Fic Please love me my bodyguard part 19
Part 19
กลับมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง ตอนนี้ที่มีสองชีวิตที่อยู่ในอารมณ์ที่ต่างกัน หากเเม้ใบหน้าจะไม่มีความต่างมาก คือคนนึงหน้านิ่งเเต่อารมณ์ในใจดีเสียยิ่งกว่าดี ส่วนอีกคนก็..หน้าหงิกเป็นเเมวน้ำอาบเเดดสีผิวไม่เสมอกันน่ะซิ
จะเพราะอะไร ในเมื่อจอร์เเดนชนะไปได้อย่างสวยงาม เพราะงั้นเลยต้องควักกระเป๋าเลี้ยงไอ้พวกจอมเขมือบพวกนี้ แล้วเวลากินทีกินกันน้อยเสียเมื่อไหร่ ครั้งที่เเล้วก็ทำเอาถล่มทลายไปที ครั้งนี้จะปาไปกี่เเสน
ว่าเเล้วมินวูก็นั่งฮึดฮัดๆไปคนเดียว ส่วนเอริคน่ะเหรอเหลือบมองนาฬิกาที่ตีบอกเวลาเที่ยงกว่าจนเกือบบ่าย สลับกับประตูห้องนอนที่อยู่ถัดไปไม่ไกล พลางคิดไปว่าจะไปปลุกอีกคนให้ตื่นดีหรือเปล่านะ เพราะถ้าเลยบ่ายไปเเล้ว ตื่นขึ้นมาจะน่ากลัวปวดหัวไหมนะ
ตาคมเหลือบมองไปยังประตูที่ปิดสนิทอยู่อย่างนั้น ไร้คำพูดใดๆ สายตาที่ส่งออกไปราวกับจะปล่อยลำแสงเลเซอร์ เพื่อทำให้มันเปิดออกมาให้ได้ จนเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านข้างหันมามอง..พร้อมกับส่ายเบาๆ ไอ้นี่ก็อีกคน จากปากหนักไปไหนไม่เข้าใจจริงๆให้ตายเถอะ
“นี่!! แกอยากจะไปดูเขาก็ไปซิว่ะ จะนั่งจ้องรังสีทำลายล้างให้ประตูมันหายไปเองรึไง เดี๋ยวเเม่ง..คลื่นเลเซอร์เเกก็ไปกวนเขาให้ปวดหัวหนักกว่าเดิมหรอกโว้ย!!”มินวูหันมาบอกก่ำกึ่งตะโกนเบาๆ
เอริคปรายตามองหน้าเพื่อนนิ่งๆ อย่างไม่สื่ออารมณ์ ในใจพาลคิดเห็นด้วยเหมือนกันว่าจะมานั่งจ้องให้ประตูมันหายไปเองทำไม ก็เข้าไปปลุกเสียก็หมดเรื่อง..
ว่าเเล้วจึงลุกไปอย่างที่ใจอยากก่อนจะเคาะมันเบาๆเป็นมารยาท...พร้อมกับรอคอยการตอบรับ...
“เอ้า โง่อีก..เเม่ม...เขาคงตื่นอยู่หรอกนะ ถ้าเขาตื่นเขาคงออกมาเเล้ว อย่าโง่ได้ไหม ฉลาดทุกเรื่อง...ดันโง่เรื่องนี้ เดี๋ยวพาเลี้ยงกวางที่ทุ่งหลังบ้านเลย”เสียงตามสายลมยังคอยตามมาหลอกหลอนอยู่ไม่เลิกรา
คราวนี้จากสายตานิ่งๆไม่เเสดงอารมณ์เลยเริ่มกลายเป็นรำคาญมากขึ้นไปเรื่อยๆ ตามลำดับความสอดรู้ของคนที่อยากให้เพื่อนสมหวังในความรักนั้นเอง
“ไม่พูดเเล้วก็ได้ อย่าเอาเลเซอร์ยิงกรู...นะ...”มินวูทำเสียงอ่อยๆหดคอตัวเองลงเอนกายมองโทรทัศน์ตรงหน้า ตั่งท่ารูดปากฉับไปทันที
เอริคส่ายหัวอย่างระอาเล็กๆกับพฤติกรรมของเพื่อนซี้ จากนั้นมือหนาบิดลูกบิดประตูอย่างเเผ่วเบา ไม่อยากจะให้คนในห้องต้องตื่นจากเสียงอื่นใดบนโลก ยกเว้นเเต่เสียงของเขาเพียงผู้เดียว ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไรความรักมันถึงดูมากมายขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ดูขัดกับระยะเวลาที่มีเหลือเกิน
เมื่อชายหนุ่มสอดตัวเข้ามายืนอยู่ในห้อง ก็ไม่นึกผิดหวังอีกเลย ที่ตกเเต่งห้องด้วยเครื่องนอนเเบบนี้ เตียงสี่เสาสีขาวเเละผ้าปูที่นอนสีครีมขับให้ผิวคนนอนดูอ่อนใสน่าดูเหลือเกิน..
