันเจ็บใจตัวเองเสียยิ่งกว่า...

 

พี่..พี่เอริค..ผ..ผม..ผิดอะไร..มากนักหรอ..เสียงเบาราวกระซิบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ หากเเต่เจ้าของชื่อก็รีบตั้งใจฟัง

ผ..ผม ผิดมากเลย หรอฮะ ท..ที่เค้าต้องมาทำกับผม เเบบนี้!! ฮ...ฮึก..ฮืออ!!”เเอนดี้ ก้มก้มตาลงเปร่งเสียงร้องเเห่งความเสียใจออกมา เจ็บกายน่ะทนได้ เเต่ที่ใจมันสุดจะทน พยายามไม่อ่อนเเอเเล้วเเต่มันก็ไม่ไหวจริ%

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

fic shinhwa behind the scence part 30 [end]

Part 30

 

ในที่สุดหลังจากที่ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยเเล้วว่าจะขอพักงานของวงชินฮวา เพื่อเเสดงตัวตนเเละความสามารถนอกเหนือจากงานเพลงที่ผ่านมา เช่น เอริค เเอนดี้ เเละดองวาน ที่มีความสามรถในการเเสดงเเละพิธีกรนั้นเอง นอกจากนั้นทั้งหมดยังต้องมีการวางเเผนงานเอาไว้ล่วงหน้าเสียก่อนด้วย

 

ทั้งหกคนจึงต้องวางแผนงานของตนให้คนอื่นๆช่วยกันดู เเละพิจรณากันอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าต้องการจะทำอย่างนี้จริงๆ

 

เเต่ก่อนจะทำอย่างที่ตั้งใจกันเอาไว้ทั้งหมดจึงปรึกษาหารือกับทางบริษัท เเละนอกจากนั้นยังต้องเเถลงข่าว อย่างเป็นทางการไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเเยกวงชั่วคราว หรือว่าเเสดงคอนเสริตที่ทุกคนไม่อยากใช้คำว่าอำลา เเต่คิดว่าเป็นการเริ่มต้นในสิ่งใหม่ๆเสียมากกว่า...เพราะยังทุกคนก็ยังอยู่ด้วยกันเเละใช่ชื่อของตนด้วยความใจกับวงๆนี้อยู่ดี

 

พอการเเถลงข่าวที่ฮือฮาก็ผ่านไปได้ด้วยดี เเต่หลังจากนั้นการฝึกซ้อมมหาโหดเเละการเตรียมตัวเเบบสายฟ้าเเลบ ทำให้ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสุดขาดใจ เเต่ก็ทำเอาใจหายไปเหมือนกัน

 

โอย ไม่ไหวๆ ผมขอพักสิบนาทีไม่ไหวเเล้ว เเฮ่กๆๆ..เเอนดี้นั่งลงบนเก้าอี้ห้องซ้อมที่เค้าคุ้นเคย ก่อนจอนจินจะเดินลงมานั่งคู่กัน ในขณะที่ทางทีมงานก็ได้มีการบันทึกภาพเหล่านี้เอาไว้ด้วยเพื่อเอาไปทำเป็น PV ของอัลบั้มก่อนเเยกตัว

 

เเละก็มีการสัมภาษณ์ต่างๆเล็กน้อยตามเรื่องตามราว หากยังมีการทำร้ายร่างกายเล็กๆน้อยเกิดขึ้นไปด้วย ก็จะอะไรเสียอีก คนอู้อย่าง เอริคมานั้งบนพื้นนอนซบเอาหน้าเกยเข่าคนตัวเล็กไว้นอกจากนั้งยังกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้เเน่น เเต่คนตัวเล็กโดนถามว่าเป็นห่วงใคร อยากให้ใครตั้งใจซ้อมมากกว่านี้ เเล้วเเอนดี้ตอบว่าพี่เอริคเท่านั้นล่ะ คนนอนเกยเค้าก็เอาเล็บจิกที่มือบาง คนคนโดนประทุษร้ายร้องโอดโอยเสียงดัง

 

เเต่หลังจากมีการตบหัวเเล้วก็มีการลูบหลังเล็กน้อย นิ้วยาวก็ค่อยๆลูบเเผลที่ทำคนรักเจ็บเอาไว้เบาๆเป็นเชิงปลอบ...

 

“1…2….3…4…Dance for!!” นอกจากนั้นพวกที่เหลือก็ยังคงซ้อมไปมาหน้ากระจกอย่างเอาเป็นเอาตาย ยกตัวอย่างเช่น มินวูที่ออกเสต็ปเทพ อย่างไม่รู้จักเหน็ดราวกับเเมวน้ำผิวไหวท่ามกลางทะเลลึก หรือถ้ามองอีกเเง่ก็เหมือนกวางป่ากำลังวิ่งชมหญ้าอ่อนในทุ่งป่าสาวันน่านั้นเอง

 

โอ้ ..โน..ๆๆๆ..โว้...ส่วนอีกฟาก ก็เป็นคนหน้าสวยที่ยืนเปร่งเสียงเทียบคีย์เพลงเก่าๆ ที่ไม่ได้ร้องนานเป็นการพักอย่างนึงไปด้วย ไม่ลืมที่จะหนีบเอาดองวานมายืนซ้อมประสานเสียงด้วยกันอีกคน เพื่อจะได้ไม่เพี้ยนวันเเสดงจริง

 

โดยมีจอนจินที่เเอบหลบจากคู่หวานประจำปีเนื่องจากทนความเลี่ยนไม่ไหวเหมือนกันมานั่งดูคนหน้าสวยที่ยืนซ้อมอยู่ริมกระจก ก่อนจะเเอบเต้นท่าปูให้เงาตัวที่สะท้อนให้อีกคนได้เห็น ทำเอารบกวนสมาธิเป็นที่สุด จนเเล้วจนรอดก็ถูกเฮซองไล่ตะเพิดให้ไปซ้อมเต้นกับมินวูจนได้

 

การทำงานที่หนักหนาควบคู่กับบรรยากาศที่เป็นกันเองก็ดำเนินไปอย่างเงียบๆ เเละคนมากมายที่ทุ่มเทเต็มที่ให้กับมัน อย่างไม่รู้จักย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก...

 

...............

........

....

..

.

 

เเละเเล้ววันเเสดงจริงก็มาถึงในที่สุด...

 

ด้านหลังเวทีที่ตอนนี้กับความวุ่นวายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า สต๊าฟหลายคนต่างวิ่งวุ่นจนเเทบจะชนกันล้ม โดยที่คนที่เฝ้าดูด้านนอกไม่มีทางล่วงรู้ได้

เเต่คนที่ทำงานอย่างหนัก ตลอดระยะเวลาหลายปี กลับนิ่งเเละสงบได้อย่างไม่น่าเชื่อ...หากเเต่ในใจก็ตื่นเต้นราวกับว่านี้คือครั้งเเรกที่ต้องขึ้นเเสดง

 

คนทั้งหกหลับตาภาวนาทุกครั้งให้ทุกอย่างออกมาดีพร้อม ในคอนเสริตเเห่งความภูมิใจนี้...ในชื่อ “Shinwha aisan tour”

ซึ่งการเเสดงที่จะเป็นก้าวย่างเเห่งความสำคัญในฐานะศิลปินกลุ่มหนึ่งผู้มอบรอยยิ้มเเละความยินดี ตอบเเทนให้กับแฟนเพลงที่รักเค้า เเละพวกเค้าก็รักคนเหล่านั้นเช่นกัน

 

ภาพในอดีตมากมาย ค่อยๆไหลผ่านความทรงจำของคนทั้งหกอย่างช้าๆ ราวกับเข็มนาฬิกาที่ค่อยๆเดินช้าลง..ช้าลง..เเละช้าลง ก่อนจะหยุดหมุนในที่สุด

 

เสียงหัวเราะเเละหยอกล้อกันไปมา อย่างสนุกสนานเเว่วกลับมาในมโนภาพอีกครั้ง ภาพที่ได้เเกล้งจอนจินตอนที่หลับใหล โดยมีเเอนดี้เป็นตัวตั่งตัวตีเอาเมจิกไปละเลงไว้อย่างมันมือ หรือว่าจะเป็นตอนที่เล่นวิ่งไล่ฉีดโฟมครั้งที่เเอนดี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ หรือเเม้เเต่ตอนที่จอนจินประสบอุบัติเหตุ จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเเล้วก็ตาม รวมถึงตอนที่คนตัวเล็กต้องออกจากวงไปเพราะเหตุจำเป็น สร้างความเศร้าเสียใจให้กับสมาชิกทุกคน ย้อนกลับมาเตือนสติพวกเค้าอีกครั้ง...

 

อุปสรรคมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ล้วนสร้างความเหนื่อยยาก เเละต้องใช้ความอดทน หากคนทั้งหกก็ร่วมแบ่งปัน ให้กำลังใจ คอยปลอบ เเละช่วยกันจับมือข้ามผ่านมันมาได้ในที่สุด ไม่ว่าจะต้องเสียน้ำตาก็เเล้ว ทะเลาะกันก็เเล้ว เหนื่อยด้วยกันก็เเล้ว หากมันก็คือ บททดสอบที่สำคัญของชีวิต ที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่า มิตรภาพที่เหนียวเเน่นของใจทั้งหกดวงที่มีให้กันจะไม่เสื่อมสลายไป

 

ขาทั้งหกก้าวขึ้นบนเวทีอย่างมาดมั่น เเละมั่นคง ทั้งหกคนมองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมาจากใจจริง ในอกพึงระลึกเอาไว้เสมอว่า ...พวกเค้าเป็นใครเเละมาจากไหน

 

เเละจากนี้ต่อไป มือทั้งหกคู่ที่กำกันไว้จะสัญญาต่อหน้าแฟนๆนับหมื่นนับเเสนที่คอยเป็นพยานอยู่นี้ว่า มันจะไม่ปล่อยจากกัน ไม่ว่าเรื่องที่ต้องเผชิญจะร้ายเเรงเเค่ไหนก็ตาม ก็ยังจะยืนยันร่วมกันฟันฝ่าไปให้ได้เหมือนที่เคย เเละนี้เป็นหนึ่งทางเดินที่สำคัญ ที่ทั้งหมดก้าวไปข้ามพร้อมๆกันจากนี้เเละตลอดไป...

 

ภายใต้ของชื่อเเละมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่....ภายใต้คำว่า....ชินฮวา!!!..............

 

*********************************************************************************************

 

ความรักคืออะไรคะ ชินฮวา....

 

ความรักเปรียบเหมือนทางเดินที่ทอดยาวข้างหน้า

ไม่รู้ว่า จะต้องเจอกับอะไร ไม่รู้ว่าต้องหยุดที่ตรงไหน

เเต่เราก็เลือกที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ

เเละไม่ว่าจะล้มลุก คลุกคลานยังไง

จะขอเชื่อมั่นมือที่เเสนอบอุ่นนี้

ที่คอยกุมกันเอาไว้ร่วมเดินไปด้วยกัน

 

ความรักของเราไม่ได้สัมผัสได้ด้วยคำหวาน

หากรักเราสัมผัสมันได้ด้วยหัวใจ

เเค่เพียงเราใช้หัวใจหนึ่งแลกกับอีกหัวใจหนึ่ง

ก็จะรับรู้ว่า ความสุขที่เเท้จริงในรักนั้นคืออะไร

 

เเม้วันข้างหน้าอาจจะไม่สวยงามเท่าวันนี้

เเต่วันทุกวันขอเราจะสวยงามได้ถ้าหาก

มีเค้าอยู่คอยเป็นดวงจันทร์ที่ส่องสว่างให้กับเรา

ดวงจันทร์ที่จะฉายเเสงทำให้ท้องฟ้าที่มืดมิด

สว่างไสวได้ เเละคอยเคียงข้างกันตลอดไป

 

ไม่สามารถนิยามความรักนั้ได้

หากเพียงเเค่มองลึกลงไปในตา

ที่สื่อความหมายของคนที่ยืนข้างๆกันนี้

ก็ไม่ต้องมีคำพูดใดๆให้มากความ

ไม่ต้องบรรยายอะไรให้ซึ้งกินใจ

นิยามของคำว่ารักระหว่างเราก็คือสิ่งเดียวกัน

 

การมีรักคือการรอคอยเเละคิดถึง เฝ้าคนึงหา

สุข เศร้าเเละเหงาใจในบางครั้ง

หากเเต่ผู้คนก็ยังคงไขว่คว้าหามัน

เพราะถ้าในชีวิตไม่เคยสุขที่ได้คิดถึงใครคนรักเเล้ว

ชีวิตยังจะมีสิ่งใดให้อาลัยอยู่อีกเล่า

 

รักคือการให้ ฟังเเล้วจะดูธรรมดาเสียเหลือเกิน

เเต่หากรักใครจริงๆเเล้วเล่า

เเม้เเต่ดวงใจเราก็ให้ได้

หากวันนึงไม่มีรักให้เราได้มอบให้เเล้ว

หัวใจของเราที่ให้ไปเเล้วคงไม่ได้เต้นอยู่ในอกเหมือนเคยซินะ

 

เเละสุดท้าย รักของเราคือ เพื่อน เเละมิตรภาพที่เหนียวเเน่น....

 

ถ้านี้คือรักของพวกเค้าทั้งหกคน...

เเล้วความรักของคุณคืออะไรหรือคะ.. เเต่ไม่ว่ามันจะคืออะไร ถ้ารักมันเดินเข้าหาเเล้วล่ะก็ อย่าผลักไสรักเลยค่ะ

หากว่ารักมันไม่สมหวัง มิตรภาพนั้นก็คือรักนะคะ เพราะรักคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ทำให้โลกของเราหมุนไป....

 

**********************************************************************************************

END

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

fic shinhwa behind the scence part 29

 

Part 29

 

ผ่านไปจนขึ้นวันใหม่ คนตัวเล็ก ที่ตอนนี้อาการดีขึ้นค่อนข้างมากเนื่องจากการดูเเลที่ดีของเอริคที่กลับมาทนุถนอมเหมือนเคย ยังดีอยู่ที่เเอนดี้ไม่มีอาการเป็นไข้เเทรกซ้อนเลยทำให้ดูดีขึ้นมาหน่อย เเต่ก็ยังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้านโดยคนตัวโตอยู่ไม่ห่างกาย เรียกว่าติดกันเป็นตังเมเลยก็ได้

ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังเพลิดเพลินกับการกินไอติมไปนั่งดูโทรทัศน์ไปอย่างมีความสุขคนเดียวเนื่องจากวันนี้เอริคติดถ่ายโฆษณาตัวนึงของ โทรศัพท์เเอนนี่คอล์ จอนจินกับเฮซอง ก็ไปถ่ายซิลเกิ้ลด้วยกัน โดยมีจอนจินไปเป็นเเอคติ้ง ไดเรคเตอร์ เเละมินวูไปทำเรื่องซิงเกิ้ลเอ็มที่บริษัท เลยเหลือเเต่เเอนดี้เเละดองวานเท่านั้นที่อยู่เฝ้าบ้านเท่านั้น

 

เเอนดี้!!”เสียงเรียกทำให้หน้ากลมหันไปมอง ไม่ต้องบอกก้รู้ว่าใคร เพราะทั้งบ้านเหลือกันสองคน

ว่าไงพี่ดองวานแอนดี้หันกลับไปสนใจจอภาพอีกครั้งก่อนจะหัวเราะออกมาเอ้กอ้าก เนื่องด้วยภาพยนตร์ตลกตรงหน้า

คือ ฉันมีเรื่องจถามนายหน่อยน่ะ นายช่วยหันมาสนใจฉันซักนาทีจะได้มั้ย..ดงวานเรียกความสนใจอีกครั้งหากเเต่ไม่ได้พูดเสียงดังให้คนฟังตกใจ เเต่กลับทำเสียงเป็นเชิงขอร้องเสียมากกว่า

 

มีอะไรอะ พี่คนที่โดนถามเริ่มหันกลับมาฟังอย่างตั้งใจ เพราะดูท่าทางพี่ชายเค้าจะมีเรื่องสำคัญมาทวงถามจริงๆ

คือว่าอย่างงี้นะ คือ..เอ่อ คือ..พอเค้าถามทีนี้ก็มานั่งอ้ำอึ้ง ไปต่อไม่ได้เสียเอง

อ้าว พี่พอผมตั้งใจ พี่ก็ไม่พูดงั้น ผมดูโทรทัศน์ต่อเเล้วนะ ว่าเสร็จก็ทำท่าจะไม่สนใจอีกฝ่ายต่อซะงั้น

เเม่ม กรูเขินหน่อยก็ไม่ได้ โอเคๆ พูดเเล้วก็ได้ว่ะดองวานได้เเต่คิดในใจว่านี้หรือน้องกรู มันช่างดูรักพี่มันดีเเท้หนอ

งั้นจัดไปว่ามา..เเอนดี้หันกลับมาหาพี่ชายสุดซี้อีกครั้ง

งั้น ก็คือว่าฉันถามหน่อยจิ ว่าตอนนายเอ่อ ทำรักกับเอริคครั้งเเรก มันเป็นยังไงหรอชายหนุ่มถามเสียงเบาอย่างหาที่สุดมิได้เเม้จะรู้อยู่ว่าตอนนี้ก็มันเเค่สองคน ไม่มีใครจะมาได้ยินเรื่องนี้ไปได้ เเต่เอาจเป็นด้วยความกระดากเสียมากกว่า

 

คำถามนี้เล่นเอาคนที่ตั้งใจจะตอบนิ่งไปเหมือนกัน นิ่งจะเกือบจะเป็นตุ๊กตาไปเเล้ว ใบหน้ากลมที่ตอนเเรกซีดขาวเนื่องจากร่างกายที่ยังไม่เเข็งเเรงดีจากกิจกรรมที่เอริคเป็นคนก่อไว้ กลับมีเลือกสูบฉีดขึ้นมาได้ทันตาเห็นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

