[special 9]let’s do kimji...มากินกิมจิกันเถอะ..
ตามความรู้สึกเเล้วตอนนี้เหมือนเสนอสารคดีชีวิตคู่ยังไงไม่รู้ ไม่หวาน เเต่ก็ไม่ดราม่า ไม่ฮาก็ไม่เชิงดูเรื่อยๆพิกลๆยังไงไม่รู้ รู้สึกเเต่งได้ไม่ดีเท่าไหร่นักน่ะค่ะ จะว่าเป็นผลจากโรคที่เป็นอยู่ก็ไม่แน่ใจ
เเต่ยังไงซะก็ขอขอบคุณคนอ่านที่เสนอตอนนี้มาให้เเต่งนะคะ อะไรที่ขอมาจะพยายามเท่าที่ทำได้นะคะ...ส่วนจะชอบหรือไม่ก็ลองอ่านดูค่ะ ติชมกันได้ตามใจชอบเลยนะคะไม่ว่ากัน...คนเเต่งยินดีรับเสมอค่ะ
*********************************************************************************
[special 9]let’s do kimji...มากินกิมจิกันเถอะ..
วันนี้หลังจากต้องทำงานอันน่าเหนื่อยล้าตลอดทั้งวัน การกลับบ้านดูเป็นเรื่องให้น่าผ่อนคลายมากที่สุดที่ควรจะทำในตอนนี้
แอนดี้เดินขึ้นบันไดบ้านไปพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูอเล็กน้อย ทำให้ได้รู้ว่า ตอนนี้มันกี่โมงยามเเล้ว..สองทุ่มครึ่งนั้นอาจจะเป็นเวลาที่ไม่ดึกนัก หรือบางคนอาจจะคิดว่า เหลือเวลาอีกมากกว่าจะได้หลับตานอน แต่สำหรับคนที่เหนื่อยมามากอย่างเขา อยากจะรีบกลับไปกินข้าว อาบน้ำ เเละกระโดดขึ้นเตียงนอนดูบอลนัดสำคัญให้สบายใจเฉิบไปเลย
ขาเล็กก้าวอย่างเชื้องช้าไปเรื่อยๆตามขั้นบันไดที่เเสนคุ้นเคยก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงห้องพักของเขา เเล้วก็ต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงโทรทัศน์ที่เปิดทิ้งเอาไว้ เเละเสียงหัวเราะออกมาจากในห้อง..
แอนดี้โคลงศีรษะไปมาเบาๆ ไม่มีความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเเม้เเต่นิด..จะเพราะอะไรน่ะหรือ คนที่จะมีกุญเเจห้องเขาเเละกระทำอุกอาจมาใช้ห้องอย่างถือวิสาสะจะมีใครนอกเสียจาก..
“พี่เอริค..วันนี้ไหนพี่บอกจะทานข้าวกับคุณเเม่ไงล่ะ”แอนดี้พูดพลางถอดรองเท้าเก็บใส่ตู้ขนาดสูงเทียบเพดานที่อยู่ด้านข้าง เเล้วจึงเดินลงมานั่งข้างคนที่นอนเอกเขนก ในท่วงท่าแสนสบาย
“ก็ว่าจะอยู่เเต่เเม่เขารู้ว่านายจะกลับค่ำเลยไล่ให้ฉันเอาของที่ทำมาเผื่อนายด้วย..ไหนตัวเล็ก มาหอมที่ดิ กลับมาซะค่ำเลย”เอริคที่ยังคนอยู่ท่าเดิมเอามือควานไปคลำแขนเรียวของคนตัวเล็ก ออกแรงกระตุกน้อยๆอีกคนก็เซเข้ามาใกล้..
