counter 31,922

Profile

NuBi
: ] dAÐewvinG - I really love you

Calendar

June 2008
S M T W T F S
« May   Aug »
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 

Recent Readers

You!
Join storythai!

Anyanne-♥

more+

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

Fic Please love me my bodyguard part 24

 

Part 24

 

การซื้อของอย่างบ้ารำห่าผ่านไป จนแล้วจนรอดก็อยู่ในกำหนดเวลาไม่ขาดไม่เกิน สองชั่วโมงพอดิบพอดี จึงได้ฤกษ์ขนทีมงานกันกลับห้องเสียที ตอนนี้ไม่ว่าตัวเล็กตัวโต หรือจะตัวบางตัวใหญ่ ก็ต้องหอบหิ้วของพะรุงพะรังกันคนละไม้ละมือบ้างก็สองถุงสามถุง อย่างไม่ต้องสงสัย

 

โอย ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย..ว่าจะซื้ออะไรเยอะแยะขนาดนี้น่ะแอนดี้บ่นกระปอดกระแปดลากทั้งขา เเละทั้งถุงขึ้นมายันชั้นบนสุดของตัวตึกซึ่งไม่มีลิฟมาบริการซักนิด

จะบ่นทำไมไอเตี้ย ตอนซื้อน่ะหยิบเอาๆ จะโน่นนี่นี่นั้น เเต่พอให้ถือล่ะทำเสียงดังนี่เป็นหนึ่งในน้อยครั้งที่ เฮซองจะแอบดุน้องชายตัวเอง เนื่องด้วยความหมั่นไส้น้องเล็กอย่างเป็นกำลัง ใครๆก็เห็นว่าแอนดี้น่ะตัวเล็ก น่ารัก ถุงในมือนั้นก็เบากว่าของเขาตั้งเยอะยังจะทำบ่นอีก

 

แหม่ ก็นะ พี่ซองกี้อะ ผมไม่บ่นก็ได้เดี๋ยวพี่ให้ของขวัญผมพรุ่งนี้คนตัวเล็กทำท่าฮึดขึ้นมาทันทีอย่างไม่ต้องมีแรงกระตุ้นก็กระตุ้นมันเองนี่ล่ะ

โห น้องฉันทำดีหวังผลล้านเปอร์เซ็นต์ ต่อหน้าต่อตาเลยนะเนี่ย เเล้วถ้าบ้านไฟไหม้ มันไม่เอาเอกสารมอบทรัพย์สมบัติให้ตัวมัน ให้กรูเซนต์ หรือเปล่าเนี่ยคนหน้าสวยแอบบ่นไปด้วยในขณะที่ตัวเองต้องแบกเอาถุงเจ้ากรรมที่เต็มไปด้วยสายรุ้งขึ้นห้อง เช่นเดียวกับชายอีกสองคนที่เดินตามกันมาอย่างเงียบๆ นานๆทีจะได้เห็นพี่ชายเขาหยอกน้องเเรงๆเเบบนี้นะเนี่ย

 

พี่..บ้านเรามีสมบัติอะไรมาก..ไม่เอาหรอก ผมให้พี่เลี้ยงผมไปอย่างงี้เเหละดีเเล้ว ถึงไฟไหม้พี่ก็ไปกับผมด้วยนะ พี่ซองกี้จ๋า..แอนดี้ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างสบายใจเฉิบ ยิ่งทำเอาคนสวยอยากเอาหัวโขกกับราวบันไดหินอ่อนสีชมพูสวยนี้เเรงๆเหลือเกิน น้องฉันไม่ค่อยเลยจริงๆ

 

เเล้วนี่ จะสูงไปไหนเนี่ย ฉันล่ะอยากเห็นหน้าเจ้าของตึกมันจริงๆเลย ทำไมไม่สร้างลิฟฟระเนี่ย!!!”เฮซองเองก็เหนื่อยมากเเล้ว แม้ว่าขอในมือจะไม่หนักเท่าต้นคริสต์มาสเเละถุงอาหารที่ชายสองคนนั้นถือมาก็ตามที หากก็อดไม่ได้ที่จะโวยวาย

 