พ..พี่ถามอะไรของพี่เนี่ย.. คนตัวเล็กถามเสียงอ่อย ด้วยความเขินอาย ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆ พี่ชายของเค้าต้องมาถามเรื่องเเบบนี้ด้วย

ก็คืองี้ เเบบว่า นายก็รู้ ว่าคนรักกัน มันก็ต้องมีเรื่องอย่างงี้เข้ามาเกี่ยวข้องใช่มั้ยล่ะ ดองวานค่อยๆพูดช้าๆเพื่อเป็นการอธิบาย

หากหัวกลมเพียงเเค่พยักหน้าตอบหงึกหงักๆเท่านั้น ใบหน้ายังคงเป็นสีชมพูอ่อนจางๆอยู่ดี

 

เออ เเล้วทีนี้ คือในกรณี ของฉันมันก็ต้องมีเหมือนกันน่ะเเหละเเล้วในที่สุดคนอายุมากกว่าก็เฉลยออกมาจนได้

อ๋อ..อือเข้าใจเเละ เเต่จะว่าไปให้ผมพูดผมก็เขินนะพี่ดองวานเเอนดี้เเอบเอายกนิ้วเล็กขึ้นมาเกาเเก้มใสของตัวเองอย่างแสดงอาการ

 

เเต่นายก็ช่วยฉันหน่อยซิ เพราะตอนนี้ฉันก็พึ่งใครไม่ได้เเล้วน่ะ นายก็รู้เรื่องไอ้เฮซอง เเล้ว มันก็เลยตามเลยให้อะไรฉันไม่ได้ซักอย่างดองวานยังคงอ้อนอีกคนอยู่อย่งนั้น อย่างน้อยเรื่องเเบบนี้เเอนดี้ก็คงช่วยเค้าได้อยู่บ้างเเหละนะ

 

เเล้วก็เป็นจริงอย่างที่เค้าคิด ในที่สุดคนตัวเล็กก็ใจอ่อนยอมปริปาก เล่าเรื่องนี้ให้ฟังจนได้

ผมบอกพี่ไว้ก่อนเลยนะพี่ ผมก็ไม่ได้ดีไปกว่าพี่เฮซองเท่าไหร่หรอก เพราะผมก็โดนรวบหัวรวบหางตอนไม่พร้อมเหมือนกันนี่ล่ะ พี่ก็รู้ว่า พี่เอริคลามก เเถมหื่นหาใครเทียบไม่ติด (เว้นเเต่อีแป้นไว้คนนะลูกหลาน : คนเเต่ง) เเอนดี้เล่าเว้นระยะให้คนฟังเข้าใจตรงกัน

 

ก็คือ ว่าตอนนั้นผมก็ตื่นเต้นอย่างงี้เเหละ ครั้งเเรกนะพี่ เจ็บจนอยากร้องไห้เลย เหมือนจะเค้าใจตอนผู้หญิงคลอดลูกเลย อารมณ์นั้น ตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนตอนมีอะไรครั้งเเรกอยู่ เเต่ก็น้อยหน่อยเท่านั้นเอง เเต่ถ้าพี่ทนไปซักพัก เอ่อ..เเบบ..เดี๋ยวมันก็ดีเองเเหละ เเหะๆๆๆ เเอนดี้เล่าไปเองก็อายเอง หัวเราะกลบเกลื่อนไปอย่างงั้น

 

เเต่คนฟังนี่ซิคิดหนัก เจ็บจนจะตายเลยหรอเเล้วนี่เค้าจะไหวมั้ย เเต่เอ๊ะ.. ทำไมเค้าต้องเป็นฝ่ายเจ็บตัวด้วยว่าสรุปว่านี้ตัวเค้าเองต้องยอมเป็นฝ่ายรับไปเเล้วใช่มั้ย โอ้ว คิดเเล้วก็ส่งสารตัวเองเหลือเกิน...TT^TT

 

เเต่พี่ดองวาน ขอบอกเลยนะว่า พี่เอ็มนี่เค้าเป็นคนดีมากเลยนะ ที่เค้ายังเปิดโอกาสให้พี่มาถามผมเนี่ย เค้ายังอดทนรอพี่พร้อมได้น่ะ นี้เค้าเป็นคนดีมากๆเลยนะ ชื่นชมเลยล่ะ ไม่เหมือนไอ้บ้ากามที่ไหนก็ไม่รู้ อยู่ก็ลากเข้าห้องไปฟันซะงั้นเลยคนตัวเล็กว่าไปก็นึกถึงครั้งเเรกของตัวเอง

 

ถึงเเม้ว่าเอริคจะอ่อนโยน เเละทุกสัมผัสเเละการกระทำจะเต็มไปด้วยความรัก เเต่ก็รวบรัดทำเอาเตรียมใจไม่ทันเหมือนกันนะ!!!

อืมฉันเข้าใจที่นายพูดเเล้วล่ะ ขอบคุณมากนะ ว่าเเค่ดูหนังกันต่อเหอะว่าเเล้วทั้งคู่ก็หันกลับเข้าหาหน้าจอโทรทัศน์ต่อ หากเเต่ตัวคนที่มาถามเค้าหาคำตอบได้ในใจเเล้วว่า

 

ซักวันนึงเมื่อเค้าพร้อมเค้าจะยินดีมอบทั้งตัว เเถมหัวใจที่มันมีมากอยู่เเล้วให้กับอีกคน ด้วยเชื่อว่าคนที่เค้ารักก็จะสามารถรอเค้าได้เช่นเดียวกัน.....

 

********************************************************************************************

 

เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบค่ำ ในที่สุดพวกคนที่ต้องไปทำงานนอกบ้านก็กลับมาเสียที หากเเต่คนตัวเล็กที่นั่งรออยู่หน้าโทรทัศน์ก็ปลีกตัวขึ้นไปนอนอยู่ข้างบนเเล้ว

 

ร่างกายยังไม่สมบูรณ์ดีเท่าไหร่ เลยต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอไตามระเบียบ เเละไม่เเปลกเลยที่จะทิ้งดองวานให้นั่งรออยู่คนเดียว

อ้าว ดองวานเเอนดี้ล่ะ เอริคเมื่อกลับมาถึงไมคิดอะไรเลย ถามหาคนตัวเล็กก่อนเป็นอย่างเเรก

ขึ้นไปนอน รออยู่ที่ห้องเเน่ะ ตอนเเรกก็นั่งดูหนังด้วยกันเเต่ไม่ไหว เลยขึ้นไปนอนเเล้วอีกคนหันมาตอบ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้คนรักของตัวเองที่เดินเข้ามาใกล้

อ้าวหรองั้นเดี๋ยวขอขึ้นไปดูก่อนละกันนะ เออ เเล้วเรื่องงานน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เข้าไปคุยกันในบริษัท โปรเจ็คใหม่ที่ฉันกับเฮซองเคยเกริ่นเอาไว้เเล้วโอคมั้ย พอพูดจบไม่รอให้ใครตอบรับ ก็รีบเดินเร็วๆขึ้นไปบนห้องทันที ส่วนคนอื่นๆที่เหลือจึงเเยกย้ายกันไปตามเรื่องตามราวอย่างรู้หน้าที่ของตน...

 

พอขึ้นมาถึง ชายหนุ่มเปิดประตูเบาๆ กลัวว่าคนนอนหลับสบายจะต้องตื่นเพราะเค้า เเละก็เป็นจริงอย่างที่คนข้างล่างว่า คนตัวเล็กที่เค้าถามหา ตอนนี้อิงหมอนใบนุ่มนอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวไปแล้ว

 

ชสยหนุ่มคิดย้อนำปึงเมื่อตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน อดนึกเป็นห่วงอยู่ไม่ได้ ว่าจะเป็นอะไรมั้ยหากเค้าไม่อยู่ดูเเลเอง เเต่ดีว่าดองวานอยู่เป็นเพื่อนด้วย บวกกับอาการที่ดูดีขึ้นเลยวางใจมากหน่อย

ขายาวสาวเท้าเข้าไปใกล้อีกคนอย่างช้าๆก่อนจะนั่งลงที่ด้านข้างเตียงนอน ในมุมที่เเสงไฟสีส้มอ่อนตกกระทบหน้าเล็ก ทำให้แลดูอ่อนหวานมากขึ้นไปอีก มือใหญ่ลูบไล้ไปมาเบาๆสัมผัสช้าๆ อย่างรักมากเหลือเเสน รักจนไม่สามารถเเบ่งปันให้ใครมาเชยชมคนๆนี้ได้

 

ถ้าเป็นไปได้เเล้วอยากกกกอดคนๆนี้เอาไว้ไม่ไปไหน  ให้เหมือนนกน้อยในกรงสีทอง ไม่ให้รู้เดือน รู้ตะวัน สายลม แสงเเดด หรือเเม้เเต่อุณหภูมิในทุกวันๆ ว่าเป็นอย่างไร ให้รับรู้เเต่ความอบอุ่นของเค้าเพียงอย่างเดียว ไม่อยากให้เป็นแผลหรือมีริ้วรอยเเม้เเต่ซักนิด หากเเต่ก็เป็นได้พียงเเค่ความคิด เค้าคงกักขังคนตัวเล็กนี้เอาไว้ไม่ได้หรอก เพราะเค้าคงต้องสูญเสียความสดใสของคนที่นอนอยู่นี้ไปเป็นเเน่

 

อ..อืม พี่เอริค...เสียงครางเบาๆอย่างสลึมสลือปลุกเอาคนที่กำลังอยู่ในความคิดของตนเองให้หันมาสนใจ

ว่าไง ฉันทำนายตื่นหรอ ตัวเล็ก ขอโทษทีนะว่าเเล้วก็หันไปจุมพิตเเก้มใสรับการตื่นนอน

พี่กลับมาเเล้วหรอ..ผมรอพี่ไม่ไหว เลยมานอนก่อนน่ะคนตัวเล็กยังคงงัวเงียๆอยู่ จึงเอาหัวที่หนุนหมอนตัวเองมาเกยที่ตักชายหนุ่มเเทน

 

จะว่าไป ไหนๆก็ทำนาย ตื่นมาเเล้วมีเรื่องจะคุยด้วยพอดีพูดไปก็เอามือลูบผมเล่นไปด้วย

งั้น เเป๊บนะ ขอทำให้ตื่นจริงจังเเป๊บนึงมือเล็กยกขึ้นขยี้ตาเบาๆก่อนจะตบเปาะเเปะที่ใบหน้าไปอีกสองสามที ทำเอาคนมองเเอบขำไปบ้างกับท่าทางน่ารักๆของอีกคน ก่อนจะลุกขึ้นมามองหน้าอีกฝ่ายอย่างเต็มาตา

 

อะว่ามา ทำไมวันนี้มีเเต่คนอยากคุยกับผมจังนะแอบบ่นเล็กน้อยเป็นพิธีเเค่นั้นเเล้วจึงเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน

ตัวเล็กนายจำแพลนของปีหน้าที่เคยคุยกันได้มั้ย..ฉันกับไอ้ซองกี้น่ะ ตกลงเเล้วว่าจะเอาตามนั้น ซึ่งเราสองคนก็ตกลงกันไปเเล้ว เเต่ทีนี้มันติดอยู่ที่เรื่องที่อยู่เราสองคนจะทำยังไงกันดีละ ฮึเอริคพูดเเล้วก็ลูบหัวของอีกฝ่ายไปด้วยเบาๆ

 

คือพูดตรงๆนะ พี่เอริค ผมไม่อยากเเยกกับพี่เลย ก็รักกัน เลยอยากอยู่ด้วยจริงมั้ย เเต่ถ้าพี่ทนไม่อยู่กับผมได้ก็โอเค!!..ผมก็คงกลับไปอยู่บ้านเเม่ คนตัวเล็กบอกเป็นเชิงล้อเลียนรู้ทั้งรู้ว่าเเค่เเหย่เล่นเท่านั้น

นายอย่ามาพูดอย่างงี้นะ ใครมันจะบ้าไปทนได้ นายก็รู้ว่าฉันต้องกลับบ้าน ไปรักษาเอวตั้งหลายเดือน เพราะงั้นช่วงที่ยังอยู่ที่นี้ ต้องชาตเเบตให้เต็มซิ ไม่ต้องมามั่วเนียนไอ้ตัวเล็กว่าเเล้วมือที่ลูบเบาๆ ก็เปลี่ยนเป็นขยี้เเรงๆเเทน

 

โอ๊ยๆๆๆ โธ่..เเล้วพี่จะถามทำไมล่ะเนี่ย ผมก็ไปอยู่คอนโดพี่ไง ที่นั้นใกล้กับเเปลนบริษัทใหม่ที่ผมจะเปิดด้วย สบายจะตาย แล้วตอนที่พี่กลับอเมริกา เราค่อยว่ากันอีกว่าผมจะไปบ้านเเม่เลย หรือจะไปๆกลับๆที่ห้องพี่ดีเเอนดี้เอามือลูบหัวตัวเองเบาๆ เมื่อกี้เอริคเล่นขยี้มาซะเต็มเเรงเลย

 

นายไม่รู้สึกใจหายบ้างเลยรึไงเนี่ย ที่ต้องเเยกกับคนอื่นน่ะฮะ

ก็มีบ้างเเหละ พี่ก็น่าจะรู้ เเต่อย่างว่า..คนเราต้องเดินต่อไปนี่ ยังไงซะก็ไม่ได้เเยกวงกันซะหน่อย พวกเราก็ยังเป็นชินฮวาอยู่ไม่ใช่หรอ เพราะงั้นผมไม่หวั่นอยู่เเล้วล่ะใบหน้าใสยิ้มหวานส่งมาให้อีกคน หวนนึกถึงคำพูดของตัวเองขึ้นมาอีกครั้งเลยว่า คนตัวเล็กนี่เป็นกำลังใจที่สำคัญของเค้าจริงๆ

 

อืม นั่นซินะ เอาเป็นว่าสรุปได้เเล้วนะ ฉันจะได้เอาไว้ไปพูดกับคนอื่นด้วย..มา ตอนนี้ก็โมงเเล้วเนี่ยดึกเเล้วนี่ ไปตัวเล็ก นอนๆๆ จะได้หายเร็ว กลับมาปั๊มป้ามกันใหม่ได้ไง จุ๊บ!!” ว่าพลางก็จับอีกให้นอนห่มผ้าห่มให้เรียบร้อย จูบหน้าผากมนไปอีกครั้ง

 

เอ๊ะ พี่นี่คิดเเต่เรื่องเเบบนี้รึไงเนี่ย ไม่ต้องเลยนะ ไปเลยไปอาบน้ำ เรื่องลามกนี่ไม่มีใครเกินจริงๆเเอนดี้ออกปากไล่หากอีกคนยังคงหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะผิวปากเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างคนอารมณ์ดี.....

 

*****************************************************************************************

 

มาดูคู่ที่ใครๆก็ ลุ้นกันอยู่นั้นเเหละเเหม......

 

มินวูที่นั่งโอบไหล่คนรักของตน โดนที่มีอีกคนกำลังทั้งดันทั้งผลัก หรือถ้าเป็นไปได้จะยกเท้าขึ้นมาเป็นตัวช่วยอีกอย่างด้วยเลยล่ะ

 

ไปอาบน้ำกลับมาบ้าน ก็ดึกตัวเหม็นหึ่งไปซ้อมเต้นมาด้วยอะดิ ไปเลย ไอ้ตัวเหมน~~~”ดองวานไล่อีกคน เเต่ในขณะเดียวกัน คนโดนไล่ก็ไม่ยอมคลายวงเเขนออกเสียที

อ้าว เพิ่งไปทำงานมาไง ก็อยากกลับมาอยู่กับนายก่อนอะ ยังไม่เลิก คราวนี้เริ่มเอาใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม ใช่ท่าไม้ตายทิ้งตัวลงเอาคางเกยมันไหล่ซะเลย

 

ง่ะ ซะงั้นเเทนที่จะไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวก่อน เออ งั้นก็ดีเเล้ว เพราะวันนี้ จะได้คุยเรื่องพักวง ไปทำโซ่โลเดี่ยวด้วยเลย ในที่สุด ดองวานก็เเยกอีกคนออกจากตัวเป็นผลสำเร็จ เหนื่อยตั้งนาน ไม่รู้ว่าเค้าคิดไปเองหรือเปล่านะ ว่าทำไมเดี๋ยวนี้มินวู ดูหื่นๆขึ้นไม่พอ มือยังเหนียวเหมือนเเมวน้ำเกาะบอลอีก สงสัยว่าพวกไอ้ริคกะไอ้แป้นมันต้องไปเเอบเทรนมาเเน่นอน

 

เออ ใช่ๆๆๆ วันนี้ตอนนั่งรถกลับบ้านฉันก็คุยกับซองกี้เเล้วเหมือนกัน ฉันว่าความคิดเเบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าตอนนี้ จะให้ย่ำอยู่กับที่ก็ใช่เรื่อง มินวูเกริ่นๆขึ้นมาก่อน เป็นเชิงบอกว่าเค้าเองก็พอรู้มาบ้างเเล้วเหมือนกัน

 

นั้นล่ะ เดี๋ยวนี้พวกบอยเเบนด์ก็มีออกมาตั้งเยอะเเล้ว ไหนจะ ซุปเปอร์จูเนียร์ ดองบัง เยอะเเยะไปหมด คิดเเล้วกลุ้มใจ พวกเราก็อายุมากขึ้น ยังไงก็ต้องลองทำอะไรที่มันแปลกใหม่ดูบ้างเนอะ (จะว่าว่าตัวเองเเก่เเล้วหรอลุง : คนเเต่ง) ดองวานหันมาพยักหย้าหงึกหงักๆพูดเสริมอีกคน

 

ว่าเเต่เรื่องที่พักล่ะ ยังไงก็ต้องเเยกเเล้วล่ะ ขืนอยู่บ้านเดียวกันมันไม่สะดวกหรอกนะหลังจากเงียบไปนิดนึงคนชอบยิ้มหวานเปรยเรื่องสำคัญของหัวข้อหลักของการสนทนาขึ้นมา

วันนี้เท่าที่คุยกันน่ะ พวกนั้นมันจะอยู่ด้วยกัน ฉันก็ว่าดีเหมือนกันเเต่นายล่ะว่ายังไง ของพวกนั้นมัน เรื่องสถานที่ทำงานมันอำนวยให้อยู่ เเต่นายกับฉันซิ..คนกล้ามใหญ่หันมาพูดทอดเสียงอย่างไม่เต็มใจนัก

 

เเต่ฉันว่า เเยกกันอยู่ก็ดีเเล้วนี่สะดวกออกดองวานยังคงพาซื่อ พูดออกมาอย่างรู้ตัวว่าจะให้คนฟังน้อยใจ

อ้าว นายไม่อยากอยู่กับฉันหรอถึงพูดออกมาอย่างนี้น่ะนั้นเเล้วก็เกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาจริงๆจนได้

ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เเต่เเค่มันสะดวกเราเเยกกันอยู่น่ะ ฉันจะได้ไปนอนกับเเม่ อย่างนี้น่ะดีเเล้ว เเล้ววันไหนนายว่างตรงกันก็มารับฉันที่บ้านไปค้างก็ได้นี่ เพราะว่านะทำอย่างงี้ ก่อนทำงานทุกวันฉันจะได้ไม่ต้องเเวะเข้าไปดูเเม่ก่อนไง คนพูดเองก็ว่าเสียงอ่อน ไม่ใช่ว่าไม่อยากอยู่ด้วย เเต่เพราะอะไรหลายๆอย่างทำให้มีความจำเป็น

 

หากเเต่คนฟังก็ยังทำหน้ามุ่ยไม่อยากรับรู้ไม่พูดยอมไม่จาอยู่เหมือนเดิม เเถมยังเบือนหน้าหนีอีกเเน่ะ!!