“อย่าซิ..เหม็นเหงื่อจะตาย ไม่เอาหรอก เฮ้อ..นี่ถ้าเเม่รู้นะว่าลูกชายสองคนมานัวกันอย่างนี้ นึกไม่ออกเลยจริงๆว่าท่านจะทำหน้ายังไง..”แอนดี้ถอนหายใจออกมาเบาๆ นี่คงเป็นอีกเรื่องที่หนักใจ..คบกับเอริคมาเป็นสิบปี ปกปิดความสัมพันธ์เเบบนี้มาตลอด ด้วยใจที่กลัวเเสนกลัวว่าวันนึงมันจะต้องเปิดเผย
“คงทำหน้าเฉยๆแหละน่า อย่าคิดมากเลย อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตเถอะ..”ใช่ว่าอีกคนจะไม่คิดมากเสียเมื่อไหร่ เเต่ในเมื่อเลือกที่จะรักเเล้วล่ะ ก็ต้องข้ามผ่านทุกสิ่งทุกอย่างไปด้วยกันให้ได้
“ก็จริงของพี่..ผมไปอาบน้ำดีกว่าเหนียวตัวจะแย่ แถมวันนี้มีบอลเเมนซิตี้กับลิเวอร์พูลด้วยพี่..โหย..เดี๋ยวไม่ทันๆไปแล้ว!!!”ว่าเเล้วเจ้าตัวเล็กก็รีบจรลีเข้าห้องน้ำไปด้วยความเร็วสูงทันที..ปล่อยให้อีกคนมองตามอย่างเอ็นดูไปซะอย่างนั้น
.........................................
.............................
.................
.......
“ฮ้า!! อาบน้ำเเล้วสบายตัวชะมัดยาดเลย..”คนตัวเล็กที่ตอนนี้เดินตัวหอมฉุยออกมาจากห้องนอนพร้อมด้วยชุดนอนที่พิเศษกว่าวันอื่นๆ
โดยปกติเเล้วเเอนดี้มันจะสวมชุดนอนที่เข้าชุดกันเสมอ ไม่ว่าจะลายการ์ตูน ลายกบ ลายหมู ลายหมี สารพัดสัตว์ที่จะสามารถหาซื้อมาได้ เเต่วันนี้เนื่องจากมีบอลนัดสำคัญเลยต้องเอาเสียหน่อย พ่อตัวจ้อยของเราเลยออกมาในเเนวกางเกงผ้าฝ้ายสีขาวดูสบาย ส่วนเสื้อไม่ต้องพูดถึงเเดงเถือกเสียจนไม่ต้องบอกเลยว่าเชียร์ทีมไหน
“โห..นี่กะจะเชียร์เหมือนได้อยู่ขอบสนามเลยรึไง”เอริคมองคนรักที่เดินมานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารในท่าเตรียมพร้อม ไม่วายเเอบแซวเล็กพอเป็นกระศัย
“เเน่นอน!! เวลาทำอะไรเราต้องทำจริงจัง จะครึ่งๆกลางๆไม่ได้..ว่าเเต่มันเกี่ยวไหมวะ ช่างเหอะ...เอาเป็นผมอยากได้บรรยากาศเท่านั้นเเหละน่า...”แอนดี้พูดไปตักข้าวเข้าปากไปด้วยความหิว เเทบจะไม่มองหน้าสมาชิกร่วมโต๊ะอีกหนึ่งชีวิตเลยก็ว่าได้
“ตามใจนายละกัน ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่เเล้วนี่”
“ไม่ว่าอะไรนะดีเเล้วล่ะ เออ..ว่าเเต่คืนนี้พี่จะค้างนี้ไหมเนี่ย”เเอนดี้ละมือจากการตักอาหารเข้าปาก มองหน้าอีกฝ่ายเป็นเชิงถามเล็กน้อย ในขณะที่อีกคนใช้ความคิดไปบ้าง..
“อืม...นายอยากให้ฉันค้างไหมล่ะ..เเต่ต้องมีค่าจ้างที่ให้ค้างนะ ตัวเล็ก”เอริคยักคิ้วถามอย่างกวนๆ หากคนถูกถามก็ตีความคำว่าค่าจ้างออกอย่างง่ายได้
“เดี๋ยวปั๊ดแพ่นด้วยช้อน..ถ้าจะเอาค่าจ้างงั้นกลับไปเหอะ วันนี้ผมเหนื่อยจะเเย่อยู่เเล้ว ไม่เป็นไร ผมอยู่เชียร์น้องหงส์ของผมคนเดียวก็ได้” ว่าเเล้วก็ก้มหน้าก้มตากินต่อไป โดยไม่ทันเห็นรอยยิ้มอ่อนๆที่ระบายอยู่บนใบหน้าของคนขี้เเกล้งเลย
“งั้น ฉันอยู่ก็ได้ ค่าจ้างไม่เอาก็ได้ เจ้าของห้องงกจริงๆเลย”คนตัวโตเเกล้งเปรยเสียงสูง
“จะเอาอะไรเนี่ย เเต่ถ้าเป็นเรื่องในห้องนอน ผมบอกได้คำเดียวว่าวันนี้พี่โดนนอนในห้องน้ำเเน่!!!”แอนดี้มองอีกฝ่ายตาเขียวบอกให้รู้เป็นนัยๆว่า กรูเอาจริงนะเมิง ไอ้อีทีอย่าเล่นไป..
