[Special 4] fic the beginning part 1
[special 4] fic the beginning...เมื่อก่อนเรารักกันยังไงนะ
Part 1 (รักระหว่างหนุ่มน้อยขี้อาย กับนายมาดขรึม)
เสียงเจี้ยวจ้าววุ่นวายดูจะเป็นเรื่องที่เเสนธรรมดาไปเสียเเล้วสำหรับบ้านน้อยหลังนี้ ชายหนุ่มที่นั่งดูโทรทัศน์ไปเรื่อยๆ อย่างไม่สนใจ เสียงปึงปังที่อยู่รอบตัว ไม่ว่าใครหน้าไหนจะวิ่งตัดผ่านหน้าเขาไปกี่รอบ ไม่ก็เสียงร้องโหยหวนของใครซักคนดังเข้ามาในโสตประสาท หรือเเม้เเต่เสียงเม้าท์เเตกของเพื่อนอีกคู่นึง เขาก็ยังคงนั่งมันอยู่ตรงนั้น นั่งมันอยู่ที่เดิม
“เฮ้ย นายเอามันไปเดี๋ยวนี้!!!!!!!!” เสียงเเหบๆเเหลมๆของใครบางคนที่เรียกตัวเองว่าเจ้าชาย ดังขึ้นอย่างน่าตกใจ
“เอาน่า สงสารมัน นายก็ช่วยเลี้ยงมันหน่อยไม่ได้รึไง” อีกคนที่ตัวโตยังคงถือหางของเจ้าสิ่งมีชีวิตที่เเสนโชคร้ายเอาไว้ในมือ พร้อมกับทำท่าจะเดินเข้ามาใกล้
“อย่าเข้ามานะโว้ยยยยยยย เข้ามาเเกตายเเน่ ไม่งั้นฉันจะถีบส่งเเกออกไปนอนข้างนอกห้อง เข้าใจมั้ยไอ้แป้นนนนนน!!” อีกคนที่กระเถิบตัวหนี อย่างช้า ให้คนที่ย่างสามขุมเข้ามาใกล้ตัวเอง....
“พี่จอนจินพี่ก็อย่าไปแกล้งพี่เฮซองซิ เเล้วดูดิพี่ สงสารมันเอามันไปปล่อยเลยนะ เอามานี้เลย!!!” เสียงเล็กของใครอีกคนก็ดังเเทรกขึ้นมาอีก ทำเอาคนที่สนใจหน้าจอโทรทัศน์ ต้องเหลียวกลับมามอง
ภาพที่เห็นคือร่างเล็กๆตามเเบบฉบับของเจ้าตัวกำลังเดินดุ่มๆๆๆ ไปหาคนที่ตีกันอยู่ทั้งสอง ก่อนมือบางจะเอื้อมไปคว้าเอาจิ้งจกน่าเวทนาตัวนั้นมาไว้ในมืออย่างเบาๆ ก่อนจะรีบๆเดินไปที่ริมระเบียง มือเล็กค่อยๆปล่อยมันออกจากมือตนเอง ตากลมนั่งมองมันอยู่พักนึง จนมันวิ่งหายเข้าไปในความมืด จนเเน่ใจเเล้วว่าจะไม่มีใครไปจับมันมารังเเกได้อีก จึงเดินกลับเข้าบ้านอย่างสบายใจ พร้อมกับพาตัวเองมานั่งคู่กับคนตัวใหญ่หน้าโทรทัศน์
“พี่เอริค พี่กินอะไรรึยังฮะ” คนตัวเล็กถามไถ่ ส่งเสียงใสเเจ๋วได้อย่างน่าฟัง ถ้าหากฟังไม่ผิดเเล้วมันเจือความห่วงใยเข้ามาด้วยรึเปล่านะ
“ยังเลย เเล้วนายล่ะ ตัวเล็ก” อีกคนหันกลับมาตอบพร้อมกับเอามือลูบหัวคนถามเบาๆ