เอ็ม ไม่อาน่าาา อย่าทำอย่างงี้ซิ เวลานายไปทำงานอยู่บ้านไม่ตรงกัน อย่างงี้ไม่นายก็ฉันต้องอยู่บ้านคนเดียวไม่รู้สึกเหงาบ้างหรอ เพราะงั้นให้ฉันอยู่บ้านเเม่น่ะดีเเล้วดองวานยังคงใช้เหตุผลเข้าสู้อยู่ดี เเต่ใครจะไปรู้ความจริงๆในใจของดองวานเล่าว่าที่เค้าไม่อยากย้ายไปอยู่กะมินวูเพราะไม่อยากหารค่าเช่าบ้านต่างหากเล่า!!!

 

เฮ้อ อย่างงั้นก็ได้ เอาก็เอา เเล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้เเอ้มนายซะทีเนี่ย =3=” อ้าวไอ้นี่ก็ชั่วร้ายไม่เเพ้กันเลยความคิด ดูเเล้วที่มันมารักกันได้น่ะ

นี่นาย ไหนบอกว่าจะรอฉันพร้อมก่อนไงล่ะ โธ่เว้ยย นี่ก็อีกเรื่องที่เราต้องเครียร์เหมือนกันคราวนี้มือทั้งคู่จับหน้าเเมวน้ำเข้ามาเผชิญหน้าอย่างจัง

 

ทำไมเล่า =3= อะโด่ เอ้ยยยเเล้วก็ยังคงยื่นปากอกมาเหมือนเด็กๆโดนขัดใจ ทำเอาคนที่นั่งมองยิ้มไปกับท่าทางอย่างนั้น

อย่ามาทำเนียนๆ ไหนบอกว่าจะรอให้ฉันพร้อมไง ฉันก็กำลังจะบอกว่า นายก็รอไปก่อนละกันนะ ฉันยังทำใจไม่ได้จริงๆน่ะ นายจะโกรธฉันมั้ยดองวานหันไปมองตาอีกคน สิ่งที่เค้าพูดเป็นเรื่องจริง ไม่อยากให้มินวูต้องรอหรอกนะ เเต่เพราะว่าเค้ายังไม่พีร้อมจริงๆกับเรื่องเเบบนี้ ในใจก็คิดอีกว่า ถ้ามินวูรักก็ต้องรอได้เหมือนกัน

 

ได้ซิ ทำไมจะรอไม่ได้ ก็รักซะอย่าง เรื่องนั้นช่างมันเหอะ อย่าคิดมากเลยน่าา..เเต่ขอถามอีกรอบได้ปะ นายจะไม่เเต่งเข้าบ้านฉันจริงๆหรอคนพูดทำหน้าทะเล้นใส่ ก่อนจะรีบวิ่งหลบบาทาเหินหาวของคนรักทันที

 

เฮ้อ ให้มันได้อย่างงี้ซิ นอกจากจะลามกเเล้ว ยังมีความคิดแผลงๆอีก เเต่ก็เอาเหอะ ยังไงก็รักไปเเล้วนี่นา..ดองวานไฟท์ติ้ง!!!! เพื่อความรักที่สดใสในวันข้างหน้าล่ะนะ

 

*****************************************************************************************

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

[Special 4] fic the beginning part 1

[special 4] fic the beginning...เมื่อก่อนเรารักกันยังไงนะ

                                                                                                                                  

 

Part 1 (รักระหว่างหนุ่มน้อยขี้อาย กับนายมาดขรึม)

 

เสียงเจี้ยวจ้าววุ่นวายดูจะเป็นเรื่องที่เเสนธรรมดาไปเสียเเล้วสำหรับบ้านน้อยหลังนี้ ชายหนุ่มที่นั่งดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่สนใจ เสียงปึงปังที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าใครหน้าไหนจะวิ่งตัดผ่านหน้าเขาไปกี่รอบ ไม่ก็เสียงร้องโหยหวนของใครซักคนดังเข้ามาในโสตประสาท หรือเเม้เเต่เสียงเม้าท์เเตกของเพื่อนอีกคู่นึง เขาก็ยังคงนั่งมันอยู่ตรงนั้น นั่งมันอยู่ที่เดิม

 

เฮ้ย นายเอามันไปเดี๋ยวนี้!!!!!!!!” เสียงเเหบๆเเหลมๆของใครบางคนที่เรียกตัวเองว่าเจ้าชาย ดังขึ้นอย่างน่าตกใจ

เอาน่า สงสารมัน นายก็ช่วยเลี้ยงมันหน่อยไม่ได้รึไง อีกคนที่ตัวโตยังคงถือหางของเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เเสนโชคร้ายเอาไว้ในมือ พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้

 

อย่าเข้ามานะโว้ยยยยยยย เข้ามาเเกตายเเน่ ไม่งั้นฉันจะถีบส่งเเกออกไปนอนข้างนอกห้อง เข้าใจมั้ยไอ้แป้นนนนนน!!” อีกคนที่กระเถิบตัวหนี อย่างช้า ให้คนที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ตัวเอง....

พี่จอนจินพี่ก็อย่าไปแกล้งพี่เฮซองซิ เเล้วดูดิพี่ สงสารมันเอามันไปปล่อยเลยนะ เอามานี้เลย!!!” เสียงเล็กของใครอีกคนก็ดังเเทรกขึ้นมาอีก ทำเอาคนที่สนใจหน้าจอโทรทัศน์ ต้องเหลียวกลับมามอง

 

ภาพที่เห็นคือร่างเล็กๆตามเเบบฉบับของเจ้าตัวกำลังเดินดุ่มๆๆๆ ไปหาคนที่ตีกันอยู่ทั้งสอง ก่อนมือบางจะเอื้อมไปคว้าเอาจิ้งจกน่าเวทนาตัวนั้นมาไว้ในมืออย่างเบาๆ ก่อนจะรีบๆเดินไปที่ริมระเบียง มือเล็กค่อยๆปล่อยมันออกจากมือตนเอง ตากลมนั่งมองมันอยู่พักนึง จนมันวิ่งหายเข้าไปในความมืด จนเเน่ใจเเล้วว่าจะไม่มีใครไปจับมันมารังเเกได้อีก จึงเดินกลับเข้าบ้านอย่างสบายใจ พร้อมกับพาตัวเองมานั่งคู่กับคนตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์

 

พี่เอริค พี่กินอะไรรึยังฮะ คนตัวเล็กถามไถ่ ส่งเสียงใสเเจ๋วได้อย่างน่าฟัง ถ้าหากฟังไม่ผิดเเล้วมันเจือความห่วงใยเข้ามาด้วยรึเปล่านะ

ยังเลย เเล้วนายล่ะ ตัวเล็ก อีกคนหันกลับมาตอบพร้อมกับเอามือลูบหัวคนถามเบาๆ

ยังเหมือนกัน ก็พี่จอนจินน่ะซิ มัวเเ ต่ตีกับพี่เฮซองอยู่นั้นเเหละ ผมหิวจะเเย่เเล้วเนี่ยว่าเเล้วก็ทำท่าหิวขึ้นมาจริงๆ ทำเอาพ่อเสือยิ้มยากที่นั่งด้วยกันอดระบายยิ้มอ่อนๆขึ้นมาไม่ได้

 

งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกเฮซองให้ละกันนะ อย่างงี้ดีมั้ย ว่าเเล้วก็เอาอาหารมาล่อจนได้เเฮะ

ดีซิ รักพี่เอริคที่สุดเลยยยยย เเอนดี้ยิ้มกว้างขวางส่งไปให้เเทนคำขอบคุณ จนคนฟังหัวใจพองโต อยากจะยิ้มให้เเก้มปรี หากยังคงเก็บซ้อนอาการของตนเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

 

คนที่ฟังอยู่นั้นได้เเต่เเอบคิดไปในใจว่า หากคำว่ารักที่ได้ยินนี้เป็นสิ่งที่มาจากหัวใจดวงเล็กนั้น จริงๆก็คงจะดีซินะ ไม่ใช่เเค่เอามาใช้พูดในสถานการณ์เเบบนี้เท่านั้น

 

ใช่เเล้วเป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจน่ะ ถูกต้องเเล้ว ตอนนี้เอริค ชายหนุ่มน่าตาดีเเละจัดได้ว่าเป็นคนที่เข้าถึงยากมากคนหนึ่ง กำลังต้องมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของหนุ่มน้อยด้านข้างนี้เข้าให้อย่างเต็มรัก จนเเม้เเต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหนเหมือน หากเพียงเเต่รู้ว่าวันเเรกที่เค้าเจอใบหน้ากลมๆของคนตัวเล็กเป็นครั้งเเรก ตอนนั้น เค้าเพียงรู้สึกว่า เด็กหน้าตาธรรมาดาที่ไม่มีความพิเศษคนนี้จะมาร่วมงานกับคนอย่างเค้าได้ยังไงกัน เเต่หากคำถามนั้น กลับได้รับคำตอบในเวลาต่อมา กลับกลายเป็นว่าไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนทั้งวงจะรักเเละเอ็นดู เจ้าตัวเล็กนี้ได้ยังไง

 

ความสดใสร่าเริง ความน่ารักอย่างที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ ความไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกเเละการเเสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ราวกับเเก้วที่ผ่านการเจียระไนลบรอยคม จนมันดูทั้งมน ใส เเละบอบบางน่าทะนุถนอมที่สุด ทุกกริยาที่คนตัวเล็กนี้เเสดงออก มันช่างดูน่ามองไปหมดในสายตาของชายหนุ่ม ทุกๆครั้งที่เหนื่อย เเอนดี้ก็จะเข้ามาหาพร้อมกับใบหน้ายิ้มเเย้มเเละกำลังใจอันเปี่ยมล้น บางครั้งเมื่อถูกแกล้ง ก็มักจะกอดอกก้มหน้าตา ไม่ยอมพูดจากับใคร รอให้เค้ามาง้อเเทนเพื่อนๆคนอื่นเสียทุกครั้ง

  

ไม่เเปลกเลยใช่มั้ย ที่สองมือเล็กเล็กๆนั้น จะเขย่าให้กำเเพงทิฐิ ที่เค้าเคยสร้างมันเองกับมือให้มันสั่นคลอน จนพังทลายลงมาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ จนเมื่อมารู้ตัวอีกที คนชื่อเเอนดี้ก็ก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจดวงนี้เสียเเล้ว

 

พี่เอริค!! พี่ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย นั่งเหม่ออยู่ได้ พี่ช่วยบอกพี่เฮซองหน่อยจิ ผมหิวข้าวนาาาาเสียงใสๆปลุกอีกคนออกจากภวังค์ความคิดได้อย่างฉับพลัน

อื้อ รู้เเล้ว เเค่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อย ไอ้ตัวเล็กนี่นาา นายจะรอหน่อยก็ไม่ได้ ว่าพลางมือที่วางอยู่บนหัวนั่นก็ ขยี้ลงไปเสียเต็มเเรง จนคนโดนกระทำหัวเราะคิกคักๆ

ไอ้เฮซองโว้ยยยยย ตัวเล็กมันหิวข้าว เมิงเลิกตีกันเดี๋ยวนี้เลย เอริคหันไปตะโกนเรียกคนที่ยังคงวิ่งไล่กันอยู่ เพราะเรื่องจิ้งจก ให้กลับมาทำหน้าที่ของตน

 

เออ รู้เเล้ว ฝากไว้ก่อนนะเมิงไอ้พังเเป้น นี่เห็นว่าตัวเล็กหิวข้าวนะ ไม่งั้นนายตายเเน่  เฮซองหยุดขายาวๆของตน ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเเอนดี้เเทน

 

ไหนๆ ว่าไงตัวเล็ก นายหิวหรอ อยากกินอะไรน้ำเสียงที่คนหน้าสวยส่งผ่านมาถามมีเเต่ความรักเเละเอ็นดู ต่างจาก ที่พูดกับจอนจินเมื่อกี้ลิบลับ

อยากกินข้าวผัดกิมจิค้าบบบบ!!!!!!!!!”เเอนดี้พูดเสียงดัง พร้อมกับออดอ้อนไปในเวลาเดียว ขนาดเฮซองเองยังอดไม่ได้ที่จะเอามือมาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

ได้ๆๆๆ  รอแป๊บนึงนะเดี๋ยว ฉันทำให้ ร่างโปร่งรับคำก่อนจะทำท่าเดินเข้าครัว

เออ พี่ทำเผื่อพี่เอริคด้วยนะ เพราะดูท่า พี่ดองวานกะพี่มินวูน่ะ จะเม้าท์กันเพลิน เดี๋ยวผมกับพี่เอริคขอกินก่อนเลยละกันนะ พูดไปก็ยิ้มประจบไปด้วย

 

เฮอะ ทำไมฉันตองทำให้ไอ้ริค ด้วยว่ะ เเต่เอาก็เอาเถอะ เเอนดี้นายขอมาเดี๋ยวฉันก็จะเผื่อให้ะกัน หันมาทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

หากคนตัวเล็กได้เเต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ดีใจที่จะได้กินข้าวเเล้ว หารู้ไม่ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆตีความผิดๆไปต่างๆนาๆว่า ดูท่าทางเเอนดี้จะพอใจเฮซอง เเละดูเฮซองเองก็จะชอบคนตัวเล็กๆนี้เหมือนกันซะเเล้ว จะทำยังไงดีล่ะเอริคเอ๋ย ก็ร่างเล็กนี้ มันน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ

 

****************************************************************************************

 

หลังจากร่างโปร่งถือจานใส่ข้าวหน้าตาน่าทาน กลิ่นก็หอมฉุย ออกมาวางบนโต๊ะตัวเล็กเเล้ว เเอนดี้ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าไปหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไมลืมที่จะลากอีกคนมานั่งกินด้วยกัน

 

อ๊ะ ตัวเล็กอันนี้ของนาย ฉันจำได้ว่านายชอบกินออกหวานนิดๆใช่มั้ย ว่าเเล้วก็ส่งจานใบสีเหลืองมาให้

ใช่ๆๆ พี่จำได้ด้วยหรอเนี่ย โห..ว้าววว่าเเล้วพูดไปก็เอาข้าวเข้าปากไปอย่างไม่รั้งรอ เคี้ยวไปพูดไปอย่างมีมารยาทมากๆ

เเน่นอนนี่ ของตัวเล็กทั้งคนหลังจากนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้ อีกคนที่ส่งตอบกลับมาเช่นกัน หากตาเรียวเหลือบไปเห็นเจ้าข้าวเม็ดเล็กที่ติดอยู่มุมปากอีกฝ่ายจึงเลื่อนมือไปหยิบออก

 

เคร้งง!!!” เสียงวางช้อนกระทบลงกับจานดังขึ้นมาเเรงๆ เเรงเสียจนมันทำให้คนทั้งบ้านตกใจเลยด้วยซ้ำ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันกลับมามอง

พี่เอริค พี่เป็นอะไรฮะ ข้าวติดคอหรอ เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว ว่าเผลอทำอะไรลงไป เลยเเกล้งไอโขลกขลากออกมาอย่างแนบเนียนซะจนคนตัวเล็กหลงเชื่อ

 

เเค่กๆๆๆๆ!!!!”ทำเป็นเอามือตบอกลูบคอตนค ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมามองอย่างเป็นห่วง หากคนทีนั่งอีกคนกลับ ถอนหายใจส่ายหน้าออกมานิดหน่อย

เป็นยังไงบ้างอะ พี่เอริค น้ำๆๆๆเเอนดี้ลูบหลังส่งน้ำให้ ชายหนุ่มไม่ขาด พะเน้าพะนอ อยู่ข้างๆจนเฮซองหมั่นไส้

สมน้ำหน้ามูมมามดีนัก เป็นไงล่ะ ให้มันติดคออย่างงี้เหละดีเเล้วบุคคลที่สามที่นั่งอยู่เเอบเหน็บอย่างรู้ทันว่าอีกคนเสเเสร้ง เเกล้งทำ...รู้ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไรเสียด้วย

 

อ้าว..พี่ไปว่าพี่เอริคทำไมเนี่ยพี่เฮซอง เดี๋ยวก็ไปกันใหญ่หรอก คนตัวเล็กหันมาปกป้องอย่างออกนอกหน้า

คำพูดของคนตัวเล็กทำอาเฮซองส่ายหัวกันเบาๆกับคนคู่นี้ เหนื่อยใจเล็กๆ จะเพราะเรื่องอะไรเสียอีก สองคนนี้น่ะเเอบชอบกันเอง ต่างฝ่ายต่างหลงรักกันอย่างหัวปักหัวปำเลยล่ะ เเต่ไม่รู้อีท่าไหนไม่ได้ลงเอยกันซักทีนะ...