“โอเค...ฉันขอ....เอ่อว่าเเต่พรุ่งนี้นายว่างทั้งวันใช่ไหม”เอริคพูดเหมือนกับจะขออะไรซักอย่าง..ให้คนฟังได้ลุ้นตัวเป็นเกลียว หากเเต่ก็เปลี่ยนใจถามบางอย่างกลับมาก่อน หลอก
“ก็ว่างอะ...ว่าเเต่มีอะไรก็รีบๆพูดมาได้ไหม อย่ามาอารมณ์ว่าให้เสียวเเล้วเลี้ยวกลับหน่อยเหอะ!!!” ตาเรียวกรอกไปมาเล็กๆ
“อ้าว..ไม่ดีหรอจะได้มีลุ้นไง น่าๆ คือเมื่อกลางวันตอนอยู่ที่ห้องอัด ช่วงพักฉันเห็น..รายการที่นายออกกับโซลบิอะ...ฉัน..อยากให้นายทำกิมจิให้กินมั้งน่ะ”เอริคยิ้มจนตาปิดให้ ทำเอาคนถูกขอทำหน้าไม่ถูก
“กิมจิอะนะ ให้ผมทำให้หรอ”
“ไม่ซิ ไม่เอาอย่างนั้น ฉันหมายถึง ทำด้วยกันต่างหาก” ชายหนุ่มเเก้คำใหม่ให้เข้าใจง่ายเเละชัดเจนมากขึ้น
“เดี๋ยวๆๆ นึกยังไงเนี่ย..”
“ไม่นึกยังไงหรอก ก็อยากทำเเค่นั้นจบ อย่าสนใจเหตุผลเลย นั้นบอลนายมาแล้วเดี๋ยวอดดูหรอก..”เอริคชี้มือไปยังหน้าจอโทรทัศน์ที่ถูกเปิดทิ้งเอาไว้เพื่อให้เสียงช่วยเตือนในสิ่งที่อยากรับชมจะได้ไม่พลาด
“เย้ยยยย!!..พี่นะพี่...ล้างจานด้วยล่ะ ถ้าผมไม่ไปเชียร์เดี๋ยวน้องหงส์ไม่มีกำลังใจเล่น ชะเเว้บ!!” เเล้วก็เเว่บหายไปได้อย่างที่พูดจริงๆเสียด้วย ทิ้งเอาจานข้าวเเละเเก้วน้ำต่างๆไว้บนโต๊ะให้เอริคเป็นคนทั้งเก็บทั้งล้าง
ซึ่งในระหว่างนั้นก็ได้เเต่ตอบคำถามคนตัวเล็กเอาไว้ในใจว่า ที่อยากทำน่ะหรอ...ก็เเค่..อิจฉานิดๆ บวกกับอยากทำหน่อยๆ ก็เท่านั้น ที่สำคัญที่สุดคือ อยากรู้ว่าเวลาทำกันจริงๆ อารมณ์มันจะน่ารักเหมือนที่เขาเห็นในสคริปป์โทรทัศน์ไหมนะ...
*********************************************************************************
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเมื่อคืนที่เอริคมานอนค้างที่ห้องโดยไม่มีกิจกรรมในร่มผ้ามาตัดกำลังให้เหนื่อยไปเสียเปล่าๆ แอนดี้จึงนอนอย่างเต็มตาหลังจากการดูบอล เเหม...เเม้จะชนะเเบบหืดขึ้นคอไปนิดเเต่น้องหงส์ก็กัดฟันชนะมาได้แบบหนึ่งต่อศูนย์ จะทำยังไงได้ อย่างว่าช่วงนี้น้องหงส์ฟอร์มตกไปนิด ไม่ว่ากันๆ อภัยได้เสมอ เชื่อเถอะ..ซักวันลิเวอร์พูลที่รัก คงกลับมาสยายปีกเป็นหงส์แดงเหนือมังกรได้อีกครั้ง
..นั้น..เเล้วก็เพลินคิดเเต่เรื่องน้องหงส์อยู่ได้ ว่าจะลุกขึ้นมาเตรียมของเสียหน่อย...เผื่อมีอะไรจะต้องซื้อเพิ่มอีก..