“ยังเหมือนกัน ก็พี่จอนจินน่ะซิ มัวเเ ต่ตีกับพี่เฮซองอยู่นั้นเเหละ ผมหิวจะเเย่เเล้วเนี่ย”ว่าเเล้วก็ทำท่าหิวขึ้นมาจริงๆ ทำเอาพ่อเสือยิ้มยากที่นั่งด้วยกันอดระบายยิ้มอ่อนๆขึ้นมาไม่ได้
“งั้นเดี๋ยวฉันไปบอกเฮซองให้ละกันนะ อย่างงี้ดีมั้ย” ว่าเเล้วก็เอาอาหารมาล่อจนได้เเฮะ
“ดีซิ รักพี่เอริคที่สุดเลยยยยย” เเอนดี้ยิ้มกว้างขวางส่งไปให้เเทนคำขอบคุณ จนคนฟังหัวใจพองโต อยากจะยิ้มให้เเก้มปรี หากยังคงเก็บซ้อนอาการของตนเอาไว้ได้อย่างมิดชิด
คนที่ฟังอยู่นั้นได้เเต่เเอบคิดไปในใจว่า หากคำว่ารักที่ได้ยินนี้เป็นสิ่งที่มาจากหัวใจดวงเล็กนั้น จริงๆก็คงจะดีซินะ ไม่ใช่เเค่เอามาใช้พูดในสถานการณ์เเบบนี้เท่านั้น
ใช่เเล้วเป็นอย่างที่ทุกคนเข้าใจน่ะ ถูกต้องเเล้ว ตอนนี้เอริค ชายหนุ่มน่าตาดีเเละจัดได้ว่าเป็นคนที่เข้าถึงยากมากคนหนึ่ง กำลังต้องมนต์เสน่ห์อันน่าหลงใหลของหนุ่มน้อยด้านข้างนี้เข้าให้อย่างเต็มรัก จนเเม้เเต่ตัวเองยังไม่รู้ว่าเริ่มจากตรงไหนเหมือน หากเพียงเเต่รู้ว่าวันเเรกที่เค้าเจอใบหน้ากลมๆของคนตัวเล็กเป็นครั้งเเรก ตอนนั้น เค้าเพียงรู้สึกว่า เด็กหน้าตาธรรมาดาที่ไม่มีความพิเศษคนนี้จะมาร่วมงานกับคนอย่างเค้าได้ยังไงกัน เเต่หากคำถามนั้น กลับได้รับคำตอบในเวลาต่อมา กลับกลายเป็นว่าไม่น่าแปลกใจเลย ที่คนทั้งวงจะรักเเละเอ็นดู เจ้าตัวเล็กนี้ได้ยังไง
ความสดใสร่าเริง ความน่ารักอย่างที่เจ้าตัวเองก็คงไม่รู้ ความไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกเเละการเเสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ราวกับเเก้วที่ผ่านการเจียระไนลบรอยคม จนมันดูทั้งมน ใส เเละบอบบางน่าทะนุถนอมที่สุด ทุกกริยาที่คนตัวเล็กนี้เเสดงออก มันช่างดูน่ามองไปหมดในสายตาของชายหนุ่ม ทุกๆครั้งที่เหนื่อย เเอนดี้ก็จะเข้ามาหาพร้อมกับใบหน้ายิ้มเเย้มเเละกำลังใจอันเปี่ยมล้น บางครั้งเมื่อถูกแกล้ง ก็มักจะกอดอกก้มหน้าตา ไม่ยอมพูดจากับใคร รอให้เค้ามาง้อเเทนเพื่อนๆคนอื่นเสียทุกครั้ง