 

********************************************************************************************

 

ทำไม เเกมันสอนเเล้วไม่จำ หา!!! ต้องให้ ฉันลงไม้ลงมือใช่มั้ย!!!!”เสียงก่นด่า พร้อมกับฝ่ามือเเละเท้าที่กระหน่ำลงมาช่างดูรุนเเรงเเละป่าเถื่อนสิ้นดี

 

อย่าตีผม ผมจะไม่ทำผิดเเล้ว อย่าตีผม ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!!”เสียงร้องที่เจ็บปวด ถูกเปร่งออกมาเสียงดัง เนื่องจากความเจ็บปวดทางร่างกาย ที่โดนทุบตี อย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นกระสอบทรายที่มีชีวิตจิตใจ

 

เนื่องจากเเอนดี้เป็นคนที่อ่อนที่สุดในทีม เเละบางครั้งการเต้นของเค้าก็ไม่พัฒนาไปอย่างที่ลี ซูมานคาดหวังไว้ผลที่ได้รับตอบเเทนคือ การต้องเจ็บตัวเเบบนี้

 

คนที่ตอนนี้ที่ร่ำร้องขอความเห็นใจ น้ำตาใสอาบเเก้มเนียน อย่างไม่ขาดสายด้วยความทรมาน ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่หันหน้าหนีทนมองดูภาพตรงหน้าที่โหดร้ายนี้ไม่ไหวอีกแล้ว

 

ใครจะรู้เล่าว่าหนึ่งในห้าคนที่เหลือนั้น ถ้าเป็นไปได้ คงวิ่งถลาเข้าไปดึงตัวอีกคนเข้ามากอดปลอบเเล้วออกรับเเทน หรือไม่ก็ดึงคนที่กำลังทำร้ายคนที่เค้ารักอยู่ มาชกให้หนำใจ โทษฐานที่ทำให้คนตัวเล็กต้องเจ็บตัว หากเเต่เอริคก็ทำได้เเค่เพียงคิดเท่านั้น เพราะถ้าทำอย่างงั้นจริง ไม่วายที่ตัวเอง ต้องถูกไล่ออก เเล้วอย่างงี้คงไม่มีวันได้รับรู้เลยว่า คนตัวเล็กของเค้าต้องถูกทรมานอีกมากเเค่ไหน สู้อดทนทรมานด้วยการไม่ไปไหนไกลตาเสียดีกว่า..

 

....ถ้าคิดจะทรมานให้ตายก็ให้มันเจ็บใจตายไปด้วยกันเลยนี่เเหละ !!!!!!!!....

 

สายตาคมจดจ้องไปในทุกการกระทำ เสียงร้องที่เข้าไปโสต ประสาทช่างเสียดเเทงใจ จนเเทบทนไม่ไหว ขนาดเพื่อนร่วมวงคนอื่นยังต้องทยอยกันเดินหนี เเต่ขาเเกร่งของร่างสูงกลับไม่คิดจะก้าวไปไหน อยากอยู่เป็นเพื่อน อีกคนมากกว่าอย่างน้อยมันไม่ได้เจ็บที่ตัว เเต่หัวใจเค้าเเทบจะไม่เหลือชิ้นดีอีกเเล้ว...

 

.......

....

..

 

ในที่สุดการทรมานอันเลือดเย็นก็จบลงเสียที เอริครีบถลาเข้าไปประคองคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างเบามือ กลัวว่าจะกระทบกระเทือนบาดแผลที่ทำให้ฟกช้ำมากไปกว่านี้

 

หากดูจากสภาพการณ์การซ้อมเต้นที่หนักหนาสาหัสของทุกคนดูจะต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย อย่าว่าเเต่ไม่มีกำลังใจจะเต้น สภาพการของเเอนดี้ก็คงไม่เอื้ออำนวยเสียเเล้ว...

 

หลังจากกลับมาถึงบ้าน เเอนดี้ถูกพาเข้าไปในห้องพักโดยมีเพื่อนๆทั้งห้าคนคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ทุกคนให้ความสนใจเเละเป็นห่วงมากเหลือเกิน หากเเต่คนตัวเล็กก็ยังคงนั่งร้องไห้โดยไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ ทำเอาคนที่ยืนอยู่โดยรอบออกอาการเครียดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

 

จนเมื่อเฮซองที่เดินเข้ามาใหม่อีกรอบ พร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล กำลังจะลงมือทำแผลให้ ต้องชะงัก เมื่อเอริคเป็นคนยื่นมือไปคว้ามาเป็นเชิงบอกว่าจะทำเอง ซึ่งคนหน้าสวยก็ไม่ขัดใจเหมือนที่เคยทำ

 

ร่างสูงเดินลงมานั่งข้างๆคนเจ็บก่อนจะค่อยๆเลิกเสื้อยืดที่เเอนดี้ใส่อยู่ขึ้นมา ภาพที่เห็นเล่น คนมองขบกรามเเน่น เเม้กระทั้งคนใจเเข็งอย่างเฮซองเองยังต้องหันไปทางอื่น รอยฟกช้ำขนาดใหญ่มากมาย กระจายไปโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ตรงเเผ่นหลังบาง หน้าท้องราบ ไม่มีตรงไหนเลยที่จะไม่มีเจ้าวงสีม่วงนั้นประดับอยู่ นอกจากนี้ยังมีแผลถลอกอีกจำนวนไม่น้อยที่มีเลือดไหลซิบ ออกมาอวดโฉมอีก

 

…..เห็นแล้วมันก็เจ็บ บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ!!!.....

 

เอริคกลั่นใจหยิบสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื่ออกมาเพื่อเช็ดทำแผลให้อีกคน รู้ทั้งรู้ว่าหากโดนแผลเข้าจะทำให้คนที่ร้องไห้อยู่ก่อนเเล้ว ร้องหนักขึ้นกว่าเดิม

 

ฮ..ฮึก!!”เเละก็เป็นจริงอย่างที่คิด เมื่อสำลีสีขาวที่เเต้มด้วยน้ำยาสีฟ้าโดนลงบนเเผลเท่านั้น หลังบางสะดุ้งเฮือกขึ้นมาด้วยความเเสบ น้ำตาพาลไหลออกมาไม่ขาดสาย พอคนตัวเล็กสะดุ้งที คนที่ทำแผลก็พลอยใจหาย ในใจกลับหล่นวูบตามไปด้วยทุกครั้ง

 

นี่เเค่เพียงที่เเรก ยังมีอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ กว่าเอริคจะทำหมด เล่นเอาเเอนดี้เกือบจะไม่ไหวร้องไห้เสียงดังไม่ยอมหยุด จนตัวเค้าเองก็ไม่รูจะทำยังไงได้เเต่มองทำอะไรไม่ได้อยู่อย่างนั้น จนเฮซองต้องดึงแขนจอนจิน ก่อนจะสะกิดให้มินวูเเละดองวานตามออกไปด้วยกัน

 

ตอนนี้ห้องทั้งห้องมีเเต่ความเงียบ เสียงสะอื้นไห้ของคนตัวเล็กๆ เเละเสียงลมหายใจของชายหนุ่มผู้เฝ้ามองหัวของเค้าที่กำลังถูกกรีดซ้ำไปมาซ้ำมาต่อหน้า

 เค้าทั้งรักทั้งเฝ้าถนอม  กระทั้งยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หรือเเม้เเต่เม็ดฝนซักหยดยังไม่อยากให้โดน  ถ้าเป็นไปได้เเล้วแทบไม่อยากให้รับรู้ถึงความเป็นไปบนโลกภายนอกก็คงดี  เพราะกลัวคนบอบบางนี้จะช้ำไป เเต่นี้กลับต้องมาทนดูเเบบนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย มันเจ็บใจตัวเองเสียยิ่งกว่า...

 

พี่..พี่เอริค..ผ..ผม..ผิดอะไร..มากนักหรอ..เสียงเบาราวกระซิบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ หากเเต่เจ้าของชื่อก็รีบตั้งใจฟัง

ผ..ผม ผิดมากเลย หรอฮะ ท..ที่เค้าต้องมาทำกับผม เเบบนี้!! ฮ...ฮึก..ฮืออ!!”เเอนดี้ ก้มก้มตาลงเปร่งเสียงร้องเเห่งความเสียใจออกมา เจ็บกายน่ะทนได้ เเต่ที่ใจมันสุดจะทน พยายามไม่อ่อนเเอเเล้วเเต่มันก็ไม่ไหวจริ%

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

fic shinhwa behind the scence part 30 [end]

Part 30

 

ในที่สุดหลังจากที่ตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยเเล้วว่าจะขอพักงานของวงชินฮวา เพื่อเเสดงตัวตนเเละความสามารถนอกเหนือจากงานเพลงที่ผ่านมา เช่น เอริค เเอนดี้ เเละดองวาน ที่มีความสามรถในการเเสดงเเละพิธีกรนั้นเอง นอกจากนั้นทั้งหมดยังต้องมีการวางเเผนงานเอาไว้ล่วงหน้าเสียก่อนด้วย

 

ทั้งหกคนจึงต้องวางแผนงานของตนให้คนอื่นๆช่วยกันดู เเละพิจรณากันอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าต้องการจะทำอย่างนี้จริงๆ

 

เเต่ก่อนจะทำอย่างที่ตั้งใจกันเอาไว้ทั้งหมดจึงปรึกษาหารือกับทางบริษัท เเละนอกจากนั้นยังต้องเเถลงข่าว อย่างเป็นทางการไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเเยกวงชั่วคราว หรือว่าเเสดงคอนเสริตที่ทุกคนไม่อยากใช้คำว่าอำลา เเต่คิดว่าเป็นการเริ่มต้นในสิ่งใหม่ๆเสียมากกว่า...เพราะยังทุกคนก็ยังอยู่ด้วยกันเเละใช่ชื่อของตนด้วยความใจกับวงๆนี้อยู่ดี

 

พอการเเถลงข่าวที่ฮือฮาก็ผ่านไปได้ด้วยดี เเต่หลังจากนั้นการฝึกซ้อมมหาโหดเเละการเตรียมตัวเเบบสายฟ้าเเลบ ทำให้ทุกคนเหน็ดเหนื่อยสุดขาดใจ เเต่ก็ทำเอาใจหายไปเหมือนกัน

 

โอย ไม่ไหวๆ ผมขอพักสิบนาทีไม่ไหวเเล้ว เเฮ่กๆๆ..เเอนดี้นั่งลงบนเก้าอี้ห้องซ้อมที่เค้าคุ้นเคย ก่อนจอนจินจะเดินลงมานั่งคู่กัน ในขณะที่ทางทีมงานก็ได้มีการบันทึกภาพเหล่านี้เอาไว้ด้วยเพื่อเอาไปทำเป็น PV ของอัลบั้มก่อนเเยกตัว

 

เเละก็มีการสัมภาษณ์ต่างๆเล็กน้อยตามเรื่องตามราว หากยังมีการทำร้ายร่างกายเล็กๆน้อยเกิดขึ้นไปด้วย ก็จะอะไรเสียอีก คนอู้อย่าง เอริคมานั้งบนพื้นนอนซบเอาหน้าเกยเข่าคนตัวเล็กไว้นอกจากนั้งยังกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้เเน่น เเต่คนตัวเล็กโดนถามว่าเป็นห่วงใคร อยากให้ใครตั้งใจซ้อมมากกว่านี้ เเล้วเเอนดี้ตอบว่าพี่เอริคเท่านั้นล่ะ คนนอนเกยเค้าก็เอาเล็บจิกที่มือบาง คนคนโดนประทุษร้ายร้องโอดโอยเสียงดัง

 

เเต่หลังจากมีการตบหัวเเล้วก็มีการลูบหลังเล็กน้อย นิ้วยาวก็ค่อยๆลูบเเผลที่ทำคนรักเจ็บเอาไว้เบาๆเป็นเชิงปลอบ...

 

“1…2….3…4…Dance for!!” นอกจากนั้นพวกที่เหลือก็ยังคงซ้อมไปมาหน้ากระจกอย่างเอาเป็นเอาตาย ยกตัวอย่างเช่น มินวูที่ออกเสต็ปเทพ อย่างไม่รู้จักเหน็ดราวกับเเมวน้ำผิวไหวท่ามกลางทะเลลึก หรือถ้ามองอีกเเง่ก็เหมือนกวางป่ากำลังวิ่งชมหญ้าอ่อนในทุ่งป่าสาวันน่านั้นเอง

 

โอ้ ..โน..ๆๆๆ..โว้...ส่วนอีกฟาก ก็เป็นคนหน้าสวยที่ยืนเปร่งเสียงเทียบคีย์เพลงเก่าๆ ที่ไม่ได้ร้องนานเป็นการพักอย่างนึงไปด้วย ไม่ลืมที่จะหนีบเอาดองวานมายืนซ้อมประสานเสียงด้วยกันอีกคน เพื่อจะได้ไม่เพี้ยนวันเเสดงจริง

 

โดยมีจอนจินที่เเอบหลบจากคู่หวานประจำปีเนื่องจากทนความเลี่ยนไม่ไหวเหมือนกันมานั่งดูคนหน้าสวยที่ยืนซ้อมอยู่ริมกระจก ก่อนจะเเอบเต้นท่าปูให้เงาตัวที่สะท้อนให้อีกคนได้เห็น ทำเอารบกวนสมาธิเป็นที่สุด จนเเล้วจนรอดก็ถูกเฮซองไล่ตะเพิดให้ไปซ้อมเต้นกับมินวูจนได้

 

การทำงานที่หนักหนาควบคู่กับบรรยากาศที่เป็นกันเองก็ดำเนินไปอย่างเงียบๆ เเละคนมากมายที่ทุ่มเทเต็มที่ให้กับมัน อย่างไม่รู้จักย่อท้อต่อความเหนื่อยยาก...

 

...............

........

....

..

.

 

เเละเเล้ววันเเสดงจริงก็มาถึงในที่สุด...

 

ด้านหลังเวทีที่ตอนนี้กับความวุ่นวายในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า สต๊าฟหลายคนต่างวิ่งวุ่นจนเเทบจะชนกันล้ม โดยที่คนที่เฝ้าดูด้านนอกไม่มีทางล่วงรู้ได้

เเต่คนที่ทำงานอย่างหนัก ตลอดระยะเวลาหลายปี กลับนิ่งเเละสงบได้อย่างไม่น่าเชื่อ...หากเเต่ในใจก็ตื่นเต้นราวกับว่านี้คือครั้งเเรกที่ต้องขึ้นเเสดง

 

คนทั้งหกหลับตาภาวนาทุกครั้งให้ทุกอย่างออกมาดีพร้อม ในคอนเสริตเเห่งความภูมิใจนี้...ในชื่อ “Shinwha aisan tour”

ซึ่งการเเสดงที่จะเป็นก้าวย่างเเห่งความสำคัญในฐานะศิลปินกลุ่มหนึ่งผู้มอบรอยยิ้มเเละความยินดี ตอบเเทนให้กับแฟนเพลงที่รักเค้า เเละพวกเค้าก็รักคนเหล่านั้นเช่นกัน

 

ภาพในอดีตมากมาย ค่อยๆไหลผ่านความทรงจำของคนทั้งหกอย่างช้าๆ ราวกับเข็มนาฬิกาที่ค่อยๆเดินช้าลง..ช้าลง..เเละช้าลง ก่อนจะหยุดหมุนในที่สุด

 

เสียงหัวเราะเเละหยอกล้อกันไปมา อย่างสนุกสนานเเว่วกลับมาในมโนภาพอีกครั้ง ภาพที่ได้เเกล้งจอนจินตอนที่หลับใหล โดยมีเเอนดี้เป็นตัวตั่งตัวตีเอาเมจิกไปละเลงไว้อย่างมันมือ หรือว่าจะเป็นตอนที่เล่นวิ่งไล่ฉีดโฟมครั้งที่เเอนดี้เพิ่งออกจากโรงพยาบาลใหม่ๆ หรือเเม้เเต่ตอนที่จอนจินประสบอุบัติเหตุ จนเกือบเอาชีวิตไม่รอดเเล้วก็ตาม รวมถึงตอนที่คนตัวเล็กต้องออกจากวงไปเพราะเหตุจำเป็น สร้างความเศร้าเสียใจให้กับสมาชิกทุกคน ย้อนกลับมาเตือนสติพวกเค้าอีกครั้ง...