แอนดี้เปิดตู้เย็นของตนดู ซึ่งข้างในก็บรรจุของเอาไว้แน่นเอียด ไม่เหมือนกับเมื่อวานี้ตอนก่อนออกจากบ้านเลย ของในตู้เย็นดูหล่อยหลอเสียจนเกือบจะเป็นตู้เปล่าด้วยซ้ำ มือบางกำสันประตูตู้เย็นข้างเอาไว้อย่างนั้นซักครู่ราวกับใช้ความคิด
..หรือว่า...จะเป็น.....ขโมย!!...บ้าเเล้วๆ แอนดี้ แกจะเหรอ ขโมยที่ไหนจะซื้อของมาใส่ตู้เย็นให้แกเล่า โง่จริง ลูกใครเนี่ย (ฮัดเช้ย!!! กระทบคนแต่งเเละอีกหลายคน : คนเเต่ง)
..เเถมอีกอย่างเมื่อวานพี่เอริคก็เฝ้าห้องให้ ถ้าขโมยขึ้นบ้านยังไงก็ต้องปะทะกับมนุษย์ต่างดาวหน้าหนวดก่อนอยู่ดี คงไม่ใช่เเล้วล่ะ ไม่งั้น คงมีร่องรอยการต่อสู้สีเขียวอยู่เกลื่อนบ้านเป็นแน่...สงสัย..ไอ้มนุษย์ต่างดาวนี่เเหละจะเป็นคนซื้อมาใส่เอง
..โอ้โห!! นี่วางแผนล่วงหน้ากันเลยหรอ...
คนตัวเล็กยืนค้างมองของในตู้ไปมาอย่างนั้น ชื่นชมกับการเตรียมพร้อมของคนที่เพิ่งอาบน้ำเดินมาสมทบด้วยกันกับเขาในห้องครัว
“ตัวเล็ก นายเปิดตู้เย็นทิ้งไว้อย่างนั้นระวังค่าไฟกระฉูดนะนั้นน่ะ ไหนจะภาวะโลกร้อนอีก..ต้องช่วยกันๆ”เอริคทำลายห้วงความคิดน้อยๆลงอย่างฉับพลัน
“กลัวที่ไหน..ถ้าค่าไปเกิน พี่ก็จ่ายดิ ส่วนถ้าโลกร้อนจนน้ำเเข็งละลายก็ย้ายไปอยู่ดาวมุนซะก็หมดเรื่อง”แอนดี้พูดไปด้วยในขณะเดียวกันก็ลำเลียงของที่ต้องใช้ออกมาด้วย
ไม่ว่าจะเป็นผักกาดขาว เเครอท หัวไชเท้า หอมใหญ่ ผักอีกสองสามชนิดที่ดองเอาไว้เเล้วตั้งเเต่ก่อนหน้านี้ เเละผลไม้อีกสองสามอย่างเพื่อทำให้กิมจิเข้นข้นมากขึ้น
“ตัวเล็กนายจะนั่งทำที่ไหนเนี่ย..”ชายหนุ่มเริ่มถามขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้ของที่ต้องใช้เริ่มมากองอยูบนโต๊ะเต็มไปหมด ซึ่งเด็กหนุ่มอีกคนก็ทำท่าคิดตามไปด้วย
“อืม...ทำ...ใน...ครัวดีกว่า”แอนดี้ชั่งน้ำหนักเรื่องที่ต้องทำความสะอาดเเล้วการทำในพื้นเดียวจะจำกัดวงที่ต้องเก็บล้างได้เเคบไปด้วย ต่างกับการทำในรายการสิ้นเชิง เพราะไม่ว่าจะทำเละเเค่ไหน ก็เเค่ล้างๆเป็นพิธี ถึงยังไงซะทีมงานก็เคลียร์ให้อยู่เเล้ว
“ตามใจนาย..เเล้วนี่ฉันต้องทำอะไรบ้างล่ะ”คนตัวโตเดินไปหยิบเขียงเเละอุปกรณอื่นที่คาดว่าน่าจะใช้ออกมา
“ของพี่หรอ นี่..ถามจริเมื่อวานนั่งดูยังไงเนี่ยฮะ ถึงไม่รูเรื่องอะไรเลย..ใช้เเรงงานอย่างพี่อะ ไปหั่นผักไป..”เเล้วก็ส่งเอาจำพวกผักที่มีอยู่ให้
“ก็ดูเเต่ไม่รู้นี่ว่าต้องทำอะไรบ้างนี่”เอริคพูดไปพลาง หั่นไปพลาง พยายามทำให้เหมือนกับที่แอนดี้ทำในรายการ
ส่วนอีกคนก็ตั้งใจหั้นกระเทียม ขิงขูด กับหอมสับจนละเอียด เเล้วจึงหันไปหั่นกุ้งตัวเล็ก ปลาหมึกเเละลูกพลับให้เป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้น จึงเอาของที่หั้นมาใส่รวมกันในหม้อเเล้วจึงตั้งไฟ เติมเเป้งข้าวเหนียวเเละน้ำเข้าไปด้วย...