ไม่เเปลกเลยใช่มั้ย ที่สองมือเล็กเล็กๆนั้น จะเขย่าให้กำเเพงทิฐิ ที่เค้าเคยสร้างมันเองกับมือให้มันสั่นคลอน จนพังทลายลงมาได้ อย่างไม่น่าเชื่อ จนเมื่อมารู้ตัวอีกที คนชื่อเเอนดี้ก็ก้าวเข้ามาอยู่ในหัวใจดวงนี้เสียเเล้ว
“พี่เอริค!! พี่ไม่สบายรึเปล่าเนี่ย นั่งเหม่ออยู่ได้ พี่ช่วยบอกพี่เฮซองหน่อยจิ ผมหิวข้าวนาาาา”เสียงใสๆปลุกอีกคนออกจากภวังค์ความคิดได้อย่างฉับพลัน
“อื้อ รู้เเล้ว เเค่คิดอะไรเพลินๆไปหน่อย ไอ้ตัวเล็กนี่นาา นายจะรอหน่อยก็ไม่ได้” ว่าพลางมือที่วางอยู่บนหัวนั่นก็ ขยี้ลงไปเสียเต็มเเรง จนคนโดนกระทำหัวเราะคิกคักๆ
“ไอ้เฮซองโว้ยยยยย ตัวเล็กมันหิวข้าว เมิงเลิกตีกันเดี๋ยวนี้เลย” เอริคหันไปตะโกนเรียกคนที่ยังคงวิ่งไล่กันอยู่ เพราะเรื่องจิ้งจก ให้กลับมาทำหน้าที่ของตน
“เออ รู้เเล้ว ฝากไว้ก่อนนะเมิงไอ้พังเเป้น นี่เห็นว่าตัวเล็กหิวข้าวนะ ไม่งั้นนายตายเเน่” เฮซองหยุดขายาวๆของตน ก่อนจะหันมาให้ความสนใจกับเเอนดี้เเทน
“ไหนๆ ว่าไงตัวเล็ก นายหิวหรอ อยากกินอะไร”น้ำเสียงที่คนหน้าสวยส่งผ่านมาถามมีเเต่ความรักเเละเอ็นดู ต่างจาก ที่พูดกับจอนจินเมื่อกี้ลิบลับ
“อยากกินข้าวผัดกิมจิค้าบบบบ!!!!!!!!!”เเอนดี้พูดเสียงดัง พร้อมกับออดอ้อนไปในเวลาเดียว ขนาดเฮซองเองยังอดไม่ได้ที่จะเอามือมาลูบหัวอีกฝ่ายอย่างเอ็นดู
“ได้ๆๆๆ รอแป๊บนึงนะเดี๋ยว ฉันทำให้” ร่างโปร่งรับคำก่อนจะทำท่าเดินเข้าครัว
“เออ พี่ทำเผื่อพี่เอริคด้วยนะ เพราะดูท่า พี่ดองวานกะพี่มินวูน่ะ จะเม้าท์กันเพลิน เดี๋ยวผมกับพี่เอริคขอกินก่อนเลยละกันนะ” พูดไปก็ยิ้มประจบไปด้วย
“เฮอะ ทำไมฉันตองทำให้ไอ้ริค ด้วยว่ะ เเต่เอาก็เอาเถอะ เเอนดี้นายขอมาเดี๋ยวฉันก็จะเผื่อให้ะกัน” หันมาทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัวอีกครั้ง
หากคนตัวเล็กได้เเต่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ดีใจที่จะได้กินข้าวเเล้ว หารู้ไม่ว่าคนที่นั่งอยู่ข้างๆตีความผิดๆไปต่างๆนาๆว่า ดูท่าทางเเอนดี้จะพอใจเฮซอง เเละดูเฮซองเองก็จะชอบคนตัวเล็กๆนี้เหมือนกันซะเเล้ว จะทำยังไงดีล่ะเอริคเอ๋ย ก็ร่างเล็กนี้ มันน่ารักน้อยเสียเมื่อไหร่ล่ะ