ลมเย็นพัดโชยผ่านบานหน้าต่างที่เปิดทิ้งเอาไว้ พัดเอาม่านบางพลิ้วไหวเบาๆไปตามเเรง เสียงลมหวีดเเผ่วน้อยๆ หากได้เผลอไผล ฟังไปคล้ายเสียงดนตรี ที่ขับกล่อมชวนให้หลับไหลในวิมานเเห่งความฝันเสียจริง
ลมเจ้าเอ๋ย เจ้าพัดมากจากทิศใดกันเล่า..ถึงได้หอบเอาความรักจากใจของข้านี้ ไปมอบสู่เจ้าคนดี มาเถิดมา มาเอาความรักของพี่ไปเถิด เจ้าลมที่เเสนดี เพื่อให้เจ้ายอดดวงใจข้านี้เป็นสุขตลอดกาล
จะเป็นไปได้ไหม ที่นับจากวันนี้ มือคู่นี้จะปกป้องให้ชีวิตเล็กๆนี้ปลอดภัย..
คอยเป็นจะเป็นพระจันทร์คอยส่องให้ดาวทอประกายยามค่ำคืน
จะเป็นไปได้ไหมที่จะใช้ความรักที่ก่อตัวขึ้นในเวลาสั้นๆ..หากยิ่งใหญ่นี้
คอยเป็นเกราะกำบังจากอันตรายที่พายุพัดผ่านมาทำร้ายดวงดาวของเขา...
เจ้าดาวดวงน้อยที่พราวระยับ...เจ้าจงรู้ไว้ว่า หากวันใดเจ้าไม่ส่องเเสงทอประกายบนฟากฟ้ายามค่ำคืนเเล้วละก็ วันนั้น คงไม่มีพระจันทร์อย่างเขาอยู่เคียงคู่เช่นกัน จะขอหายไปพร้อมกับดวงดาวเสียดีกว่า
พอคิดมาได้ถึงตรงนี้ขายาวก็ก้าวเข้าชิดเตียงที่คนตัวเล็กเเอบอิงอยู่ มือหนาเอื้อมไปปัดปอยผมเล็กออกจากหน้าผากมนเบาๆ ก่อนเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนัง คงถึงเวลาเเล้วที่จะต้องปลุกให้คนที่นอนอยู่ตื่นขึ้นมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอันโหดร้ายของโลกมนุษย์
มือใหญ่สัมผัสเบาๆที่ข้างเเก้มเนียน ลูบเบาๆ อย่างทะนุถนอม เเล้วจึงโน้มตัวช้าๆเข้าหาอีกฝ่าย รอยยิ้มละมุนฉายชัดบนใบหน้าที่นับวันความเครียดขึงจะเริ่มถูกบดบังไปเสียสิ้น
“ตัวเล็ก ตื่นได้เเล้ว ตื่นสายระวังนะ สันหลังจะยาวไปถึงอเมริกาเลยนะ...”เสียงกระซิบแผ่ว ที่เริ่มต้นด้วยมุขอนุบาล ไม่อาจช่วยให้คนที่นอนอยู่ขยับตัวเเม้เเต่น้อย หกเรียกความฉงนใจให้คิ้วเรียวผูกโบว์กันได้
“เอ๊ะ..ใครหว่า เป็นครูสอนเด็ก เเท้ๆ ไหง ตื่นสายเสียเอง หน้าไม่อาย เลยรึไง...”ชายหนุ่มเเกล้งกระซิบอีกครั้งเอาให้ดังขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยคราวนี้อยากจะปลุกให้อีกคนตื่นขึ้นมาจริงๆเสียที