คนที่มัวเเต่นั่งหั่นผักจึงได้เเต่มองคนที่ทำอย่างคล่องเเคล่วไม่วางตา...
“โห..ตัวเล็กนายดูโปรกว่าในโทรทัศน์อีกนะเนี่ย”เอริคเอ่ยชิมอีกคนขึ้นเมื่อทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จก่อนจะเดินไปสมทบ
“ก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่เเล้วล่ะ ทำที่บ้านกับในห้องที่เขาจัดไว้ให้จะไปเหมือนกันตรงไหนเล่า เออ..พี่เอาผักเข้าตู้เย็นก่อนได้ไหมเดี๋ยวมันชืดหมด”แอนดี้ใช้ทัพพีคนเบาๆเป็นวงกลม ไปเรื่อยๆ ในขณะที่อีกคนก็ทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินกลับมาที่เดิม
คนตัวเล็กปรุงรสต่อโดยการเติมน้ำตาล เกลือเเละน้ำส้มสายชู เเละพริกป่น เเละจึงคนต่อไปจนเริ่มรู้สึกว่าได้ที่เป็นเนื้อเดียวกันจึงตักขึ้นมาชิมดู..
“พี่เอริค พี่ว่ามันโอเครึยังเนี่ย”แอนดี้ดึงปลายทัพพีขึ้น ใช้ปากเป่าลมเบาๆให้มันเย็น ก่อนจะยื่นไปจ่อที่ปากอีกฝ่าย
“ไหน..อืม..ฉันว่ามันอ่อนๆไปนะ”เอริคทำท่าวิจารณ์รสชาติ หากเเอนดี้เองก็เอาเศษที่เหลือติดปลายทัพพีมาชิมอีกครั้ง
“อ่อนหรอ..เออ จริงด้วย เดี๋ยวปรุงใหม่ๆ”ว่าเเล้วก็ใส่นู่นนิดนี่หน่อยอีกครั้งอย่างตั้งใจ จากนั้นก็ทำแบบเดิมเพื่อให้อีกฝ่ายลองดูอีกครั้ง
“อันนี้โอ..รึยัง เเต่เดี๋ยวผมทำต่ออีกหน่อยพอน้ำมันน้อยลงเดี๋ยวมันจะข้นกว่านี้อีกนะ”
“อืม งั้นก็โอเคเเล้วล่ะ”เอริคส่งยิ้มให้เมื่อได้รสที่พอใจเเล้ว ในขณะที่คนตัวเล็กหันกลับไปทำหน้าที่ของตัวเองตามเดิม..มีเเต่เพียงเอริคเท่านั้นที่ยืนพิงโต๊ะทานอาหารมองคนที่ง่วนกับหม้อตรงหน้าเพลินอย่างมีความสุข..อารมณ์แบบนี้ก็ไม่เลวเเฮะว่าไหม
“นี่..มองอีกนานไหม..เสร็จเเล้ว เอาผักออกมาได้ซิ ต่อไปเป็นหน้าที่พี่นะ”แอนดี้เเอบขำเล็ก วางท่าสั่งอย่างกับเป็นหัวหน้าพ่อครัวส่วนอีกคนเป็นเชฟมือใหม่