ก็ลิฟมันไม่เข้ากับตึก ตึกนี่มันสไตล์เก่า สร้างลิฟทีคงหมดราคา พ่อฉันเขาว่าอย่างนั้นน่ะเอริคที่เดินเงียบๆมานานตอบขึ้นอย่างเรียบเฉยหากเรียกสายตาสองคู่ที่เดินนำหน้าได้เป็นอย่างดี

หา!! ว่าไงนะ..นายบอกว่าพ่อนายหรอเฮซองเป็นคนเลือกที่ฝ่ายถาม เอง

ก็พวกนายไม่เคยถาม ไอ้ตึกก่อนหน้านี้ก็ใช่ ไม่งั้น มันไม่เงินมาใช้ขนาดนี้หรอกคราวนี้จอนจินเป็นฝ่ายตอบเเทนเล่นเอาคนตัวบางตาโต..ในขณะที่น้องชายตัวเล็กของเข้าใบ้รับประทานไปแล้ว ในหัวน่ะคิดเเต่เรื่อง...

 

โอ..ตึกนี้ของเอริค...โอ...ถ้าทางจะแพง ไม่ซิ โคตรแพงแน่นอน แถมมีคนเช่าเต็มทุกห้องเลยด้วย เเต่ละคนดูมีเงินทั้งนั้น โอวว เงิน!! หน่วย..สิบ..ร้อย..พัน..หมื่น..แสน..ล้าน..เเละที่มากกว่านั้น.. ว้าว...ถ้าได้เป็นคนรักมีหวังรวยไปทั้งชาติเป็นหนูตกถังข้าวสารชัวร์ๆ แถมเขาก็หน้าตาดีดูมีชาติตระกูล แต่งตัวก็มีรสนิยม เรื่องศิลปะป้องกันตัวก็ไม่ต้องพูดถึง..เป็นเลิศ

 

หันไปดูเขาย้อนมองดูตัวเรา เงิน..อย่าว่าเเต่ร้อยวอนเลย ชั่วโมงนี้สิบวอนถึงไหมเนี่ย เรื่องหน้าตาหรอ..ก็พอไปวัดได้ผีไม่หลอกล่ะน่า.. มาที่ชาติตระกูล โอย...เเค่มีคนจำชื่อได้ก็บุญเเค่ไหนเเล้ว อย่าไปหวังเรื่องนามสกุลให้เสียเรื่อง แต่งตัวล่ะ...เอ่อ..เสื้อแบกะดินสุดๆ...กางเกงเอ้าท์เล็ท..อีกต่างหาก ไอ้ของมียี่ห้อเนี่ย เพิ่งเคยได้สัมผัสเพราะเงินของรัฐเชียวนะ.. สุดท้ายศิลปะป้องกันตัว เหอะ..ไม่เอากระบองฟาดหัวตัวเองได้จะดีมาก..

 

สรุป กรูมีอะไรดีกับเขาบ้าง เป็นเเค่พุดเดิ้ล ริอ่านจะไปเห่ายานอวกาศ..ฝันสูงไปไหมแอนดี้... นี่ถ้าเป็นฟุตบอลนะ โดนถล่ม สี่ประตูต่อ ศูนย์ หลุดลุ่ยเห็นๆ..เฮ้อ!!! เอาว่ะ..อย่างน้อย กรูก็แบ๊วว้อยยย!!!!

 

คิดให้กำลังใจตัวเองได้ดังนั้น ก็ยิ้มในหน้าขึ้นมาได้อีกครั้งแม้เหตุผลมันจะฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่เเต่เพียงเท่านี้แอนดี้เองก็มีความสุขได้..และแม้เขาจะไม่ได้ชอบเรา แอนดี้ก็ยังเป็นสุขได้เช่นกัน หากเพียงเขาคนนั้น หยิบยื่นความห่วงใยเล็กน้อยมาให้อย่างที่เขาทำประจำ...

 

กว่าจะลากสังขาร มาถึงชั้นเจ็ดเเบบเงียบๆ ไม่กล้าว่าพาดพิงใครเขาอีก เพราะเนื่องจากรู้ตัวเจ้าของเขาเเล้ว เดี๋ยวเขาเตะโด่งออกไปไร้ที่ซุกหัวนอนล่ะก็แย่น่าดู แถมตอนนี้บ้านที่อยู่ก็เละไปซะแล้วเอาว่ะทนๆเอาหน่อย

 

เหล่ากรรมกรทั้งหายพอมือถึงห้องก็เกิดอาการง่อยเปลี้ยเสียขาขึ้นมาทันที มือไม้พลันจะหมดแรงวางของลงกับพื้นเเรงๆอย่างลืมตัวก่อนที่สองพี่น้องจะรีบคว้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง...