“อ๊ะ!!..อ...ต..ตื่น..ตื่นเเล้ว..อย่าบอก..ครูใหญ่ ผมไม่ได้เเอบงีบเวลาทำงานจริงๆนะ”แอนดี้สะดุ้งสุดตัวขึ้นมานั่งก่อนทำตางัวเงีย อย่างคนยังตื่นไม่เต็มที่ ผมบางส่วนกระดกไปมาคนละทางดูเเล้วน่ามองไปอีกแบบ ไหนจะหยดน้ำเล็กๆตรงมุมปากที่ขยับส่งเสียงจ๊อบเเจ๊บๆนั้นอีก
เอริคยื่นมือไปเช็ดคราบน้ำลายที่ติดอยู่ออกอย่างไม่รังเกียจเเม้เเต้น้อย ติดออกจะเอ็นดูมากเสียด้วยซ้ำไป...อดไม่ได้ที่จะยิ้มกว้างออกมา
“นี่ ตัวเล็ก เวลานายไปสอนหนังสือเด็ก นี่..มีเเอบงีบหลับด้วยหรอเนี่ย”เอริคเเกล้งล้อเลียนเสียงดังๆ ให้คนที่ยังตื่นไม่เต็มตาสะดุ้งสุดตัวลืมตามองหน้าชายหนุ่มตาโพรงปนตกใจนิดๆ
“ป..เปล่า..พี่เอริค..ผมๆๆๆ ผมไม่ได้หลับใครๆๆ ไม่มี”เมื่อเริ่มรู้ตัวว่า ตนเองแอบเผลอละเมอเรื่องน่าอายออกมา คนขี้เซาจึงต้องรีบแก้ตัวกันเป็นพัลวัน ไม่อยากให้อีกคนรู้ความลับของตน
“จริงง่ะ..ไม่ได้เเอบงีบจริงๆง่ะ เดี๋ยวจะลองไปถามครูใหญ่ดูดีดว่า”เอริคยังคงยิ้มหวานให้คนตัวเล็ก แกล้งทำเป็นหยอกเอินหวังให้คนฟังตื่นเต็มตาจริงๆ
“จริงๆ..เอ่อ...ไม่จริงก็ได้..เเหะๆ มันก็มีบ้าง บางวันมีเเข่งบาสฯ ก็ดูบาสฯ บางวันมีเเข่งบอล ก็ดูบอล ส่วนมากก็จะดึกไปหน่อย ตื่นสายก็ต้องง่วงบ้างเป็นธรรมดานี่...เอ่อ แล้วพี่จะมานั่งจับผิดผมทำไมเนี่ย”แอนดี้ยอมรับเสียงอ่อย ก่อนจะถามกลับตอนนี้สติสตังมารวมกันครบร้อยเต็มที่เเล้ว
“หึ..ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ สายโด่งเเล้วเนี่ย นายรีบไปอาบน้ำไป..จะได้มากินข้าวเที่ยงกัน เดี๋ยวพี่นายเขาจะรอนาน”เอริคว่าพลางไล่อีกคนให้ไปทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย
“เอ๋...เที่ยงกว่าเเล้วหรอ เเล้ว..ทำไมพี่เฮซองไม่ปลุกนะ...เเล้วนี่พี่จะมานั่งทำไมอีกเนี่ย..พี่ก็ออกไปรอข้างนอกดิ ผมจะไปอาบน้ำเเล้วนะ บาย ซียู”เเล้วก็เผ่นแผล่วหายวับไปกับตา
ทิ้งให้เหลือเเต่คนอารมณ์ดีนั่งผิวปาก ฮัมเพลง หวานซึ้ง พร้อมกับกระดิกปลายเท้าด้วยท่าทางที่แสนจะผ่อนคลายอย่างเสียมิได้ไปคนเดียวอย่างมีสุขใจ
...การมีความรัก คงเป็นเรื่องที่ดีอย่างนี้เองซินะ..