 

อุปสรรคมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ล้วนสร้างความเหนื่อยยาก เเละต้องใช้ความอดทน หากคนทั้งหกก็ร่วมแบ่งปัน ให้กำลังใจ คอยปลอบ เเละช่วยกันจับมือข้ามผ่านมันมาได้ในที่สุด ไม่ว่าจะต้องเสียน้ำตาก็เเล้ว ทะเลาะกันก็เเล้ว เหนื่อยด้วยกันก็เเล้ว หากมันก็คือ บททดสอบที่สำคัญของชีวิต ที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ว่า มิตรภาพที่เหนียวเเน่นของใจทั้งหกดวงที่มีให้กันจะไม่เสื่อมสลายไป

 

ขาทั้งหกก้าวขึ้นบนเวทีอย่างมาดมั่น เเละมั่นคง ทั้งหกคนมองหน้ากันก่อนจะยิ้มออกมาจากใจจริง ในอกพึงระลึกเอาไว้เสมอว่า ...พวกเค้าเป็นใครเเละมาจากไหน

 

เเละจากนี้ต่อไป มือทั้งหกคู่ที่กำกันไว้จะสัญญาต่อหน้าแฟนๆนับหมื่นนับเเสนที่คอยเป็นพยานอยู่นี้ว่า มันจะไม่ปล่อยจากกัน ไม่ว่าเรื่องที่ต้องเผชิญจะร้ายเเรงเเค่ไหนก็ตาม ก็ยังจะยืนยันร่วมกันฟันฝ่าไปให้ได้เหมือนที่เคย เเละนี้เป็นหนึ่งทางเดินที่สำคัญ ที่ทั้งหมดก้าวไปข้ามพร้อมๆกันจากนี้เเละตลอดไป...

 

ภายใต้ของชื่อเเละมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่....ภายใต้คำว่า....ชินฮวา!!!..............

 

*********************************************************************************************

 

ความรักคืออะไรคะ ชินฮวา....

 

ความรักเปรียบเหมือนทางเดินที่ทอดยาวข้างหน้า

ไม่รู้ว่า จะต้องเจอกับอะไร ไม่รู้ว่าต้องหยุดที่ตรงไหน

เเต่เราก็เลือกที่จะก้าวต่อไปข้างหน้าเสมอ

เเละไม่ว่าจะล้มลุก คลุกคลานยังไง

จะขอเชื่อมั่นมือที่เเสนอบอุ่นนี้

ที่คอยกุมกันเอาไว้ร่วมเดินไปด้วยกัน

 

ความรักของเราไม่ได้สัมผัสได้ด้วยคำหวาน

หากรักเราสัมผัสมันได้ด้วยหัวใจ

เเค่เพียงเราใช้หัวใจหนึ่งแลกกับอีกหัวใจหนึ่ง

ก็จะรับรู้ว่า ความสุขที่เเท้จริงในรักนั้นคืออะไร

 

เเม้วันข้างหน้าอาจจะไม่สวยงามเท่าวันนี้

เเต่วันทุกวันขอเราจะสวยงามได้ถ้าหาก

มีเค้าอยู่คอยเป็นดวงจันทร์ที่ส่องสว่างให้กับเรา

ดวงจันทร์ที่จะฉายเเสงทำให้ท้องฟ้าที่มืดมิด

สว่างไสวได้ เเละคอยเคียงข้างกันตลอดไป

 

ไม่สามารถนิยามความรักนั้ได้

หากเพียงเเค่มองลึกลงไปในตา

ที่สื่อความหมายของคนที่ยืนข้างๆกันนี้

ก็ไม่ต้องมีคำพูดใดๆให้มากความ

ไม่ต้องบรรยายอะไรให้ซึ้งกินใจ

นิยามของคำว่ารักระหว่างเราก็คือสิ่งเดียวกัน

 

การมีรักคือการรอคอยเเละคิดถึง เฝ้าคนึงหา

สุข เศร้าเเละเหงาใจในบางครั้ง

หากเเต่ผู้คนก็ยังคงไขว่คว้าหามัน

เพราะถ้าในชีวิตไม่เคยสุขที่ได้คิดถึงใครคนรักเเล้ว

ชีวิตยังจะมีสิ่งใดให้อาลัยอยู่อีกเล่า

 

รักคือการให้ ฟังเเล้วจะดูธรรมดาเสียเหลือเกิน

เเต่หากรักใครจริงๆเเล้วเล่า

เเม้เเต่ดวงใจเราก็ให้ได้

หากวันนึงไม่มีรักให้เราได้มอบให้เเล้ว

หัวใจของเราที่ให้ไปเเล้วคงไม่ได้เต้นอยู่ในอกเหมือนเคยซินะ

 

เเละสุดท้าย รักของเราคือ เพื่อน เเละมิตรภาพที่เหนียวเเน่น....

 

ถ้านี้คือรักของพวกเค้าทั้งหกคน...

เเล้วความรักของคุณคืออะไรหรือคะ.. เเต่ไม่ว่ามันจะคืออะไร ถ้ารักมันเดินเข้าหาเเล้วล่ะก็ อย่าผลักไสรักเลยค่ะ

หากว่ารักมันไม่สมหวัง มิตรภาพนั้นก็คือรักนะคะ เพราะรักคือเสี้ยวหนึ่งของชีวิตที่ทำให้โลกของเราหมุนไป....

 

**********************************************************************************************

END

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

fic shinhwa behind the scence part 29

 

Part 29

 

ผ่านไปจนขึ้นวันใหม่ คนตัวเล็ก ที่ตอนนี้อาการดีขึ้นค่อนข้างมากเนื่องจากการดูเเลที่ดีของเอริคที่กลับมาทนุถนอมเหมือนเคย ยังดีอยู่ที่เเอนดี้ไม่มีอาการเป็นไข้เเทรกซ้อนเลยทำให้ดูดีขึ้นมาหน่อย เเต่ก็ยังนั่งพักผ่อนอยู่ที่บ้านโดยคนตัวโตอยู่ไม่ห่างกาย เรียกว่าติดกันเป็นตังเมเลยก็ได้

ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังเพลิดเพลินกับการกินไอติมไปนั่งดูโทรทัศน์ไปอย่างมีความสุขคนเดียวเนื่องจากวันนี้เอริคติดถ่ายโฆษณาตัวนึงของ โทรศัพท์เเอนนี่คอล์ จอนจินกับเฮซอง ก็ไปถ่ายซิลเกิ้ลด้วยกัน โดยมีจอนจินไปเป็นเเอคติ้ง ไดเรคเตอร์ เเละมินวูไปทำเรื่องซิงเกิ้ลเอ็มที่บริษัท เลยเหลือเเต่เเอนดี้เเละดองวานเท่านั้นที่อยู่เฝ้าบ้านเท่านั้น

 

เเอนดี้!!”เสียงเรียกทำให้หน้ากลมหันไปมอง ไม่ต้องบอกก้รู้ว่าใคร เพราะทั้งบ้านเหลือกันสองคน

ว่าไงพี่ดองวานแอนดี้หันกลับไปสนใจจอภาพอีกครั้งก่อนจะหัวเราะออกมาเอ้กอ้าก เนื่องด้วยภาพยนตร์ตลกตรงหน้า

คือ ฉันมีเรื่องจถามนายหน่อยน่ะ นายช่วยหันมาสนใจฉันซักนาทีจะได้มั้ย..ดงวานเรียกความสนใจอีกครั้งหากเเต่ไม่ได้พูดเสียงดังให้คนฟังตกใจ เเต่กลับทำเสียงเป็นเชิงขอร้องเสียมากกว่า

 

มีอะไรอะ พี่คนที่โดนถามเริ่มหันกลับมาฟังอย่างตั้งใจ เพราะดูท่าทางพี่ชายเค้าจะมีเรื่องสำคัญมาทวงถามจริงๆ

คือว่าอย่างงี้นะ คือ..เอ่อ คือ..พอเค้าถามทีนี้ก็มานั่งอ้ำอึ้ง ไปต่อไม่ได้เสียเอง

อ้าว พี่พอผมตั้งใจ พี่ก็ไม่พูดงั้น ผมดูโทรทัศน์ต่อเเล้วนะ ว่าเสร็จก็ทำท่าจะไม่สนใจอีกฝ่ายต่อซะงั้น

เเม่ม กรูเขินหน่อยก็ไม่ได้ โอเคๆ พูดเเล้วก็ได้ว่ะดองวานได้เเต่คิดในใจว่านี้หรือน้องกรู มันช่างดูรักพี่มันดีเเท้หนอ

งั้นจัดไปว่ามา..เเอนดี้หันกลับมาหาพี่ชายสุดซี้อีกครั้ง

งั้น ก็คือว่าฉันถามหน่อยจิ ว่าตอนนายเอ่อ ทำรักกับเอริคครั้งเเรก มันเป็นยังไงหรอชายหนุ่มถามเสียงเบาอย่างหาที่สุดมิได้เเม้จะรู้อยู่ว่าตอนนี้ก็มันเเค่สองคน ไม่มีใครจะมาได้ยินเรื่องนี้ไปได้ เเต่เอาจเป็นด้วยความกระดากเสียมากกว่า

 

คำถามนี้เล่นเอาคนที่ตั้งใจจะตอบนิ่งไปเหมือนกัน นิ่งจะเกือบจะเป็นตุ๊กตาไปเเล้ว ใบหน้ากลมที่ตอนเเรกซีดขาวเนื่องจากร่างกายที่ยังไม่เเข็งเเรงดีจากกิจกรรมที่เอริคเป็นคนก่อไว้ กลับมีเลือกสูบฉีดขึ้นมาได้ทันตาเห็นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

พ..พี่ถามอะไรของพี่เนี่ย.. คนตัวเล็กถามเสียงอ่อย ด้วยความเขินอาย ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ดีๆ พี่ชายของเค้าต้องมาถามเรื่องเเบบนี้ด้วย

ก็คืองี้ เเบบว่า นายก็รู้ ว่าคนรักกัน มันก็ต้องมีเรื่องอย่างงี้เข้ามาเกี่ยวข้องใช่มั้ยล่ะ ดองวานค่อยๆพูดช้าๆเพื่อเป็นการอธิบาย

หากหัวกลมเพียงเเค่พยักหน้าตอบหงึกหงักๆเท่านั้น ใบหน้ายังคงเป็นสีชมพูอ่อนจางๆอยู่ดี

 

เออ เเล้วทีนี้ คือในกรณี ของฉันมันก็ต้องมีเหมือนกันน่ะเเหละเเล้วในที่สุดคนอายุมากกว่าก็เฉลยออกมาจนได้

อ๋อ..อือเข้าใจเเละ เเต่จะว่าไปให้ผมพูดผมก็เขินนะพี่ดองวานเเอนดี้เเอบเอายกนิ้วเล็กขึ้นมาเกาเเก้มใสของตัวเองอย่างแสดงอาการ

 

เเต่นายก็ช่วยฉันหน่อยซิ เพราะตอนนี้ฉันก็พึ่งใครไม่ได้เเล้วน่ะ นายก็รู้เรื่องไอ้เฮซอง เเล้ว มันก็เลยตามเลยให้อะไรฉันไม่ได้ซักอย่างดองวานยังคงอ้อนอีกคนอยู่อย่งนั้น อย่างน้อยเรื่องเเบบนี้เเอนดี้ก็คงช่วยเค้าได้อยู่บ้างเเหละนะ

 

เเล้วก็เป็นจริงอย่างที่เค้าคิด ในที่สุดคนตัวเล็กก็ใจอ่อนยอมปริปาก เล่าเรื่องนี้ให้ฟังจนได้

ผมบอกพี่ไว้ก่อนเลยนะพี่ ผมก็ไม่ได้ดีไปกว่าพี่เฮซองเท่าไหร่หรอก เพราะผมก็โดนรวบหัวรวบหางตอนไม่พร้อมเหมือนกันนี่ล่ะ พี่ก็รู้ว่า พี่เอริคลามก เเถมหื่นหาใครเทียบไม่ติด (เว้นเเต่อีแป้นไว้คนนะลูกหลาน : คนเเต่ง) เเอนดี้เล่าเว้นระยะให้คนฟังเข้าใจตรงกัน

 

ก็คือ ว่าตอนนั้นผมก็ตื่นเต้นอย่างงี้เเหละ ครั้งเเรกนะพี่ เจ็บจนอยากร้องไห้เลย เหมือนจะเค้าใจตอนผู้หญิงคลอดลูกเลย อารมณ์นั้น ตอนนี้ก็ยังเป็นเหมือนตอนมีอะไรครั้งเเรกอยู่ เเต่ก็น้อยหน่อยเท่านั้นเอง เเต่ถ้าพี่ทนไปซักพัก เอ่อ..เเบบ..เดี๋ยวมันก็ดีเองเเหละ เเหะๆๆๆ เเอนดี้เล่าไปเองก็อายเอง หัวเราะกลบเกลื่อนไปอย่างงั้น

 

เเต่คนฟังนี่ซิคิดหนัก เจ็บจนจะตายเลยหรอเเล้วนี่เค้าจะไหวมั้ย เเต่เอ๊ะ.. ทำไมเค้าต้องเป็นฝ่ายเจ็บตัวด้วยว่าสรุปว่านี้ตัวเค้าเองต้องยอมเป็นฝ่ายรับไปเเล้วใช่มั้ย โอ้ว คิดเเล้วก็ส่งสารตัวเองเหลือเกิน...TT^TT

 

เเต่พี่ดองวาน ขอบอกเลยนะว่า พี่เอ็มนี่เค้าเป็นคนดีมากเลยนะ ที่เค้ายังเปิดโอกาสให้พี่มาถามผมเนี่ย เค้ายังอดทนรอพี่พร้อมได้น่ะ นี้เค้าเป็นคนดีมากๆเลยนะ ชื่นชมเลยล่ะ ไม่เหมือนไอ้บ้ากามที่ไหนก็ไม่รู้ อยู่ก็ลากเข้าห้องไปฟันซะงั้นเลยคนตัวเล็กว่าไปก็นึกถึงครั้งเเรกของตัวเอง

 

ถึงเเม้ว่าเอริคจะอ่อนโยน เเละทุกสัมผัสเเละการกระทำจะเต็มไปด้วยความรัก เเต่ก็รวบรัดทำเอาเตรียมใจไม่ทันเหมือนกันนะ!!!

อืมฉันเข้าใจที่นายพูดเเล้วล่ะ ขอบคุณมากนะ ว่าเเค่ดูหนังกันต่อเหอะว่าเเล้วทั้งคู่ก็หันกลับเข้าหาหน้าจอโทรทัศน์ต่อ หากเเต่ตัวคนที่มาถามเค้าหาคำตอบได้ในใจเเล้วว่า

 

ซักวันนึงเมื่อเค้าพร้อมเค้าจะยินดีมอบทั้งตัว เเถมหัวใจที่มันมีมากอยู่เเล้วให้กับอีกคน ด้วยเชื่อว่าคนที่เค้ารักก็จะสามารถรอเค้าได้เช่นเดียวกัน.....

 

********************************************************************************************

 

เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบค่ำ ในที่สุดพวกคนที่ต้องไปทำงานนอกบ้านก็กลับมาเสียที หากเเต่คนตัวเล็กที่นั่งรออยู่หน้าโทรทัศน์ก็ปลีกตัวขึ้นไปนอนอยู่ข้างบนเเล้ว

 

ร่างกายยังไม่สมบูรณ์ดีเท่าไหร่ เลยต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอไตามระเบียบ เเละไม่เเปลกเลยที่จะทิ้งดองวานให้นั่งรออยู่คนเดียว

อ้าว ดองวานเเอนดี้ล่ะ เอริคเมื่อกลับมาถึงไมคิดอะไรเลย ถามหาคนตัวเล็กก่อนเป็นอย่างเเรก

ขึ้นไปนอน รออยู่ที่ห้องเเน่ะ ตอนเเรกก็นั่งดูหนังด้วยกันเเต่ไม่ไหว เลยขึ้นไปนอนเเล้วอีกคนหันมาตอบ ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้คนรักของตัวเองที่เดินเข้ามาใกล้

อ้าวหรองั้นเดี๋ยวขอขึ้นไปดูก่อนละกันนะ เออ เเล้วเรื่องงานน่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เข้าไปคุยกันในบริษัท โปรเจ็คใหม่ที่ฉันกับเฮซองเคยเกริ่นเอาไว้เเล้วโอคมั้ย พอพูดจบไม่รอให้ใครตอบรับ ก็รีบเดินเร็วๆขึ้นไปบนห้องทันที ส่วนคนอื่นๆที่เหลือจึงเเยกย้ายกันไปตามเรื่องตามราวอย่างรู้หน้าที่ของตน...