 

พี่ซองกี้เดี๋ยว เจ้าของบ้านเขาเก็บเงินเรานะ ทำพื้นของเขาเป็นรอยอะพี่นั้นยังไม่เลิกมาอยู่ด้วยกัน เจอไอ้จียง เอ็มไม่นานเชื้อตลกมันเเตกซ่านเข้าไปในตัวคนน่ารักเเล้วหรือไง

เออเนอะ เดี๋ยวไม่มีเงินใช้เขาอีก ไป..เราเอาไปวางที่อื่นดีกว่านี่ก็รับมุกกันดีเหลือเกินช่วยกันร่วมเเรงร่วมใจทำเอาคนมองที่เหลือได้เเต่ลอบยิ้มด้วยความชอบใจ

 

ขนของตามพ่อเจ้าความคิดทั้งสองไปอย่างไม่มีปากเสียง มีเเต่รอยยิ้มที่เต็มปากอยู่อย่างนี้เเหละดีที่สุดเเล้ว

 

เเล้วมหกรรมการชำแหละของที่น่าสนุกสนานก็เกิดขึ้นเป็นลำดับต่อไป พวกคนที่เเรงเยอะนั้น มีหน้าที่ใช้เเรงงานให้สมตัวโดยการนั่งประกอบเจ้าต้นไม้เทียมโดยมีคนหน้าสวยยืนสั่งอยู่ไม่ห่าง ในขณะที่เเอนดี้เองก็เเกะเอาสายรุ้งที่ซื้อมาออกจากถุงเเล้วก็เอาไปกองรวมๆกับกระพรวน นางฟ้า คทา ไม้เท้าเล็ก ซานต้าตัวน้อย เเละสำลีเทียมอีกมุมหนึ่ง จนเมื่อเจ้าต้นคริสต์มาสสูงเทียมเพดานนั้นตั้งตรง เเละเเข็งเเรงดีเเล้วการตกแต่งก็ตามมาติดๆ

 

จะว่าสนุกก็คงไม่เชิงจะว่าวุ่นวายก็ไม่ใช่ เเต่เสียงเอะมะเทิ่งนั้น ไม่พ้นจากคนสี่คนนี้เเน่ๆ เนื่องจากเฮซองอยากติดลุงซานต้าเข้าไปตรงมุมหนึ่ง หากเเอนดี้เลือกที่จะติดกระพรวน เเละจอนจินอยากติดคทาแทน สงครามน้ำลายจึงประทุขึ้นทันที โดยหารู้ไม่คนที่ยืนเงียบๆอยู่นั้น ชิงเอานางฟ้าน่ารักตัวเล็กเเขวน ก่อนเดินจากไปเงียบๆไม่ต่างจากตอนมาเลย..ทำเอาคนที่ยืนทะเลาะกันเสียนายต้องทำหน้าเซ็งในอารมณ์

 

กว่าจะเสร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เล่นเอาเหนื่อยกันเเทบขาดใจ เเต่เมื่อถึงเวลาที่

ได้มองผลงานที่ช่วยกันตกเเต่งอยากเต็มตาเเล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ เเม้จะเคยเห็นต้นไม้ที่ตกเเต่งสวยงามตามห้างสรรพสินค้ามามากมาย สวยกว่าต้นนี้หลายต่อหลายเท่า แต่มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเเบบนี้เลย ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อยามมอง..ต่างเหลือเกิน ต้นไม้ที่ใจเเต่ง กับต้นไม้ที่ใช้สมองเเต่ง... อดไม่ได้เยที่จะภูมิใจในสิ่งที่ทำเองกับมือ นี่คงจะสวยที่สุดที่เคยเห็นมาเลยก็ได้...