****************************************************************************************
หลังจากร่างโปร่งถือจานใส่ข้าวหน้าตาน่าทาน กลิ่นก็หอมฉุย ออกมาวางบนโต๊ะตัวเล็กเเล้ว เเอนดี้ไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าไปหาสิ่งที่อยู่ตรงหน้าโดยไมลืมที่จะลากอีกคนมานั่งกินด้วยกัน
“อ๊ะ ตัวเล็กอันนี้ของนาย ฉันจำได้ว่านายชอบกินออกหวานนิดๆใช่มั้ย” ว่าเเล้วก็ส่งจานใบสีเหลืองมาให้
“ใช่ๆๆ พี่จำได้ด้วยหรอเนี่ย โห..ว้าวว”ว่าเเล้วพูดไปก็เอาข้าวเข้าปากไปอย่างไม่รั้งรอ เคี้ยวไปพูดไปอย่างมีมารยาทมากๆ
“เเน่นอนนี่ ของตัวเล็กทั้งคน”หลังจากนั้นก็ส่งยิ้มหวานให้ อีกคนที่ส่งตอบกลับมาเช่นกัน หากตาเรียวเหลือบไปเห็นเจ้าข้าวเม็ดเล็กที่ติดอยู่มุมปากอีกฝ่ายจึงเลื่อนมือไปหยิบออก
“เคร้งง!!!” เสียงวางช้อนกระทบลงกับจานดังขึ้นมาเเรงๆ เเรงเสียจนมันทำให้คนทั้งบ้านตกใจเลยด้วยซ้ำ เรียกสายตาทุกคู่ให้หันกลับมามอง
“พี่เอริค พี่เป็นอะไรฮะ ข้าวติดคอหรอ” เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัว ว่าเผลอทำอะไรลงไป เลยเเกล้งไอโขลกขลากออกมาอย่างแนบเนียนซะจนคนตัวเล็กหลงเชื่อ
“เเค่กๆๆๆๆ!!!!”ทำเป็นเอามือตบอกลูบคอตนค ทำให้คนที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมามองอย่างเป็นห่วง หากคนทีนั่งอีกคนกลับ ถอนหายใจส่ายหน้าออกมานิดหน่อย
“เป็นยังไงบ้างอะ พี่เอริค น้ำๆๆๆ”เเอนดี้ลูบหลังส่งน้ำให้ ชายหนุ่มไม่ขาด พะเน้าพะนอ อยู่ข้างๆจนเฮซองหมั่นไส้
“สมน้ำหน้ามูมมามดีนัก เป็นไงล่ะ ให้มันติดคออย่างงี้เหละดีเเล้ว”บุคคลที่สามที่นั่งอยู่เเอบเหน็บอย่างรู้ทันว่าอีกคนเสเเสร้ง เเกล้งทำ...รู้ว่ามีสาเหตุเกิดจากอะไรเสียด้วย
“อ้าว..พี่ไปว่าพี่เอริคทำไมเนี่ยพี่เฮซอง เดี๋ยวก็ไปกันใหญ่หรอก” คนตัวเล็กหันมาปกป้องอย่างออกนอกหน้า
คำพูดของคนตัวเล็กทำอาเฮซองส่ายหัวกันเบาๆกับคนคู่นี้ เหนื่อยใจเล็กๆ จะเพราะเรื่องอะไรเสียอีก สองคนนี้น่ะเเอบชอบกันเอง ต่างฝ่ายต่างหลงรักกันอย่างหัวปักหัวปำเลยล่ะ เเต่ไม่รู้อีท่าไหนไม่ได้ลงเอยกันซักทีนะ...