 

พอขึ้นมาถึง ชายหนุ่มเปิดประตูเบาๆ กลัวว่าคนนอนหลับสบายจะต้องตื่นเพราะเค้า เเละก็เป็นจริงอย่างที่คนข้างล่างว่า คนตัวเล็กที่เค้าถามหา ตอนนี้อิงหมอนใบนุ่มนอนหลับอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวไปแล้ว

 

ชสยหนุ่มคิดย้อนำปึงเมื่อตอนเช้าก่อนออกจากบ้าน อดนึกเป็นห่วงอยู่ไม่ได้ ว่าจะเป็นอะไรมั้ยหากเค้าไม่อยู่ดูเเลเอง เเต่ดีว่าดองวานอยู่เป็นเพื่อนด้วย บวกกับอาการที่ดูดีขึ้นเลยวางใจมากหน่อย

ขายาวสาวเท้าเข้าไปใกล้อีกคนอย่างช้าๆก่อนจะนั่งลงที่ด้านข้างเตียงนอน ในมุมที่เเสงไฟสีส้มอ่อนตกกระทบหน้าเล็ก ทำให้แลดูอ่อนหวานมากขึ้นไปอีก มือใหญ่ลูบไล้ไปมาเบาๆสัมผัสช้าๆ อย่างรักมากเหลือเเสน รักจนไม่สามารถเเบ่งปันให้ใครมาเชยชมคนๆนี้ได้

 

ถ้าเป็นไปได้เเล้วอยากกกกอดคนๆนี้เอาไว้ไม่ไปไหน  ให้เหมือนนกน้อยในกรงสีทอง ไม่ให้รู้เดือน รู้ตะวัน สายลม แสงเเดด หรือเเม้เเต่อุณหภูมิในทุกวันๆ ว่าเป็นอย่างไร ให้รับรู้เเต่ความอบอุ่นของเค้าเพียงอย่างเดียว ไม่อยากให้เป็นแผลหรือมีริ้วรอยเเม้เเต่ซักนิด หากเเต่ก็เป็นได้พียงเเค่ความคิด เค้าคงกักขังคนตัวเล็กนี้เอาไว้ไม่ได้หรอก เพราะเค้าคงต้องสูญเสียความสดใสของคนที่นอนอยู่นี้ไปเป็นเเน่

 

อ..อืม พี่เอริค...เสียงครางเบาๆอย่างสลึมสลือปลุกเอาคนที่กำลังอยู่ในความคิดของตนเองให้หันมาสนใจ

ว่าไง ฉันทำนายตื่นหรอ ตัวเล็ก ขอโทษทีนะว่าเเล้วก็หันไปจุมพิตเเก้มใสรับการตื่นนอน

พี่กลับมาเเล้วหรอ..ผมรอพี่ไม่ไหว เลยมานอนก่อนน่ะคนตัวเล็กยังคงงัวเงียๆอยู่ จึงเอาหัวที่หนุนหมอนตัวเองมาเกยที่ตักชายหนุ่มเเทน

 

จะว่าไป ไหนๆก็ทำนาย ตื่นมาเเล้วมีเรื่องจะคุยด้วยพอดีพูดไปก็เอามือลูบผมเล่นไปด้วย

งั้น เเป๊บนะ ขอทำให้ตื่นจริงจังเเป๊บนึงมือเล็กยกขึ้นขยี้ตาเบาๆก่อนจะตบเปาะเเปะที่ใบหน้าไปอีกสองสามที ทำเอาคนมองเเอบขำไปบ้างกับท่าทางน่ารักๆของอีกคน ก่อนจะลุกขึ้นมามองหน้าอีกฝ่ายอย่างเต็มาตา

 

อะว่ามา ทำไมวันนี้มีเเต่คนอยากคุยกับผมจังนะแอบบ่นเล็กน้อยเป็นพิธีเเค่นั้นเเล้วจึงเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเริ่มก่อน

ตัวเล็กนายจำแพลนของปีหน้าที่เคยคุยกันได้มั้ย..ฉันกับไอ้ซองกี้น่ะ ตกลงเเล้วว่าจะเอาตามนั้น ซึ่งเราสองคนก็ตกลงกันไปเเล้ว เเต่ทีนี้มันติดอยู่ที่เรื่องที่อยู่เราสองคนจะทำยังไงกันดีละ ฮึเอริคพูดเเล้วก็ลูบหัวของอีกฝ่ายไปด้วยเบาๆ

 

คือพูดตรงๆนะ พี่เอริค ผมไม่อยากเเยกกับพี่เลย ก็รักกัน เลยอยากอยู่ด้วยจริงมั้ย เเต่ถ้าพี่ทนไม่อยู่กับผมได้ก็โอเค!!..ผมก็คงกลับไปอยู่บ้านเเม่ คนตัวเล็กบอกเป็นเชิงล้อเลียนรู้ทั้งรู้ว่าเเค่เเหย่เล่นเท่านั้น

นายอย่ามาพูดอย่างงี้นะ ใครมันจะบ้าไปทนได้ นายก็รู้ว่าฉันต้องกลับบ้าน ไปรักษาเอวตั้งหลายเดือน เพราะงั้นช่วงที่ยังอยู่ที่นี้ ต้องชาตเเบตให้เต็มซิ ไม่ต้องมามั่วเนียนไอ้ตัวเล็กว่าเเล้วมือที่ลูบเบาๆ ก็เปลี่ยนเป็นขยี้เเรงๆเเทน

 

โอ๊ยๆๆๆ โธ่..เเล้วพี่จะถามทำไมล่ะเนี่ย ผมก็ไปอยู่คอนโดพี่ไง ที่นั้นใกล้กับเเปลนบริษัทใหม่ที่ผมจะเปิดด้วย สบายจะตาย แล้วตอนที่พี่กลับอเมริกา เราค่อยว่ากันอีกว่าผมจะไปบ้านเเม่เลย หรือจะไปๆกลับๆที่ห้องพี่ดีเเอนดี้เอามือลูบหัวตัวเองเบาๆ เมื่อกี้เอริคเล่นขยี้มาซะเต็มเเรงเลย

 

นายไม่รู้สึกใจหายบ้างเลยรึไงเนี่ย ที่ต้องเเยกกับคนอื่นน่ะฮะ

ก็มีบ้างเเหละ พี่ก็น่าจะรู้ เเต่อย่างว่า..คนเราต้องเดินต่อไปนี่ ยังไงซะก็ไม่ได้เเยกวงกันซะหน่อย พวกเราก็ยังเป็นชินฮวาอยู่ไม่ใช่หรอ เพราะงั้นผมไม่หวั่นอยู่เเล้วล่ะใบหน้าใสยิ้มหวานส่งมาให้อีกคน หวนนึกถึงคำพูดของตัวเองขึ้นมาอีกครั้งเลยว่า คนตัวเล็กนี่เป็นกำลังใจที่สำคัญของเค้าจริงๆ

 

อืม นั่นซินะ เอาเป็นว่าสรุปได้เเล้วนะ ฉันจะได้เอาไว้ไปพูดกับคนอื่นด้วย..มา ตอนนี้ก็โมงเเล้วเนี่ยดึกเเล้วนี่ ไปตัวเล็ก นอนๆๆ จะได้หายเร็ว กลับมาปั๊มป้ามกันใหม่ได้ไง จุ๊บ!!” ว่าพลางก็จับอีกให้นอนห่มผ้าห่มให้เรียบร้อย จูบหน้าผากมนไปอีกครั้ง

 

เอ๊ะ พี่นี่คิดเเต่เรื่องเเบบนี้รึไงเนี่ย ไม่ต้องเลยนะ ไปเลยไปอาบน้ำ เรื่องลามกนี่ไม่มีใครเกินจริงๆเเอนดี้ออกปากไล่หากอีกคนยังคงหันมายิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะผิวปากเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างคนอารมณ์ดี.....

 

*****************************************************************************************

 

มาดูคู่ที่ใครๆก็ ลุ้นกันอยู่นั้นเเหละเเหม......

 

มินวูที่นั่งโอบไหล่คนรักของตน โดนที่มีอีกคนกำลังทั้งดันทั้งผลัก หรือถ้าเป็นไปได้จะยกเท้าขึ้นมาเป็นตัวช่วยอีกอย่างด้วยเลยล่ะ

 

ไปอาบน้ำกลับมาบ้าน ก็ดึกตัวเหม็นหึ่งไปซ้อมเต้นมาด้วยอะดิ ไปเลย ไอ้ตัวเหมน~~~”ดองวานไล่อีกคน เเต่ในขณะเดียวกัน คนโดนไล่ก็ไม่ยอมคลายวงเเขนออกเสียที

อ้าว เพิ่งไปทำงานมาไง ก็อยากกลับมาอยู่กับนายก่อนอะ ยังไม่เลิก คราวนี้เริ่มเอาใหญ่มากขึ้นกว่าเดิม ใช่ท่าไม้ตายทิ้งตัวลงเอาคางเกยมันไหล่ซะเลย

 

ง่ะ ซะงั้นเเทนที่จะไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวก่อน เออ งั้นก็ดีเเล้ว เพราะวันนี้ จะได้คุยเรื่องพักวง ไปทำโซ่โลเดี่ยวด้วยเลย ในที่สุด ดองวานก็เเยกอีกคนออกจากตัวเป็นผลสำเร็จ เหนื่อยตั้งนาน ไม่รู้ว่าเค้าคิดไปเองหรือเปล่านะ ว่าทำไมเดี๋ยวนี้มินวู ดูหื่นๆขึ้นไม่พอ มือยังเหนียวเหมือนเเมวน้ำเกาะบอลอีก สงสัยว่าพวกไอ้ริคกะไอ้แป้นมันต้องไปเเอบเทรนมาเเน่นอน

 

เออ ใช่ๆๆๆ วันนี้ตอนนั่งรถกลับบ้านฉันก็คุยกับซองกี้เเล้วเหมือนกัน ฉันว่าความคิดเเบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะรู้สึกว่าตอนนี้ จะให้ย่ำอยู่กับที่ก็ใช่เรื่อง มินวูเกริ่นๆขึ้นมาก่อน เป็นเชิงบอกว่าเค้าเองก็พอรู้มาบ้างเเล้วเหมือนกัน

 

นั้นล่ะ เดี๋ยวนี้พวกบอยเเบนด์ก็มีออกมาตั้งเยอะเเล้ว ไหนจะ ซุปเปอร์จูเนียร์ ดองบัง เยอะเเยะไปหมด คิดเเล้วกลุ้มใจ พวกเราก็อายุมากขึ้น ยังไงก็ต้องลองทำอะไรที่มันแปลกใหม่ดูบ้างเนอะ (จะว่าว่าตัวเองเเก่เเล้วหรอลุง : คนเเต่ง) ดองวานหันมาพยักหย้าหงึกหงักๆพูดเสริมอีกคน

 

ว่าเเต่เรื่องที่พักล่ะ ยังไงก็ต้องเเยกเเล้วล่ะ ขืนอยู่บ้านเดียวกันมันไม่สะดวกหรอกนะหลังจากเงียบไปนิดนึงคนชอบยิ้มหวานเปรยเรื่องสำคัญของหัวข้อหลักของการสนทนาขึ้นมา

วันนี้เท่าที่คุยกันน่ะ พวกนั้นมันจะอยู่ด้วยกัน ฉันก็ว่าดีเหมือนกันเเต่นายล่ะว่ายังไง ของพวกนั้นมัน เรื่องสถานที่ทำงานมันอำนวยให้อยู่ เเต่นายกับฉันซิ..คนกล้ามใหญ่หันมาพูดทอดเสียงอย่างไม่เต็มใจนัก

 

เเต่ฉันว่า เเยกกันอยู่ก็ดีเเล้วนี่สะดวกออกดองวานยังคงพาซื่อ พูดออกมาอย่างรู้ตัวว่าจะให้คนฟังน้อยใจ

อ้าว นายไม่อยากอยู่กับฉันหรอถึงพูดออกมาอย่างนี้น่ะนั้นเเล้วก็เกิดอาการน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมาจริงๆจนได้

ไม่ใช่อย่างนั้นนะ เเต่เเค่มันสะดวกเราเเยกกันอยู่น่ะ ฉันจะได้ไปนอนกับเเม่ อย่างนี้น่ะดีเเล้ว เเล้ววันไหนนายว่างตรงกันก็มารับฉันที่บ้านไปค้างก็ได้นี่ เพราะว่านะทำอย่างงี้ ก่อนทำงานทุกวันฉันจะได้ไม่ต้องเเวะเข้าไปดูเเม่ก่อนไง คนพูดเองก็ว่าเสียงอ่อน ไม่ใช่ว่าไม่อยากอยู่ด้วย เเต่เพราะอะไรหลายๆอย่างทำให้มีความจำเป็น

 

หากเเต่คนฟังก็ยังทำหน้ามุ่ยไม่อยากรับรู้ไม่พูดยอมไม่จาอยู่เหมือนเดิม เเถมยังเบือนหน้าหนีอีกเเน่ะ!!

เอ็ม ไม่อาน่าาา อย่าทำอย่างงี้ซิ เวลานายไปทำงานอยู่บ้านไม่ตรงกัน อย่างงี้ไม่นายก็ฉันต้องอยู่บ้านคนเดียวไม่รู้สึกเหงาบ้างหรอ เพราะงั้นให้ฉันอยู่บ้านเเม่น่ะดีเเล้วดองวานยังคงใช้เหตุผลเข้าสู้อยู่ดี เเต่ใครจะไปรู้ความจริงๆในใจของดองวานเล่าว่าที่เค้าไม่อยากย้ายไปอยู่กะมินวูเพราะไม่อยากหารค่าเช่าบ้านต่างหากเล่า!!!

 

เฮ้อ อย่างงั้นก็ได้ เอาก็เอา เเล้วเมื่อไหร่ฉันจะได้เเอ้มนายซะทีเนี่ย =3=” อ้าวไอ้นี่ก็ชั่วร้ายไม่เเพ้กันเลยความคิด ดูเเล้วที่มันมารักกันได้น่ะ

นี่นาย ไหนบอกว่าจะรอฉันพร้อมก่อนไงล่ะ โธ่เว้ยย นี่ก็อีกเรื่องที่เราต้องเครียร์เหมือนกันคราวนี้มือทั้งคู่จับหน้าเเมวน้ำเข้ามาเผชิญหน้าอย่างจัง

 

ทำไมเล่า =3= อะโด่ เอ้ยยยเเล้วก็ยังคงยื่นปากอกมาเหมือนเด็กๆโดนขัดใจ ทำเอาคนที่นั่งมองยิ้มไปกับท่าทางอย่างนั้น

อย่ามาทำเนียนๆ ไหนบอกว่าจะรอให้ฉันพร้อมไง ฉันก็กำลังจะบอกว่า นายก็รอไปก่อนละกันนะ ฉันยังทำใจไม่ได้จริงๆน่ะ นายจะโกรธฉันมั้ยดองวานหันไปมองตาอีกคน สิ่งที่เค้าพูดเป็นเรื่องจริง ไม่อยากให้มินวูต้องรอหรอกนะ เเต่เพราะว่าเค้ายังไม่พีร้อมจริงๆกับเรื่องเเบบนี้ ในใจก็คิดอีกว่า ถ้ามินวูรักก็ต้องรอได้เหมือนกัน

 

ได้ซิ ทำไมจะรอไม่ได้ ก็รักซะอย่าง เรื่องนั้นช่างมันเหอะ อย่าคิดมากเลยน่าา..เเต่ขอถามอีกรอบได้ปะ นายจะไม่เเต่งเข้าบ้านฉันจริงๆหรอคนพูดทำหน้าทะเล้นใส่ ก่อนจะรีบวิ่งหลบบาทาเหินหาวของคนรักทันที

 

เฮ้อ ให้มันได้อย่างงี้ซิ นอกจากจะลามกเเล้ว ยังมีความคิดแผลงๆอีก เเต่ก็เอาเหอะ ยังไงก็รักไปเเล้วนี่นา..ดองวานไฟท์ติ้ง!!!! เพื่อความรักที่สดใสในวันข้างหน้าล่ะนะ

 

*****************************************************************************************

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

fic shinhwa behind the scence part 28

 

Part 28

 

กลับมาที่สมาคมพ่อบ้านเเม่บ้าน ฐานทัพเกาหลี.......