“คร้าบบบบ กระผมจะทำตามบัญชาเดี๋ยวนี้เเหละครับ”คนตัวโตกว่าลกเสียงยาวก่อนจะค้อมตัวทำตาม เรียกเอาเสียงหัวเราะลั่นจากคนน่ารักได้มากโข
“ดีมาก!! เดี๋ยวจะขึ้นเงินเดือนให้นะไอ้น้อง..”ได้ทีชักเหลิงใหญ่ คนตัวเล็กเดินเข้าไปตบบ่ากว้างเบาๆเอาเสียสองที
“นั้นๆเอาเชียวนะ ไอ้ตัวเล็ก ว่าเเต่เงินเดือนไม่เอา เอาเป็นอย่างอื่นได้ไหมอะ”ว่าเเล้วก็หลิ่วตายักคิ้ว..จนแอนดี้อดคิดไม่ได้ว่า..โอ้ย อยากให้พวกสาวๆ นักข่าวมาเห็นเหลือเกิน ใครนะที่บอกว่าเอริคเป็นคนนิ่งมากน่ากลัว...เหอะๆๆ อยากจะขำให้ฟังร่วงหมดปากจริงๆ
หากไม่ทันได้ท้วงอะไร เอริคจึงเคลื่อนตัวมาใกล้ก่อนจะหอมเอาเเก้มใสเเรงดังฟอดใหญ่ได้ทัน
“ไม่พูดเป็นตกลง..อันนี้เป็นมัดจำถือว่าโอเค..”จากนั้นคนที่ได้กำไรจึงเดินไปหยิบของสบายใจเฉิบทิ้งให้คนที่ยืนเฉยๆเเต่ขาดทุนตาโตคนเดียว
“อะไรเนี่ย ยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ”
“ก็เพราะไม่ได้พูดไง เลยถือว่าตกลง”นั้นยังหน้าด้าน ทำหน้าตายตอบไปได้อีก จนคนฟังต้องถอนใจยาว...
“เเล้วผมก็ต้องยอมอีกจนได้ชิมิ...ฮึ้ย..”คนตัวเล็กเดินตามชายหนุ่มโดยไม่ลืมที่จะถือหม้อส่วนผสมตามไปด้วย
เอริคนำผักที่หั่นเอาไว้ใส่กะละมังเล็กๆ ก่อนที่แอนดี้ก็เทของที่เคี่ยวเอาไว้ลงไปจนหมด..จากนั้น คนตัวเล็กจึงสั่งให้อีกฝ่ายคลุกทั้งสองอย่างรวมกัน..
“เอานั้นทำดีๆ เดี๋ยวมันเลอะ..เบาๆซิกระเด็นหมดเเล้วเห็นไหม”
“นี้ ตัวเล็กมือก็ไม่เลอะ ยังจะพูดมากอีกเดี๋ยวก้เอาป้ายเลยนี่”เอริคเงยหน้ามองเด็กหนุ่มที่สั่งโน่น สั่งนี่อย่างนึกขำในใจ
“อ้าว..ก็ บอกเเล้วว่าต่อไปตาพี่ไง..สม”คนตัวเล็กพูดไปพร้อมกับลอยหน้าตาไปด้วย อดไม่ได้ที่คนทำท่านิ่งอย่างเอริคจะดีดมือใส่
“เฮ้ย..เดี๋ยวมันเลอะ!!!”เเอนดี้เอามือเช็ดบางส่วนที่มันกระเด็นออกจากหน้าในขณะที่อีกแอบสะใจน้อยๆที่ได้เเกล้งเเต่ก็ไม่แสดงออก...