 

เป็นอะไรทำไมทำหน้างั้นล่ะ..จอนจินที่ยืนด้สนข้างคนหน้าสวยถามขึ้นเบาๆ ด้วยสายตาเป็นประกาย รู้อยู่หรอก ว่าเพราะอะไร

เงือก!! ฉันจะทำหน้าอย่างไรก็เรื่องของฉัน เงือกจริงๆเฮซองหันมาค้อนควับก่อนสะบัดหน้า เดินเข้าครัวไปทันที

 แหม..ฉันเป็นกับนายเเค่คนเดียวเท่านั้นเเหละ.. ...มีหรืออีกคนจะไม่ตามไปน่ะ

 

สวยเนอะ...แอนดี้หันไปพูดกับอีกคนทียืนมองตินไม้ต้นเดียวกัน...

ใช่..ทำเองนี่...เดี๋ยวพรุ่งนี้ ในฐานะที่อายุน้อบสุดเเละตัวเล็กสุด นายต้องตะกายขึ้นไปเอาดาวไปติดรู้ไหมเอริคพูดเนิบๆ หยิบเอาดาวดวงใหญ่ในมือมาโบกให้คนตัวเล็กดู

โอเค เเต่พี่ต้องเอาบันไดมาต่อให้ผมนะ มันไม่ถึง..นั้นเเล้วเเอนดี้ก็ยอมรับความจริงในข้อนี้ไป

ได้..เดี๋ยวจัดให้คนตัวโตอีกคนจึงรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ..

 

ทั้งคู่จึงหันกลับมามองยังต้นไม้ประดับที่วางตะหง่ายกลางห้องอีกครั้ง ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของแอนดี้นี้เป็นครั้งเเรกที่ได้จัดงานคริสต์มาสนี้ด้วยตนเอง..ทั้งตื่นเต้นเเละดีใจ..ส่วนในชีวิตของเอริค ถึงจะผ่านวันแบบนี้มาก็มาก จนรู้สึกเฉยชาไปกับมัน แต่ในปีนี้ ทำไมมันถึงรู้สึกดีไม่เหมือนกับปีก่อนๆเลย...และแม้มันจะมีความเเตกต่างที่เกิดขึ้นในใจของคนสองคนเเต่สิ่งที่เดียวทั้งคู่มีไม่ต่างกัน ณ วันนี้ เห็นจะเป็นความสุขเสียกระมัง

 

***************************************************************************************

 

วันที่ตั้งตารอคอยก็มาถึงในที่สุด วันเเห่งความสุขของชาวคริสต์ วันสำคัญที่พระผู้ไถ่ได้บังเกิดลงมาบนโลกมนุษย์จากครรภ์ หญิงสาวผู้ได้พรจากพระเป็นเจ้า หญิงพรหมจารีพระนางมารีอา มารดาแห่งคริสต์ศาสนิกชน..

 

ปุยสีขาวมากมายจึงพากันแสดงความปิติ พร้อมใจกันโปรยปรายลงมาราวหยดน้ำฝน หากความเบาบางเหมือนเม็ดนุ่นสีขาวที่เย็นชื่นใจ เจ้าละอองสีขาวค่อยๆทิ้งตัวลงจากฟากฟ้าตามแรงโน้มถ่วงของโลกที่เป็นไป ปกคลุมให้เมืองทั้งเมืองนั้นเต็มไปด้วยสีขาวสะอาดตา

 

เฮ้อ...หิมะตกเสียที...ปีนี้ตกช้าจน นึกว่าจะไม่ตกเเล้วนะเนี่ยเด็กหนุ่มที่นั่งมองสิ่งต่างๆอยู่ภายในห้องที่ให้ความอบอุ่นนี้พูดขึ้นอย่างชอบใจ พลางดูโทรทัศน์เครื่องโต เพื่อรอเวลา

 

เนื่องจากอาการตื่นเต้นเเละมีความสุขมันปลุกให้คนตัวเล็กตื่นขึ้นมาเเต่เช้ามืด เเม้จะรู้ว่าพี่ชายเเละคนอื่นๆ ได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดเเล้ว เเต่กระนั้นก็ยังไม่หายอยู่ดี

 