********************************************************************************************
“ทำไม เเกมันสอนเเล้วไม่จำ หา!!! ต้องให้ ฉันลงไม้ลงมือใช่มั้ย!!!!”เสียงก่นด่า พร้อมกับฝ่ามือเเละเท้าที่กระหน่ำลงมาช่างดูรุนเเรงเเละป่าเถื่อนสิ้นดี
“อย่าตีผม ผมจะไม่ทำผิดเเล้ว อย่าตีผม ผมจะไม่ทำอีกแล้ว!!”เสียงร้องที่เจ็บปวด ถูกเปร่งออกมาเสียงดัง เนื่องจากความเจ็บปวดทางร่างกาย ที่โดนทุบตี อย่างบ้าคลั่ง ราวกับเป็นกระสอบทรายที่มีชีวิตจิตใจ
เนื่องจากเเอนดี้เป็นคนที่อ่อนที่สุดในทีม เเละบางครั้งการเต้นของเค้าก็ไม่พัฒนาไปอย่างที่ลี ซูมานคาดหวังไว้ผลที่ได้รับตอบเเทนคือ การต้องเจ็บตัวเเบบนี้
คนที่ตอนนี้ที่ร่ำร้องขอความเห็นใจ น้ำตาใสอาบเเก้มเนียน อย่างไม่ขาดสายด้วยความทรมาน ท่ามกลางเพื่อนๆ ที่หันหน้าหนีทนมองดูภาพตรงหน้าที่โหดร้ายนี้ไม่ไหวอีกแล้ว
ใครจะรู้เล่าว่าหนึ่งในห้าคนที่เหลือนั้น ถ้าเป็นไปได้ คงวิ่งถลาเข้าไปดึงตัวอีกคนเข้ามากอดปลอบเเล้วออกรับเเทน หรือไม่ก็ดึงคนที่กำลังทำร้ายคนที่เค้ารักอยู่ มาชกให้หนำใจ โทษฐานที่ทำให้คนตัวเล็กต้องเจ็บตัว หากเเต่เอริคก็ทำได้เเค่เพียงคิดเท่านั้น เพราะถ้าทำอย่างงั้นจริง ไม่วายที่ตัวเอง ต้องถูกไล่ออก เเล้วอย่างงี้คงไม่มีวันได้รับรู้เลยว่า คนตัวเล็กของเค้าต้องถูกทรมานอีกมากเเค่ไหน สู้อดทนทรมานด้วยการไม่ไปไหนไกลตาเสียดีกว่า..
....ถ้าคิดจะทรมานให้ตายก็ให้มันเจ็บใจตายไปด้วยกันเลยนี่เเหละ !!!!!!!!....
สายตาคมจดจ้องไปในทุกการกระทำ เสียงร้องที่เข้าไปโสต ประสาทช่างเสียดเเทงใจ จนเเทบทนไม่ไหว ขนาดเพื่อนร่วมวงคนอื่นยังต้องทยอยกันเดินหนี เเต่ขาเเกร่งของร่างสูงกลับไม่คิดจะก้าวไปไหน อยากอยู่เป็นเพื่อน อีกคนมากกว่าอย่างน้อยมันไม่ได้เจ็บที่ตัว เเต่หัวใจเค้าเเทบจะไม่เหลือชิ้นดีอีกเเล้ว...
.......
....
..
ในที่สุดการทรมานอันเลือดเย็นก็จบลงเสียที เอริครีบถลาเข้าไปประคองคนตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมกอดอย่างเบามือ กลัวว่าจะกระทบกระเทือนบาดแผลที่ทำให้ฟกช้ำมากไปกว่านี้
หากดูจากสภาพการณ์การซ้อมเต้นที่หนักหนาสาหัสของทุกคนดูจะต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย อย่าว่าเเต่ไม่มีกำลังใจจะเต้น สภาพการของเเอนดี้ก็คงไม่เอื้ออำนวยเสียเเล้ว...
หลังจากกลับมาถึงบ้าน เเอนดี้ถูกพาเข้าไปในห้องพักโดยมีเพื่อนๆทั้งห้าคนคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง ทุกคนให้ความสนใจเเละเป็นห่วงมากเหลือเกิน หากเเต่คนตัวเล็กก็ยังคงนั่งร้องไห้โดยไม่ปริปากพูดอะไรซักคำ ทำเอาคนที่ยืนอยู่โดยรอบออกอาการเครียดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
จนเมื่อเฮซองที่เดินเข้ามาใหม่อีกรอบ พร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล กำลังจะลงมือทำแผลให้ ต้องชะงัก เมื่อเอริคเป็นคนยื่นมือไปคว้ามาเป็นเชิงบอกว่าจะทำเอง ซึ่งคนหน้าสวยก็ไม่ขัดใจเหมือนที่เคยทำ
ร่างสูงเดินลงมานั่งข้างๆคนเจ็บก่อนจะค่อยๆเลิกเสื้อยืดที่เเอนดี้ใส่อยู่ขึ้นมา ภาพที่เห็นเล่น คนมองขบกรามเเน่น เเม้กระทั้งคนใจเเข็งอย่างเฮซองเองยังต้องหันไปทางอื่น รอยฟกช้ำขนาดใหญ่มากมาย กระจายไปโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็น ตรงเเผ่นหลังบาง หน้าท้องราบ ไม่มีตรงไหนเลยที่จะไม่มีเจ้าวงสีม่วงนั้นประดับอยู่ นอกจากนี้ยังมีแผลถลอกอีกจำนวนไม่น้อยที่มีเลือดไหลซิบ ออกมาอวดโฉมอีก
…..เห็นแล้วมันก็เจ็บ บาดลึกไปถึงขั้วหัวใจ!!!.....