 

เฮ้ย!! นายอย่ามายิงฉันดิ นี่มันตัวฉันนะเว้ยเสียงหนึ่งดังขึ้นอย่างโวยวายทามกลางเสียยงสมรภูมิรบ

อ้าว ขอโทษได้ป่ะล่ะ..เเหมเเม่ม ยิงผิดเเค่เนี่ยต้องด่ากันด้วย คนโดนด่าทำเสียงหงอยๆ ก่อนจะหันกลับมา ควบคุมตะละครในเกมส์อีกครั้ง

 

นี่นายสองคนเเค่เล่นเกมส์กันเฉยๆไม่ต้องทะเลาะกันจริงๆก็ได้ เอซองที่นั่งดูอยู่พูดขึ้นมาบ้าง ทั้งๆที่ตอนเเรกเห็นเล่นอยู่ฟังเดียวกันหลังๆเริ่มตีกันเอง

 

ด้วยเหตุที่ว่า มินวูเอาตัวทหารของเค้ายิงพลาดใส่ตัวตัวทหารของจอนจินทำให้เลือดที่อยู่ครั่งนึงน้อยลงไปอีก เเล้วเเถมถ้าตัวนี้เกมส์โอเว่อร์ก็จะเป็นตัวสุดท้ายเเล้วนั้นเอง

 

นี่ๆดองวาน นายว่าพรุ่งนี้เเอนดี้มันจะยังเดินได้มั้ย มินวูถามคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ข้างกานทั้งที่มือก็ถือจอยเกมส์ไปด้วย

พนันได้เลยว่าไม่เ เเต่ ก็ไม่เเน่นะ ตอนบ่ายๆอาจจะดีขึ้นก็ได้อีกคนเองก็ยังไม่เงยหน้าจากหนังสือเช่นกัน

เเล้วนายล่ะว่าไง จอนจินพอเห็นคนรักไม่สนใจเลยหันไปถามคนที่นั่งเล่นเกมส์อย่ด้วยกัน

โห ฉันว่าไม่ว่ะ อย่างดีก็กระดึบๆเหอะ..โว้ยยยยจอนจินเองก็ตอบทั้งที่ตายังจ้องโทรทัศน์ไม่วาง ตอบไปได้นิดนึงก็ต้องตะโกนเสียงดังอย่างเเรง เเหม ก็เค้าหวิดจะโดน ฝ่ายศัตรูยิงเข้าให้เเล้วน่ะซิ

 

เฮ้อ.....เเล้วอย่างงี้มันจะทำงานไหวมั้ยเนี่ยเฮซองกับดองวานพูดออกมาพร้อมกัน ก่อนที่ดองวานจะได้ทีตีหัวคนหน้าสวยไปก่อน

ไอ้ดองวาน เเกเค้าให้หยิกโว้นไม่ได้ให้เเพ่นกบาล เเม่มตีมาได้โคดเจ็บเลยตาเรียวมองค้อนเพื่อนก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวตัวเอง

อ้าว ฉันกลัวว่าถ้าหยิกต้องไม่ทันนายเเน่นอน เลยตีนี่เเหละง่ายดี เออ หยิกกับตีน่ะมันไม่ต่างกันมากหรอกร่าเจ็บเหมือนกันเเหละ ว่าเเล้วก็คว้าเอาหนังสือที่คว้ำเอาไว้ขึ้นมาอ่านต่อ เเน่นอนซิ นานๆที่พวกเค้าจะพูดพร้อมกันเเบบที่ไม่ได้นัดหมาย เพราะงั้นพรข้อนี้กรูขอนะเพื่อย

 

เออ จำไว้เลยนะเว้ยได้เเต่อาฆาตเอาไว้ในใจก่อนจะหันกลับมาสนใจ คนเล่นเกมส์ทั้งคู่อีกครั้ง

เเล้วพวกนายล่ะเมื่อไหร่ซะที จอนจินถามขึ้นมาบ้างในขณะที่ทุกคนทำหน้างง

หา..พวกนายนี่หมายถึงใครเเล้วทำไร ไม่เครียร์ มินวูกดสตารท์เเล้วจึงหันมามองหน้าคนถาามอย่างสงสัย

ก็พวกนายไง เมื่อไหร่จะได้กันซักทีพอเห็นมินวูหันมามอง ตัวเองก็เลยอาบ้าง หันกลับมามองหน้ามินวูที่ทำหน้าตาอึ่งทั้งตะลึงไปครู่ใหญ่ ในขณะที่ดองว่านเเข็งเป็นหินไปเเล้ว

 

คนที่เอบอึ้งเลยได้เเต่เงียบหันกลับมาเล่นเกมมส์ต่อทำหูทวนลม ไม่สนใจส่วนคนที่นิ่งเเข็งไปก็ทำเเบบเดียวกันหยิบหนังสือในมือขึ้นมาอ่านไปต่อ ทำงานเข้าขสากันดีมากๆ จนจอนจินเฮซองได้เเต่เเอบขำ หาดมาลองสังเกตดูเเล้วทั้งคู่นี้หน้าเเดงจนถึงกันหูเล้วล่ะ

 

เอ้า ดูพอถามนี่ทำเป็นไม่ได้ยิน เเล้วอย่างงี้เมื่อไหร่จะได้ซักที...โป้ก!!!/ โอ๊ย!!!” เสียงของเเข็งกระทบหัวจอนจินไปหนึ่งอัก ปรากฎฏว่าเป็นหนังสือเล่มหนาของเพื่อนเค้านั้นเอง

 

ไอ้นี่ เมิงเลิกพูดเรื่องนี้ไปเลยนะเว้ย ถ้าไม่หยุดนะ เเกจะโดนสมุดหน้าเหลืองเเทนสนใจมั้ย...เอาซักหน่อยมั้ยดองวานโวยวายเสียงดังก่อนจะรับหนังสือที่ตัวเองเป็นคนปามาจากเฮซองที่เอื้อมไปหยิบมาคืนให้

เเต่ฉันเห็นด้วยนะ ดองวานเมื่อไหร่นายจะได้นอนซมอย่างนั้นซะล่ะ...เเมวน้ำพูดโดยไม่หันมามองเเต่เสียงกลับดูอ้อนจนหน้าตกใจ

ไอ้เอ็ม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”ดองวานที่เเหกปากดังลั่นจนคนนอกอย่างเฮซอง เเละจอนจินเอามือปิดปากกลั้นขำเเทบไปไม่ทัน

ไม่พูดด้วยเเล้ว!!! ดองวานทั้งเขินทั้งอาย พูดจบก็เดินหายเข้าห้องครัวไปเลยโดยที่มินวูทำได้เเค่มองตาม ก่อนเอบหันมาเเท๊กมือกับจอนจินที่ขยิบตาส่งมาด้วย ประมาณ GOOD JOBBBBBBBBB......

 

ตอนนี้คคนที่โมโหเดินเข้ามานั่งอยู่ห้องครัวได้ครู่ใหญ่เเล้ว โดยเอาขาขึ้นมาขัดสมาธิอยู่อย่างนั้น พร้อมกับใช้ความคิดอย่างหนักของตัวเองไปด้วย จนเมื่อเสียงเดินเข้ามาเรียกความสนใจให้หันกลับไปมองอย่างไม่ต้องสงสัย หากไม่ใช่บุคคลในความคิด เเต่กลับกลายเป็นเพื่อนซี้หน้าสวยเเทน

 

พอมองเสร็จเเล้วก็ได้เเต่ทอดถอนใจ กลับมาคิดวนเวียนถึงเรื่องที่พูดกันในห้องรับเเขกอีกรอบ ไม่ใช่ว่าเค้าไม่คิดเรื่องอย่างนั้นนะ เเต่ก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าใครเป็นอะไรยังไงกันเเน่ เเต่ก็เอนเอียงไปกว่าครึ่งเเล้วว่าท่าทางจะเป็นคนโดนกดเเน่ๆ เลยรู้สึกเหมือนยังทำใจไม่ได้ ไม่พร้อมๆๆๆๆๆ ฮือ TT^TT

 

นี่นายกังวลเรื่องเมื่อกี้หรือไง ฮะดองวานเสียงนุ่มดังขึ้นอย่างเป็นห่วง ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งข้างๆด้วยกัน

ก็นิดนึงเเหละ ความจริงก็นิดหรอกก็มากอยู่เลยน่ะ ( = = “)” ดองวานว่าพลางเหงื่อเเตกไปด้วย เฮ้อ สงัสยเฮซองคงเป็นคนที่เค้าสามารถไว้ใจได้มากที่สุดในตอนนี้เเล้ว

 

ไม่เห็นมีอะไรต้องกังวลขนดนั้นเลยนี่

ถามจริงๆครั้งเเรกของนายนายไม่กังวลหรอ มีอะไรกับผู้ชายมันไม่เหมือนกับผู้หญิงนะเว้ยคนพูดๆเสียงเบา อุบอิบๆ ไม่กล้าพูดต่อ

เอ่อ...เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอกนะ เพราะ...เอ่อ นายก็น่าจะรู้นี่ ตอนนั้นฉัน นายก็รู้นี่.ฉันกับ.เอ่อ..จอนจินก็...เอ่อนะ ครั้งแรกของฉันก็เลยไม่รู้ซิ เเต่หลังจากนั้นมันก็ไม่กลัวอ่ะ ฉันว่านายไปถามเเอนดี้เถอะนะว่าเเล้วร่างโปร่งก็เดินเข้ามาตบไหล่ สองทีปุ๊ๆ หลังจากนั้นก็ส่งยิ้มหวานจ๋อยอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกไปเเบบไม่รับผิดชอบการกระทำเลยเว้ยยยยยย

 

โห ดูมันช่วยเพื่อนมันได้มากเลย เอาไงดีว่ะ!!!”ดองวานเเอบสบถออกมาอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจว่านอกจากเเอนดี้เเล้วล่ะก็คงไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้ดีไปกว่านี้เเล้วล่ะ ว่าเเต่จะไปถามมันยังไงล่ะมันยังเดี้ยงอยู่อย่างงี้น่ะ เเถมไอ้เอริคต้องคุมเชิงติดเเน่นอน เอาไงอีกดีเนี่ย...เอาเป็นจะปล่อยไปทำเป็นไม่สนใจดีมั้ย เอ..หรือจะเอาไงดี

 

เเกร๊ก!!! ตุบ!!

เสียงลากเก้าอี้ดังขึ้นอีกครั้งหากคราวนี้คนที่คิดอะไรไปเรื่อยเปือยกลับไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่าคงเป็นเฮซองอีกเหมือนเดิมนั้นเเหละ จึงยังคงก้มหน้าก้มตาคิดๆๆ อยู่ จนเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสอบอุ่นที่บริเวณต้นเเขนของตนจึงเงยหน้าขึ้นมามอง คราวนี้กลับกลายเป็นชายหนุ่มที่ยิ้มจนตาหยีส่งมาให้

 

ทำเอาดองวานต้องหันหน้าหลบ ออร่าปิ้งปั้งๆๆ นั้นด้วยความคิดเรื่องที่มันยังยังอยู่ในหัวเกิดผุดขึ้นมา โว้ยจะทำยังไงดีเนี่ย..

นี่ ดองวาน ฉันทำให้นายเครียดรึเปล่ามินวูยิ้มหน้าใสมาให้เป็นใบเบิกทาง

ป..เปล่าหรอกก็เเค่ คิดอะไรเพลินๆน่ะดองวานหันมายิ้มตอบเเต่ก็ยังคงไม่สบตาอีกฝ่ายเหมือนเคย

แล้วทำไม ยังทำหน้าอย่างงั้นล่ะมินวูยังคงซักไซร้ ต่อไปทั้งๆที่รู้ว่าคนตรงหน้ากำลังคิดเรื่องนี้อยู่จริงๆนั้นเเหละ

 

ความจริงแล้วนายไม่ต้องกังวลหรอกน่า...ดองวาน โธ่เอ๊ยย จริงๆนะ เพราะยังไงฉันก็ออกจะรักนาย ถ้านายยังไม่พร้อฉันรอได้ นายเลิกกังวลเถอนะคนตาเล็กพูดเสียงอ่อน ความรักของเค้ามันมีมากเสียเหลือเกิน มากจนไม่อยากทำให้อีกฝ่ายต้องเจ็บตัวเเละกลัว เพราะฉะนั้น อะไรที่เป็นการฝืนใจอีกคนเค้าจึงไม่อยากทำ

 

จริงๆนะ มินวู นายไม่ได้ฝืนใจนะคนฟังขมวดคิ้วมอง คนพูด ตัวดองวานเองก็รู้สึกเเย่นิดๆที่ทำตามความต้องการคนรักของตัวเองไม่ได้เหมือนกัน

 

เเน่ซิ การมีอะไรก็ก็คือ การทำรัก เพราะงั้นถ้ามันมาจากความรักเเล้ว นายไม่พร้อมอย่างว่า ไม่เป็นไร ฉันรอได้จริงๆน่า นิ้วชี้เเข็งๆจิ้มไปที่กลางหน้าผากอีกคนเป็นเชิงเเกล้ง

 

เพราะงั้นเลิกทำหน้าอย่างนี้ซะทีซิ เเล้วก็จิ้มลงไปเเรงๆอีกครั้ง จนดองวานหน้าเกือบหงาย

รู้เเล้วน่า ว่าเเต่นายเลิกเอามือมาจิ้มหน้าผากฉันซะทีซิ มันเจ็บนะเว้ยยยย!!!” มือขาวยกขึ้นปักมืออีกฝ่ายออกเบา หากเเต่คนจิ้มก็ยังคงจิ้มๆอยู้อย่างนั้น

 

นี่ๆ ไอเอ็มอยากโดนด่ารึไง เนี่ยบอกว่าให้หยุด!!” ดองวานยังคงโวยวายอยู่ตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นอารมณ์เสียเเล้ว

อ้าวก็ น่ามันสนุกนี่มินวูยังคงเเกล้งต่อชอบนักเวลาที่อีกคนมีอาการ

งั้นเดี๋ยวฉันจะ จิ้มนายบ้าง ไม่ต้องเลย นี่กลับมาเดี๋ยวนี้นะเว้ย!!!” ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี อีกคนก็เผ่นเเน่บออกไปเสียเเล้ว ทิ้งให้คนนั่งได้เเต่คิดเพลินๆไปว่า

 

ขอเวลาไปเก็บข้อมูลอีกหน่อยละกันนะมินวู ฉันจะพยายามให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ละกันนะ เผื่อว่าพอถึงวันจริงจะได้ไม่ต้องตื่นตูมไปก่อนอย่างงี้อีก.....

 

******************************************************************************************

 

กลับมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง...

 

สภาพที่เล่นเกมส์เมื่อกี้ได้เปลี่ยนไปอย่างถนัดตาเหลือเเต่เพียงคนตัวใหญ่อีกคนที่นอนอยู่บนตัก คนหน้าสวยที่นั่งเล่นผมที่กำลังยาวขึ้นอย่างเพลินมือ

 

จอนจิน มีเรื่องจะคุยเเหละ...เฮซองเป็นคนเปิดประเด็นขึ้นมาเสียก่อน

อะไรหรอเฮซอง...ชายหนุ่มที่นอนอยู่ลืมตาขึ้นมามองหน้าอีกฝ่ายที่ฉายเเววไม่สบายใจนัก

ฉันกับเอริค มาคิดๆดูเเล้วว่า ตอนนี้พวกเราก็ออกอัลบั้มเยอะเเล้วใช่มั้ย เเล้วฉันก็อยากลองทำอะไรใหม่ๆดูบ้างน่ะ เลยคุยๆดูว่าเราลองเเยกกันไปทำอะไรอย่างที่พวกเราไม่เคยทำกันบ้างดีมั้ยเฮซองค่อยอธิบายออกมา นี่เป็นเรื่องที่ไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เเต่สิ่งที่ตัวเค้าไม่สบายใจคือ หารที่ต้องเเยกกันอยู่ เพราะตารางงานที่มันไม่ได้ตรงกันเหมือนก่อน

 

อืม..ฉันว่าก็ดีนะ ตอนนี้สถานภาพพวกเรามันก็คงที่เเล้ว ลองทำอะไรที่มันใหม่บ้างก็ดีจอนจินพูดหากเเววตาทั้งคู่สบกันก็ดูไม่ค่อยสบายใจ

 

นี่เราต้องเเยกกันอยู่ด้วยหรอเฮซอง...ชายหนุ่มว่าพลางถามในสิ่งที่อยู่ในใจอีกคน

มันอาจจะไม่ต้องน่ะ เเต่นายลองคิดดูซิ เเค่เวลาก็ไม่ตรงกันเเล้วอะ สถานที่ทำงานก็ไม่สะดวกถ้าจะอยู่ที่เดียวกันน่ะ แถมเเอนดี้ก็วางเเผนจะเปิดบริษัทของตัวเองด้วย เอริคก็มีเเผนจะลาหยุด เเล้วไปแสดงละครอีก ของฉันนายก็รู้ว่าซิงเกิ้ลโซโล่ก็กำลังจะวางเเผงเต็มที พอๆกับไอ้เอ็มน่ะด้วยเหตุผลเหล่านี้ ถึงอยู่ด้วยกันก็ไม่ต่างจากเเยกกันอยู่เท่าไหร่เลยเนี่ย

 

งั้น ฉันย้ายไปอยู่กับนายไม่ดีหรอ เเค่นี้คงได้นะ เเค่เเยกกันกับไอ้พวกนั้นมันก็รู้สึกเเย่เเล้วนะ เเล้วยังต้องเเยกกับนายอีกอย่างงี้ก็ไม่ไหวนะมือหนายกเลื่อนขึ้นลูบเเก้มอีกคนเบาๆอย่างทนุถนอม นัยน์ตาบ่งบอกความเศร้า ซึ่งคนมองก็เเย่ไม่เเพ้กัน

 

ฉันยังสรุปอะไรไม่ได้หรอก เพราะยังไม่ได้คุยกับพวกที่เหลือเลย เเต่ฉันว่าเอริคคงคุยกับเเอนดี้เเล้วน่ะ สองคนนั้นเค้าก็บอกว่าจะอยู่ด้วยกันเหมือนเรานั้นเเหละ เเต่เเอนดี้มันจะอยู่ได้รึเปล่าก็ไม่รู้นี่ซิ เพราะเอริคมีเเผนจะกลับบ้านยาวหกเดือนไม่รับงานเลยนี่ เฮซองพอจะยิ้มออกมาได้เช่นกันเมื่อพูดถึงเรื่องที่ว่าไม่ใช่เเค่เค้าสองคนที่อยากอยู่ด้วยกัน หากเอริคกับเเอนดี้ก็คิด

 

ฉันว่าพอตอนนั้นเดี๋ยวไอ้เตี้ยมันกคงกลับไปอยู่บ้านเเม่มันนั้นเเหละ ช่วงนั้นคงยุ่งเรื่องบริษัทมันน่าดู มันโตเเล้วน่าเฮซอง นายไม่ต้องห่วงมันหรอกคนตัวใหญ่ยิ้มปลอบอีกฝ่ายขึ้นมาบ้าง เฮซองมักเห็นว่าเเอนดี้ไม่โตทุกครั้งไป เพราะความที่เเอนดี้นั้นเป็นน้องเล็กของวง จึงไม่เเปลกเลยที่ทุกคนจะให้ความสำคัญเเละเป็นห่วง หากเเต่ความจริงเเล้วเเอนดี้น่ะสามารถทำอะไรได้หลายๆอย่างอย่างไม่น่าเชื่อ

 

เฮ้อ..คิดๆไปก็ใจหายนะ อยู่ด้วยกันมาเกือบสิบปี จู่ก็ต้องเเยกกันอยู่ซะอย่างงงั้นจอนจินพลิกตัวนอนตะเเคงหันหน้าเข้าหาลำตัวบางอีกฝ่ายเอาเเขนเเกร่งของตนโอบรอบเอวเอาไว้หลวมๆ

นายคิดว่าฉันไม่เป็นหรอ อยู่เสียงดังโหวกเหวกมาตั้งหลายปี พอบ้านเงียบๆอย่างนี้ฉันก็เเย่นะเฮซองบอกพลางทำเสียงดังอย่างที่ถนัด

ฮ่าๆๆๆ จริงอย่างนายว่าเเหละ เเต่ยังไงซะก็ต้องคุยกันอยู่ดี เพราะถ้าเราวางแผนอย่างงี้กันเอาไว้เเล้วละก็ คาดว่าเราคฝต้องทำคอนเสริตบอกพวกแฟนๆอีกใช่มั้ยเนี่ย โอ้วววว งานใหญ่มากอีกเเล้ว คนตัวใหญ่บอกอิดออด ความขี้เกียจเริ่มเข้าครอบงำขึ้นมาซะเดี๋ยวนั้น

 

อืม งั้นเดี๋ยวพวกเราลองๆมาคุยดูละกันนะเรื่องนี้น่ะ เดี๋ยวไว้พรุ่งนี้ฉันจะลองบอกเอริคดูนะเฮซองว่าพลางบอกอีกฝ่าย สบายใจขึ้นมากหลังจกที่ได้คุยกัน

 

ตอนนี้ความมั่นใจของเค้ามันมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ เพราะอย่างไรเเล้วตัวเค้าเเละเพื่อนทุกคนมีความเชื่อมันที่ตรงกันว่า ชินฮวาไม่ใช่เพียงเเค่กลุ่มคนหรือศิลปินกลุ่มหนึ่งเท่านั้น เเต่สำหรับพวกเค้ามันคือบ้านหลังที่สองเเละที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ มันคือความรักของคนหกคน ในฐานะเพื่อน พี่น้อง เเละครอบครัว จึงไม่มีอะไรให้น่ากังวลใจเลยซักหน่อย อย่างว่า ชินฮวา ยังไงก็เป็นชินฮวาอยู่วันยันค่ำเเหละนะ จริงมั้ย...