ทำเอาคนอื่นต้องตื่นมาเป็นเพื่นอเล่นเจ้าตัวแสบนี้ด้วย หากคนๆนั้นคงหนีไม่พ้น...เฮซอง(อันเเน่ ลุ้นว่าเป็นเอริคล่ะซิ : คนเเต่ง) ก็เมื่อคืนนี้ เจ้าสองคนนั้นน่ะ อยู่ดีๆก็ออกไปไหนก็ไม่รู้ เเถมมีการติดระบบล๊อคที่ประตูกันคนข้างในออกเเละกันคนจากด้านนอกเข้าไปด้วย..กว่าจะกลับมาอีกทีก็ปาไปตีสามตี่สี ถ้าได้ยินไม่ผิดเห็นว่าจะไปบ้านของจอนจินหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจ เลยยังหลับเป็นตายไม่ยอมตื่นกันทั้งคู่

 

เตี้ย...นาย...คิดยังไงบ้าง...กับวันนี้เฮซองถามน้องออกมาเบาๆ เขาเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยกับช่วงชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้อยู่ฉลองกับน้องชายในวันสำคัญอย่างนี้เลยซักครั้ง กลับต้องให้คนอื่นมาเป็นคนทำแทนเสียนี่

ดีที่สุดเลยพี่....แอนดี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงจับใจ เเต่คนฟังถึงกับสะอึกขึ้นมาได้ มันเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่เห็นน้องรักมีความสุข เเต่นั้นก็ยิ่งตอกย้ำเรื่องที่เขาเป็นพี่ชายที่เเย่มากสำหรับน้อง

ผมดีใจมากเลยที่ปีนี้พี่ไม่ต้องไปทำงานเหนื่อย เหมือนทุกปี เป็นปีที่พี่จะได้พักอยู่บ้านฉลองกับผม ผมดีใจมากเลยรู้ไหมคนตัวเล็กหันไปมองหน้าพี่ชายที่เขาเเสนรักอย่างเต็มตา ระบายยิ้มอย่างกว้างเเละจริงใจส่งไปให้ บ่งบอกว่าคิดอย่างที่ตนพูดไม่มีบิดเบือน

 

นั้นก็มากพอสำหรับคนเป็นพี่...เเค่คำพูดนี้ก็มากพอที่จะทำให้คนที่นั่งเอาเเขน เท้ากับเข่าของตนนั้นชื่นใจ..เเล้วอย่างนี้ไม่ให้รักน้องแล้วจะไปรักใคร...

 

พี่ก็ดีใจเหมือนกัน..ที่ปีนี้ได้อยู่กับนาย..มือบางวางลงบนกลุ่มผมนุ่มนั้นก่อนจะลูบเบาๆอย่างรักใคร่เเละเอ็นดูไม่เป็นอื่น นานๆทีพี่น้องจะได้มีเวลามากพอจะถามไถ่ความรู้สึก เเละสารทุกข์สุขดิบเสียทีนะ...

 

เเกร๊ก...!! เสียงประตูใหญ่ด้านนอกถูกเปิดขึ้นทำเอาสองพี่น้องที่นั่งอยู่ได้กันหันควับไปมองเเทบจะทันที หากผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่นั้นไม่ใช่อื่นไกล แต่เป็นแขกที่เต็มใจถูกรับเชิญทั้งสองคนนั้นเอง...

 

สวัสดีคร้าบบบบบ...พี่เฮซอง...ดีดี้..คนตัวบางร่างน้อย ก้าวกระโดดเข้ามาในห้องก่อนใครเพื่อน เข้าประชิดตัวคนตัวเล็กเเละอีกคนที่นั่งหน้างามอยู่เเล้ว

 

อ้าว..ทำไมมาเเต่หัววันล่ะเนี่ย นายน่ะแอนดี้หันไปถามเพื่อนใหม่สดๆร้อนๆของตน

ก็มันตื่นเต้น นานๆที่ท่านหัวหน้าเขาจะจัดงานซักที เลยอยากมาเเจม..อย่างเเรง..น่ะ เทมป์ นาย..เอาเค้กไปเก็บรึยัง เอาไปเก็บเเล้วมานั่งนี่นะ..จียงหันมาตอบก่อนจะรีบบอกให้คนที่มาพร้อมกันเอาของที่เจ้าบ้านตัวจริงฝากซื้อไว้ไปเก็บให้เรียบร้อย ซึ่งคนโดนสั่งนั้นทำตามอย่างว่าง่าย เเละตอบรับกลับมาเพียงเเค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น ไม่นานมากก็กลับมานั่งรวมตัวกันเป็นสี่คน

 