เอริคกลั่นใจหยิบสำลีชุบน้ำยาฆ่าเชื่ออกมาเพื่อเช็ดทำแผลให้อีกคน รู้ทั้งรู้ว่าหากโดนแผลเข้าจะทำให้คนที่ร้องไห้อยู่ก่อนเเล้ว ร้องหนักขึ้นกว่าเดิม
“ฮ..ฮึก!!”เเละก็เป็นจริงอย่างที่คิด เมื่อสำลีสีขาวที่เเต้มด้วยน้ำยาสีฟ้าโดนลงบนเเผลเท่านั้น หลังบางสะดุ้งเฮือกขึ้นมาด้วยความเเสบ น้ำตาพาลไหลออกมาไม่ขาดสาย พอคนตัวเล็กสะดุ้งที คนที่ทำแผลก็พลอยใจหาย ในใจกลับหล่นวูบตามไปด้วยทุกครั้ง
นี่เเค่เพียงที่เเรก ยังมีอีกตั้งไม่รู้เท่าไหร่ กว่าเอริคจะทำหมด เล่นเอาเเอนดี้เกือบจะไม่ไหวร้องไห้เสียงดังไม่ยอมหยุด จนตัวเค้าเองก็ไม่รูจะทำยังไงได้เเต่มองทำอะไรไม่ได้อยู่อย่างนั้น จนเฮซองต้องดึงแขนจอนจิน ก่อนจะสะกิดให้มินวูเเละดองวานตามออกไปด้วยกัน
ตอนนี้ห้องทั้งห้องมีเเต่ความเงียบ เสียงสะอื้นไห้ของคนตัวเล็กๆ เเละเสียงลมหายใจของชายหนุ่มผู้เฝ้ามองหัวของเค้าที่กำลังถูกกรีดซ้ำไปมาซ้ำมาต่อหน้า
เค้าทั้งรักทั้งเฝ้าถนอม กระทั้งยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หรือเเม้เเต่เม็ดฝนซักหยดยังไม่อยากให้โดน ถ้าเป็นไปได้เเล้วแทบไม่อยากให้รับรู้ถึงความเป็นไปบนโลกภายนอกก็คงดี เพราะกลัวคนบอบบางนี้จะช้ำไป เเต่นี้กลับต้องมาทนดูเเบบนี้โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย มันเจ็บใจตัวเองเสียยิ่งกว่า...
“พี่..พี่เอริค..ผ..ผม..ผิดอะไร..มากนักหรอ..”เสียงเบาราวกระซิบเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ หากเเต่เจ้าของชื่อก็รีบตั้งใจฟัง
“ผ..ผม ผิดมากเลย หรอฮะ ท..ที่เค้าต้องมาทำกับผม เเบบนี้!! ฮ...ฮึก..ฮืออ!!”เเอนดี้ ก้มก้มตาลงเปร่งเสียงร้องเเห่งความเสียใจออกมา เจ็บกายน่ะทนได้ เเต่ที่ใจมันสุดจะทน พยายามไม่อ่อนเเอเเล้วเเต่มันก็ไม่ไหวจริ%