 

*******************************************************************************************

 TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

[Special 4] fic the beginning part 1

[special 4] fic the beginning...เมื่อก่อนเรารักกันยังไงนะ

                                                                                                                                  

 

Part 1 (รักระหว่างหนุ่มน้อยขี้อาย กับนายมาดขรึม)

 

เสียงเจี้ยวจ้าววุ่นวายดูจะเป็นเรื่องที่เเสนธรรมดาไปเสียเเล้วสำหรับบ้านน้อยหลังนี้ ชายหนุ่มที่นั่งดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่สนใจ เสียงปึงปังที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าใครหน้าไหนจะวิ่งตัดผ่านหน้าเขาไปกี่รอบ ไม่ก็เสียงร้องโหยหวนของใครซักคนดังเข้ามาในโสตประสาท หรือเเม้เเต่เสียงเม้าท์เเตกของเพื่อนอีกคู่นึง เขาก็ยังคงนั่งมันอยู่ตรงนั้น นั่งมันอยู่ที่เดิม

 

เฮ้ย นายเอามันไปเดี๋ยวนี้!!!!!!!!” เสียงเเหบๆเเหลมๆของใครบางคนที่เรียกตัวเองว่าเจ้าชาย ดังขึ้นอย่างน่าตกใจ

เอาน่า สงสารมัน นายก็ช่วยเลี้ยงมันหน่อยไม่ได้รึไง อีกคนที่ตัวโตยังคงถือหางของเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เเสนโชคร้ายเอาไว้ในมือ พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้

 

อย่าเข้ามานะโว้ยยยยยยย เข้ามาเเกตายเเน่ ไม่งั้นฉันจะถีบส่งเเกออกไปนอนข้างนอกห้อง เข้าใจมั้ยไอ้แป้นนนนนน!!” อีกคนที่กระเถิบตัวหนี อย่างช้า ให้คนที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ตัวเอง....

พี่จอนจินพี่ก็อย่าไปแกล้งพี่เฮซองซิ เเล้วดูดิพี่ สงสารมันเอามันไปปล่อยเลยนะ เอามานี้เลย!!!” เสียงเล็กของใครอีกคนก็ดังเเทรกขึ้นมาอีก ทำเอาคนที่สนใจหน้าจอโทรทัศน์ ต้องเหลียวกลับมามอง

 

ภาพที่เห็นคือร่างเล็กๆตามเเบบฉบับของเจ้าตัวกำลังเดินดุ่มๆๆๆ ไปหาคนที่ตีกันอยู่ทั้งสอง ก่อนมือบางจะเอื้อมไปคว้าเอาจิ้งจกน่าเวทนาตัวนั้นมาไว้ในมืออย่างเบาๆ ก่อนจะรีบๆเดินไปที่ริมระเบียง มือเล็กค่อยๆปล่อยมันออกจากมือตนเอง ตากลมนั่งมองมันอยู่พักนึง จนมันวิ่งหายเข้าไปในความมืด จนเเน่ใจเเล้วว่าจะไม่มีใครไปจับมันมารังเเกได้อีก จึงเดินกลับเข้าบ้านอย่างสบายใจ พร้อมกับพาตัวเองมานั่งคู่กับคนตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์

 

พี่เอริค พี่กินอะไรรึยังฮะ คนตัวเล็กถามไถ่ ส่งเสียงใสเเจ๋วได้อย่างน่าฟัง ถ้าหากฟังไม่ผิดเเล้วมันเจือความห่วงใยเข้ามาด้วยรึเปล่านะ

ยังเลย เเล้วนายล่ะ ตัวเล็ก อีกคนหันกลับมาตอบพร้อมกับเอามือลูบหัวคนถามเบาๆ

ยังเหมือนกัน ก็พี่จอนจินน่ะซิ มัวเเ ต่ตีกับพี่เฮซองอยู่นั้นเเหละ ผมหิวจะเเย่เเล้วเนี่ยว่าเเล้วก็ทำท่าหิวขึ้นมาจริงๆ ทำเอาพ่อเสือยิ้มยากที่นั่งด้วยกันอดระบายยิ้มอ่อนๆขึ้นมาไม่ได้

 

งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกเฮซองให้ละกันนะ อย่างงี้ดีมั้ย ว่าเเล้วก็เอาอาหารมาล่อจนได้เเฮะ

ดีซิ รักพี่เอริคที่สุดเลยยยยย เเอนดี้ยิ้มกว้างขวางส่งไปให้เเทนคำขอบคุณ จนคนฟังหัวใจพองโต อยากจะยิ้มให้เเก้มปรี หากยังคงเก็บซ้อนอาการของตนเอาไว้ได้อย่างมิดชิด

 

คนที่ฟังอยู่นั้นได้เเต่เเอบคิดไปในใจว่า หากคำว่ารักที่ได้ยินนี้เป็นสิ่งที่มาจากหัวใจดวงเล็กนั้น จริงๆก็คงจะดีซินะ ไม่ใช่เเค่เอามาใช้พูดในสถานการณ์เเบบนี้เท่านั้น

 

ใช่เเล้วเป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจน่ะ ถูกต้องเเล้ว ตอนนี้เอริค ชายหนุ่มน่าตาดีเเละจัดได้ว่าเป็นคนที่เข้าถึงยากมากคนหนึ่ง กำลังต้องมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของหนุ่มน้อยด้านข้างนี้เข้าให้อย่างเต็มรัก จนเเม้เเต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหนเหมือน หากเพียงเเต่รู้ว่าวันเเรกที่เค้าเจอใบหน้ากลมๆของคนตัวเล็กเป็นครั้งเเรก ตอนนั้น เค้าเพียงรู้สึกว่า เด็กหน้าตาธรรมาดาที่ไม่มีความพิเศษคนนี้จะมาร่วมงานกับคนอย่างเค้าได้ยังไงกัน เเต่หากคำถามนั้น กลับได้รับคำตอบในเวลาต่อมา กลับกลายเป็นว่าไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนทั้งวงจะรักเเละเอ็นดู เจ้าตัวเล็กนี้ได้ยังไง

 

ความสดใสร่าเริง ความน่ารักอย่างที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ ความไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกเเละการเเสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ราวกับเเก้วที่ผ่านการเจียระไนลบรอยคม จนมันดูทั้งมน ใส เเละบอบบางน่าทะนุถนอมที่สุด ทุกกริยาที่คนตัวเล็กนี้เเสดงออก มันช่างดูน่ามองไปหมดในสายตาของชายหนุ่ม ทุกๆครั้งที่เหนื่อย เเอนดี้ก็จะเข้ามาหาพร้อมกับใบหน้ายิ้มเเย้มเเละกำลังใจอันเปี่ยมล้น บางครั้งเมื่อถูกแกล้ง ก็มักจะกอดอกก้มหน้าตา ไม่ยอมพูดจากับใคร รอให้เค้ามาง้อเเทนเพื่อนๆคนอื่นเสียทุกครั้ง

  

ไม่เเปลกเลยใช่มั้ย ที่สองมือเล็กเล็กๆนั้น จะเขย่าให้กำเเพงทิฐิ ที่เค้าเคยสร้างมันเองกับมือให้มันสั่นคลอน จนพังทลายลงมาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ จนเมื่อมารู้ตัวอีกที คนชื่อเเอนดี้ก็ก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจดวงนี้เสียเเล้ว

 

พี่เอริค!! พี่ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย นั่งเหม่ออยู่ได้ พี่ช่วยบอกพี่เฮซองหน่อยจิ ผมหิวข้าวนาาาาเสียงใสๆปลุกอีกคนออกจากภวังค์ความคิดได้อย่างฉับพลัน

อื้อ รู้เเล้ว เเค่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อย ไอ้ตัวเล็กนี่นาา นายจะรอหน่อยก็ไม่ได้ ว่าพลางมือที่วางอยู่บนหัวนั่นก็ ขยี้ลงไปเสียเต็มเเรง จนคนโดนกระทำหัวเราะคิกคักๆ

ไอ้เฮซองโว้ยยยยย ตัวเล็กมันหิวข้าว เมิงเลิกตีกันเดี๋ยวนี้เลย เอริคหันไปตะโกนเรียกคนที่ยังคงวิ่งไล่กันอยู่ เพราะเรื่องจิ้งจก ให้กลับมาทำหน้าที่ของตน

 

เออ รู้เเล้ว ฝากไว้ก่อนนะเมิงไอ้พังเเป้น นี่เห็นว่าตัวเล็กหิวข้าวนะ ไม่งั้นนายตายเเน่  เฮซองหยุดขายาวๆของตน ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเเอนดี้เเทน

 

ไหนๆ ว่าไงตัวเล็ก นายหิวหรอ อยากกินอะไรน้ำเสียงที่คนหน้าสวยส่งผ่านมาถามมีเเต่ความรักเเละเอ็นดู ต่างจาก ที่พูดกับจอนจินเมื่อกี้ลิบลับ

อยากกินข้าวผัดกิมจิค้าบบบบ!!!!!!!!!”เเอนดี้พูดเสียงดัง พร้อมกับออดอ้อนไปในเวลาเดียว ขนาดเฮซองเองยังอดไม่ได้ที่จะเอามือมาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู

ได้ๆๆๆ  รอแป๊บนึงนะเดี๋ยว ฉันทำให้ ร่างโปร่งรับคำก่อนจะทำท่าเดินเข้าครัว

เออ พี่ทำเผื่อพี่เอริคด้วยนะ เพราะดูท่า พี่ดองวานกะพี่มินวูน่ะ จะเม้าท์กันเพลิน เดี๋ยวผมกับพี่เอริคขอกินก่อนเลยละกันนะ พูดไปก็ยิ้มประจบไปด้วย

 

เฮอะ ทำไมฉันตองทำให้ไอ้ริค ด้วยว่ะ เเต่เอาก็เอาเถอะ เเอนดี้นายขอมาเดี๋ยวฉันก็จะเผื่อให้ะกัน หันมาทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง

หากคนตัวเล็กได้เเต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ดีใจที่จะได้กินข้าวเเล้ว หารู้ไม่ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆตีความผิดๆไปต่างๆนาๆว่า ดูท่าทางเเอนดี้จะพอใจเฮซอง เเละดูเฮซองเองก็จะชอบคนตัวเล็กๆนี้เหมือนกันซะเเล้ว จะทำยังไงดีล่ะเอริคเอ๋ย ก็ร่างเล็กนี้ มันน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ

 

****************************************************************************************

 

หลังจากร่างโปร่งถือจานใส่ข้าวหน้าตาน่าทาน กลิ่นก็หอมฉุย ออกมาวางบนโต๊ะตัวเล็กเเล้ว เเอนดี้ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าไปหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไมลืมที่จะลากอีกคนมานั่งกินด้วยกัน

 

อ๊ะ ตัวเล็กอันนี้ของนาย ฉันจำได้ว่านายชอบกินออกหวานนิดๆใช่มั้ย ว่าเเล้วก็ส่งจานใบสีเหลืองมาให้

ใช่ๆๆ พี่จำได้ด้วยหรอเนี่ย โห..ว้าววว่าเเล้วพูดไปก็เอาข้าวเข้าปากไปอย่างไม่รั้งรอ เคี้ยวไปพูดไปอย่างมีมารยาทมากๆ

เเน่นอนนี่ ของตัวเล็กทั้งคนหลังจากนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้ อีกคนที่ส่งตอบกลับมาเช่นกัน หากตาเรียวเหลือบไปเห็นเจ้าข้าวเม็ดเล็กที่ติดอยู่มุมปากอีกฝ่ายจึงเลื่อนมือไปหยิบออก

 

เคร้งง!!!” เสียงวางช้อนกระทบลงกับจานดังขึ้นมาเเรงๆ เเรงเสียจนมันทำให้คนทั้งบ้านตกใจเลยด้วยซ้ำ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันกลับมามอง

พี่เอริค พี่เป็นอะไรฮะ ข้าวติดคอหรอ เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว ว่าเผลอทำอะไรลงไป เลยเเกล้งไอโขลกขลากออกมาอย่างแนบเนียนซะจนคนตัวเล็กหลงเชื่อ

 

เเค่กๆๆๆๆ!!!!”ทำเป็นเอามือตบอกลูบคอตนค ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมามองอย่างเป็นห่วง หากคนทีนั่งอีกคนกลับ ถอนหายใจส่ายหน้าออกมานิดหน่อย

เป็นยังไงบ้างอะ พี่เอริค น้ำๆๆๆเเอนดี้ลูบหลังส่งน้ำให้ ชายหนุ่มไม่ขาด พะเน้าพะนอ อยู่ข้างๆจนเฮซองหมั่นไส้

สมน้ำหน้ามูมมามดีนัก เป็นไงล่ะ ให้มันติดคออย่างงี้เหละดีเเล้วบุคคลที่สามที่นั่งอยู่เเอบเหน็บอย่างรู้ทันว่าอีกคนเสเเสร้ง เเกล้งทำ...รู้ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไรเสียด้วย

 

อ้าว..พี่ไปว่าพี่เอริคทำไมเนี่ยพี่เฮซอง เดี๋ยวก็ไปกันใหญ่หรอก คนตัวเล็กหันมาปกป้องอย่างออกนอกหน้า

คำพูดของคนตัวเล็กทำอาเฮซองส่ายหัวกันเบาๆกับคนคู่นี้ เหนื่อยใจเล็กๆ จะเพราะเรื่องอะไรเสียอีก สองคนนี้น่ะเเอบชอบกันเอง ต่างฝ่ายต่างหลงรักกันอย่างหัวปักหัวปำเลยล่ะ เเต่ไม่รู้อีท่าไหนไม่ได้ลงเอยกันซักทีนะ...

 

********************************************************************************************

 

ทำไม เเกมันสอนเเล้วไม่จำ หา!!! ต้องให้ ฉันลงไม้ลงมือใช่มั้ย!!!!”เสียงก่นด่า พร้อมกับฝ่ามือเเละเท้าที่กระหน่ำลงมาช่างดูรุนเเรงเเละป่าเถื่อนสิ้นดี

 

อย่าตีผม ผมจะไม่ทำผิดเเล้ว อย่าตีผม ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!!”เสียงร้องที่เจ็บปวด ถูกเปร่งออกมาเสียงดัง เนื่องจากความเจ็บปวดทางร่างกาย ที่โดนทุบตี อย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นกระสอบทรายที่มีชีวิตจิตใจ

 

เนื่องจากเเอนดี้เป็นคนที่อ่อนที่สุดในทีม เเละบางครั้งการเต้นของเค้าก็ไม่พัฒนาไปอย่างที่ลี ซูมานคาดหวังไว้ผลที่ได้รับตอบเเทนคือ การต้องเจ็บตัวเเบบนี้

 

คนที่ตอนนี้ที่ร่ำร้องขอความเห็นใจ น้ำตาใสอาบเเก้มเนียน อย่างไม่ขาดสายด้วยความทรมาน ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่หันหน้าหนีทนมองดูภาพตรงหน้าที่โหดร้ายนี้ไม่ไหวอีกแล้ว

 

ใครจะรู้เล่าว่าหนึ่งในห้าคนที่เหลือนั้น ถ้าเป็นไปได้ คงวิ่งถลาเข้าไปดึงตัวอีกคนเข้ามากอดปลอบเเล้วออกรับเเทน หรือไม่ก็ดึงคนที่กำลังทำร้ายคนที่เค้ารักอยู่ มาชกให้หนำใจ โทษฐานที่ทำให้คนตัวเล็กต้องเจ็บตัว หากเเต่เอริคก็ทำได้เเค่เพียงคิดเท่านั้น เพราะถ้าทำอย่างงั้นจริง ไม่วายที่ตัวเอง ต้องถูกไล่ออก เเล้วอย่างงี้คงไม่มีวันได้รับรู้เลยว่า คนตัวเล็กของเค้าต้องถูกทรมานอีกมากเเค่ไหน สู้อดทนทรมานด้วยการไม่ไปไหนไกลตาเสียดีกว่า..

 

....ถ้าคิดจะทรมานให้ตายก็ให้มันเจ็บใจตายไปด้วยกันเลยนี่เเหละ !!!!!!!!....