“พอเลย เสร็จเอาเเช่ไว้อย่างงี้เเหละเดี๋ยวเอาพลาสติกหุ้มไว้ก็ได้ หมักไว้ เดี๋ยวตอนเย็นค่อยเอามาลองกินดู”แอนดี้ดึงกะละมังออกจากมืออีกฝ่ายเมื่อเห็นว่ามันเข้ากันได้ดีเเล้ว ไม่ใช่เเค่นั้น ดูท่าเอริคจะคลุกเพลินมันมือเหลือเกิน
หลังจากการทำที่ใช่เวลาสองชั่วโมงเศษๆผ่านไปก็เป็นการเก็บกวาดต่อด้วย คนที่เหนื่อยดูจะไม่ใช่แอนดี้ กลับกลายเป็นเอริคเสียเเทน ทำเอาคนขี้ร้อนเหงื่อเเตกไปทั้งตัว ส่วนคนน่ารักอย่างแอนดี้ก็ไปนั่งตากแอร์ดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น ด้วยเหตุผลที่ว่าคนที่ทำส่วนผสมเหนื่อยกว่า เพราะฉะนั้นไม่ต้องเก็บ(โคตรเข้าข้างตัวเองเลย : คนเเต่ง)
ไม่นานเท่าไหร่นักเอริคจึงตามมานอนเเผ่ให้แอร์เป่าด้วยอีกคน ในขณะที่คนนั่งอยู่ก่อนก็นั่งคิดเมนูของคืนนี้ไปพลาง ว่าจะทำเพื่อเเม่ของเอริคไปด้วยเป็นการตอบเเทน
“นี่เราต้องรอจนถึงเย็นเลยใช่ไหม”เอริคเงยหน้าขึ้นมาถาม
“อื้อ..ว่าเเต่เหงื่อท่วมขนาดนี้ทำไมไม่ไปอาบน้ำล่ะพี่..”เด็กหนุ่มละความคิดเอาไว้ หันมาตอบพร้อมกับไล่อีกคนไปด้วย
“เพิ่งอาบไปเมื่อสองสามชั่วโมงก่อนเอง ไม่คุ้มเลย”คนตัวโตกลิ้งตัวนอนคว่ำอีกครั้งเพื่อให้หลักที่เปียกแห้งไปด้วย
“เเต่เหงื่อขนาดนี้ จะเอาไงให้คุ้มล่ะเนี่ย”แอนดี้เปรยเสียงเบา พลางนั่งคิดเมนูต่อ เเต่คนที่นอนเเบบอยู่น่ะคิดอะไรได้เเล้วน่ะซิ แถมยังทำหน้าชั่วร้ายเสียด้วย..
“งั้น..ตอนนี้ไหนๆก็ว่างเเล้วนี่..ฉันขอเอามัดจำคืนเลยละกัน..จะได้ยืดเวลาอาบน้ำออกไปด้วยไง..”ชายหนุ่มพูดพร้อมส่งยิ้มหวานไปให้ เเขนเเกร่งยืดไปรวบตัวเองบาง พร้อมกับยกขึ้นจนอีกฝ่ายตัวลอย
“จะบ้าหรอ อุตส่าห์ให้เก็บของตัดกำลังเเล้วยังไม่เหนื่อยอีกรึไง!!!!”คนตัวเล็กโวยเสียงดัง แอบโพล่งความคิดออกมาด้วย
“เหนื่อยเเบบนั้นกับเหนื่อยแบบนี้มันไม่เหมือนกัน พลังงานมันอยู่คนละส่วน ยังไงซะสัญญา ก็เป็นต้องสัญญา มามะ น่า..ถือว่าฆ่าเวลา”ว่าเเล้วก็ลากกันหายเข้าห้องไป..โดยที่ก่อนประตูห้องนอนจะปิดลงมีเสียงเล็กลอดออกมาว่า
“ไอ้คนลามก~~~~~~.....!!!!!!!!!!!!!!!!!”
อย่างว่าเเหละ การได้ทำอาหารด้วยกันน่ะ มันน่ารักกว่าการจัดฉากให้เป็นในโทรทัศน์เป็นไหนๆ..แถมเรื่องที่อิจฉาน่ะ ลืมไปได้เลย ยังไงซะ ความรักก็เหมือนกับอาหารเป็นของคู่กันที่คนเราจะขาดไม่ได้อยู่เเล้ว เพราะอย่างนั้น..DON’T FOR GET TO BRING LOVE IN YOUR FOOD BECAUSE LOVE IS OK!!!!...
(ขอบคุณรายการ APRON CHEF ที่ให้ยืมสโลว์เเกน เเละขอบคุณรายการ WE are MARRIED ที่ให้ได้ล้อเลียนนะคะ)
********************************************************************************************




คิดถึงฟิก special แบบนี้จังเลยอ๊ะ 