ลืมเลย เมื่อวาน..เทมป์ไปทำเรื่องบ้านมาให้เเล้วนะ ทางตำรวจเขาบอกว่าเดี๋ยวก็เรียบร้อยไม่ต้องห่วงนะ..เจ้าตัวยุ่งพูดบอกให้คนที่รับข่าวสารทั้งสองฟัง ซึ่งนั้นก็ทำให้รู้สึกโล่งใจเหลือเกิน

 

ขอบใจมากนะ เทมป์ที่เป็นธุระให้ พวกฉันได้เเต่นั่งนอนอยู่เฉย ตลอดเลยเฮซองเเสดงความขอคุณจากใจจริงทำเอาคนอายุน้อยกว่ารับเเทบไม่ทัน

ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงซะตอนนี้ก็เหมือนครอบครัวเดียวกันเเล้วไม่ว่ากี่ครั้งฟังคำนี้ก็ชื่นใจ ครอบครัว..

 

หลังจากนั้นทั้งสี่คนจึงได้นั่งคุยกันไปมาเพื่อฆ่าเวลาไปเรื่อยๆจนเจ้าของบ้านอีกสองคนตื่นมา ทันได้ทานอาการมื้อกลางวันด้วยกันต่อ เเล้วจึงช่วยกันเตรียมของที่จะต้องใช้ทำอาหาร เเละอื่นๆอีกมากมาย

จนเเล้วจนรอดเเขกสองคนสุดท้ายที่อยู่ในรายชื่อผู้ร่วมขบวนการอย่างมินวูเเละดองวานก็มาทันเวลาพอดี  จึงโดนเเซวอีกเล็กน้อยไปตามระเบียบ ว่าไม่รู้แอบไปสวีทกินข้าวดูหนังที่ไหนกันมา ถึงได้มาช้าเสียขนาดนี้ คนอื่นมาเเต่วัน เเต่เพื่อนๆกันนี่มาเสียสายโด่ง หากคนที่มาช้าก็ไม่ได้มามือเปล่าเสียเมื่อไหร่ หอบเอาเเชมเปญ ยี่ห้อดังราคาสูงมาเป็นของไถ่โทษ เเถมด้วยการยอมรับอย่างซึ่งๆหน้าเลยว่าไปแอบเดตกันเล็กๆมาสองคน..

 

ฟ้าภายนอกมืดลงจนสนิท มองเห็นหมู่มวลดวงดาวเเละพระจันทร์อ้วนกลม เเทนพระอาทิตย์ที่ทอเเสง หากสิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้สวยงามมากขึ้นคงหนีไม่พ้น ตัวละครเอกอย่างปุยหิมะใส เเละเจ้าต้นคริสต์มาสประดับที่ตั้งอยู่กลางห้องนี้ และเสีงหัวของความอบอุ่นเป็นเเน่

เมื่อทุกคนมาครบตาม งานจึงดำเนินไปได้ตามแบบแผน คือการที่ส่งคนตัวเล็กไปเป็นผู้ประดับดาวดวงใหญาลงบนยอดไม้..ตามด้วยการอธิษฐานความปรารถนาของตน แม้จะเกี่ยงงอนด้วยความเขินไปบ้าง เพราะคิดว่าตัวเองแก่เกินที่จะทำอะไรอย่างนี้ เเต่สุดท้ายแอนดี้ก็ปีนบันไดขึ้นไปติดอยู่ พร้อมกับขอพรให้ตัวเองเเละคนที่เขารักทุกคนไปด้วย..

 

เสร็จสิ้นจากการตรงนั้น ก็เป็นการเริ่มการกินเลี้ยงสังสรรค์ที่รอคอย อาหารที่บ้างก็สั่งมาบ้างก็ได้รับการเสกสรรจากพ่อครัวฝีมือเอกอย่างเฮซอง จนกลายเป็นอาหารเลิศรสได้ถูกลำเลียงไว้อย่างดีบนโต๊ะอาหารตัวยาว..ให้ทุกคนได้ลองลิ้มชมรสอย่างอิ่มหนำสำราญ โดยไม่ลืมที่จะพูดคุยและหยอกล้ออย่างสนุกสนาน..