Someday you’ll know if love can move the mountain. Someday you’ll know why the sky is blue? Someday you’ll know why I was someone for you...
ซักวันเธอคงได้รู้ว่ารักจะสามารถเคลื่อนภูเขาได้ ซักวันเธอคงได้ว่าทำไม้ฟ้าถึงมีสีฟ้า เเละวันนึงเธอคงจะได้รู้ว่าทำไมฉันถึงเป็นใครซักคนสำหรับเธอ...
เเล้วถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง คนที่แอบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปคงไม่ยืนนิ่งราวกับถูกสะกดเช่นนี้หรอก มือบางยกมือขึ้นลูบตรงมุมปากที่เอริคสัมผัสเเรงเเก้เขิน อายก็อาย เเต่เป็นผู้ชายจะมาอายบ้าอายบอม้วนต้วนก็ใช่เรื่อง เเต่จะว่าไปที่เขาเช็ดน้ำลายให้ จะดีใจก็คงเห็นจะไม่ผิด จนอดไม่ได้ที่จะบังเกิดเป็นรอยยิ้มสดใสขึ้นมา
...การมีความรัก ก็คงเป็นเรื่องที่ดีอย่างนี้จริงๆนั้นเเหละ...
Someday you’ll know why Samson love Dhelialah .One day I’ll go dancing on the moon Someday you’ll know that I was someone for you...
ซักวันเธอคงได้รู้ว่าทำไม เเซมซันถึงรักเดไลล่า วันนึงฉันคงไปถึงได้เต้นรำอยู่บนดวงจันทร์ซักวันเธอจะรู้ว่าฉันคงเป็นใครบางคงสำหรับเธอ...
**********************************************************************************
“ทำไมพี่ทำแบบนี้!!!!..เด็กนั้นเป็นของผม..ทำไมพี่ทำอะไรไม่บอกผม”เสียงเด็กหนุ่มตะโกนขึ้นมาอย่างเหลืออด บ่งบอกความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด
หากคนฟังก็นิ่งเฉยมองเอกสารในมือไปอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว จุดเอาอารมณ์เกรี้ยวกราดให้ยิ่งพุ่งสูงมากขึ้นไปอีก
“ผมถามพี่อยู่นะ พี่กงยู พี่จะทำอะไรของพี่!!!”เด็กหนุ่มยังคงเสียงดังอยู่อย่างนั้นจนคนที่ใช่สมาธิต้องขมวดคิ้วมุ่น..
“เลิกโวยวายซักทีได้ไหม ดองวอน!!..ฉันอ่านเอกสารไม่รู้เรื่อง!!”แทนที่จะตอบเหตุผล กลับเพียงเเค่เตือนให้อีกฝ่ายเงียบเท่านั้น
“ไอ้เรื่องเอกสารของพี่น่ะ ไว้ก่อนได้ไหม!! ผมถามว่าทำไมพี่ต้องส่งระเบิดไปด้วย ถ้าของๆผมเสียหายไปจะทำยังไง หา!!!”ดองวอนไม่มีท่าทีว่าจะสงบลงเลยเเม้ว่าจะถูกเตือนเเล้วก็ตามที
“เเต่มันก็ยังไม่พังนี่..ก็ไม่เพราะไอ้ของเล่นนายหรอกเหรอไอ้คนเฝ้ามันถึงจะตามมาเป่ากบาลฉันน่ะ คิดเสียมั้งนะ”กงยูละมือจากงานตรงหน้าเพื่อคุยกับน้องชายตรงๆ
“เเต่พี่ก็ยังไม่ถูกเป่าหัวเหมือนกันนั้นเเหละ ไม่ว่ายังไง อย่ายุ่งกับของเล่นของผม!!”ดองวอนบอกเสียงกร้าว จนกงยูเองก็อ่อนใจ สงสัยตั้งเเต่สมัยก่อน ความที่ดองวอนเป็นลูกชายคนเล็กใครๆก็พากันตามใจเอาเสียจนเคยตัว
แต่ครั้งนี้คงผิดกัน ก็ตรงที่กงยูคงจะไม่ตามใจน้องชายคนเดียวของเขาอีกแล้ว...
“ฉันคงรับปากนายไม่ได้หรอกนะ ไอ้เด็กปัญญาอ่อนนั้นไม่ควรจะอยู่รอดมาให้ ตำรวจมันตามดมถึงทุกวันนี้ด้วยซ้ำไม่วันนี้ก็เร็วๆนี้ยังไงซะ มันก็ต้องลงไปนอนในโลง...”ชายหนุ่มเว้นช่องว่างมองน้องชายร่วมสายเลือดด้วยสายตาที่อ่านไม่ออกไว้เล็กน้อยก่อนพูดต่อว่า..
“อ่อ..เเล้วแกอย่านึกนะดองวอนว่าฉันจะตามใจแกเหมือนที่เคย กะอีเเค่เด็กคนเดียวจะทำเรา ฉิบหายทั้งตระกูลละก็ไม่มีวัน!!”กงยูหยิบเอกสารที่ละไว้เมื่อครู่ขึ้นมาดูอีกครั้ง
กงยูปล่อยให้น้องชายเดินออกจากห้องที่ตนทำงานไปอาละวาดใส่ทั้งคนที่อยู่บริเวณนั้น เเละข้าวของที่ตั้งอยู่ภายในบ้านจนเเทบไม่มีชิ้นดี...
โดยหารู้ไม่ว่าตัวเด็กหนุ่มผู้บรรดาลโทสะเองก็ได้เเต่เก็บเเค้นพี่ชายของตนเอาไว้ในใจ..
“ฮึ คิดว่าพอพ่อตายเเล้วได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าเเล้วจะใหญ่เเค่ไหนกันเชียว พี่กับผมซักวัน..ซักวันผมจะทำให้พี่ต้องกลายมาเป็นลูกน้องผมให้ได้...”
พอคิดได้ดังนั้นก็หันกลับมาระบายอารมณ์ของตนกับสิ่งที่ขวางหูขวางตาต่ออีกครั้ง..อะไรก็ตามที่ กงดองวอนอยากได้เขาจะต้องได้มาไม่ว่าจะวิธีไหนก็ตาม!!
*********************************************************************************************
TBC





ตอน 19 แล้ว NC ยังมิโผล่


อุยตาย! สามีลุงหงุดหงิด ... หงุดหงิดเพราะเสียพนัน รือหงุดหงิดที่คนแต่งมันไม่ยอม NC ซ่ะทีค่ะเนี่ยะ ถ้าอีที. มันกินหญ้าป่านนี้คงฉลาดเท่ามินนี่แล้วหละ
ป๋าค่ะ! แต่งเพลงเก่งน่ะค่ะ ... แล้วเมื่อไหร่บั้มเดี่ยวตัวเองจะเสร็จค่ะ = =?
และถ้าดาวไม่ยอมส่องแสง ... แนะนำให้เอาไฟฉายส่องน่ะค่ะ รู้ไหมค่ะ เจ้ดัง พันมือน่ะค่ะ
"เหมือนส่องไฟขึ้นฟ้า ... ฟ้าไกลเกินไป" [ดังควรจะทำความรู้กับป๋าน่ะค่ะ ป๋าจะได้ให้ขึ้นยายไปส่องใกล้ๆ อิอิอิ
เอ่อ~ ถ้าดี้สันหลังยางถึงอเมริกา แล้วสันหลังป๋าจะยาวถึงดาวนาแมกม่ะฮ่ะ @v@~
เห็นแอนดี้เป็นของเล่นได้ไง ... แบบนี้ไม่แฟร์เลยอ่ะ แอนดี้เขามีเพื่อนเล่นชื่อโซลบิอยู่แล้ว
วอนนี่นี่ยุ่งวอนสมชื่อจริงๆเลย