 

ฮ้า...อิ่มจะเเย่...ดองวานพูดออกมาในขณะที่เอนตัวนั่งพิงโซฟาตัวนิ่ม รู้สึกท้องเเน่นจนกระดิกตัวเเทบไม่ได้

นายเล่นกินเข้าไปขนาดนั้นไม่อิ่มได้ยังไงเล่า..เฮซองหันมาพูด ตอนนี้เขาเริ่มสนิทใจกับทุกคนมากพอที่จะสามารถพูดคุยได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ

 

ก็จริงของนาย เเต่นะ ไอ้ไก่งวงตัวนั้นเเหละ ทำฉันจุก เเต่ขอบอกว่านายทำโคตรอร่อยเลยดองวานไม่วายหันไปบอกคนหน้าสวยที่ยืนถือแก้วเเชมเปญใบสวยในมือ  ทำท่าจะจิบๆ

ใช่ๆๆ ขอเห็นด้วย จียงนั่งแทะกับพี่ดองวาน เหลือเเต่ก้างเลย..เนี่ยจียงเป็นอีกคนที่เดินลากสังขารมานั่งแปะกองรวมกับแอนดี้อีกคน เเทบจะต้องให้เทมโปเป็นคนพาออกมา เพราะเดินไม่ไหวจริงๆ

 

หากคนตัวเล็กอีกคนที่ไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย นั่งเล็มขนมเค้กในมือไปอย่างสบายอารมณ์ มีความสุขเหลือเกินเลย ตั้งเเต่เกิดมา เพิ่งเคยได้จัดงานสนุกแบบนี้เป็นครั้งแรก บรรยากาศก็อบอุ่นซะจนมีความสุขตั้งไม่รู้เท่าไหร่..

 

นี่ๆทุกคน มีใครสนใจเล่นไพ่ซักเกมส์สองเกมส์ไหม...จอนจินที่เดินออกมาทีหลังสุดบอกขึ้น ทำเอาทุกคนหันไปมองเป็นสายตาเดียว

ยกเว้นก็เเต่แอนดี้เท่านั้น เเต่ไหนเเต่ไรมา เด็กหนุ่มเคยลองเล่นกับเพื่อนบ้าง จนเเล้วจนรอดก็มีเเต่เสียตลอด จึงเป็นเหตุผลที่คนตัวเล็กจะไม่สนใจ เเละในความไม่สนใจนั้นหารู้ไม่เลยว่า การชวนเล่นการพนันนี้ มีอะไรแอบแฝงอยู่ด้วย...

แอนดี้ นายเข้าไปเอากระเป๋าตังค์ให้หน่อยดีมันอยู่ในตู้เสื้อผ้าน่ะคนหน้าสวยวานน้องชายของตนใหเข้าไปหยิบของเล็กน้อย ซึ่งคนถูกวานก็รับทำอย่างว่าง่ายเช่นกัน..

 

**************************************************************************************

 

คนตัวเล็กเดินเข้ามารื้อคน เอาสิ่งของที่พี่ชายต้องการอยู่นานพอควร ก็ลืมถามเสียด้วยว่า เอาไปเก็บอยู่ที่ตรงซอกไหนของตู้ ค้นมันตั้งเเต่ชั้นใส่ถุงเท้า วางกระเป๋า ที่เเขวนเสื้อ ชั้นวางน้ำหอมก็ไม่มี ขี้คร้านจะตะโกนก็กลัวจะเสียมารยาทต่อหน้าคนอื่นประไร  เเล้ววันนี้พี่ชายเขาไม่ต้องหมดตัวเสียก่อนจะเจอทุนหรือเนี่ย..

 

หากพอหาไปหามาได้เกือบสิบนาทีก็จนใจ..คงต้องออกไปถามจริงๆเสียเเล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินอาดๆออกจากห้องนอนของตนอีกครั้งหมายใจว่าจะกลับไปขอร่วมวงเสียหน่อย...

 

แต่พออกมาจากห้องกลับพบแต่ความว่างเปล่า บัดนี้ห้องนั่งเล่นดูไร้ซึ้งสิ่งมีชีวิตเสียงดัง ไฟที่เคยสว่างก็ริบหรี่ลง มองแล้วชวนให้นึกตกใจ..ตาใสกวาดมองไปทั่วทุกที่ ก็ยังไม่เจอใครอยู่ดี เดินกลับเข้าไปในครัวก็ไม่มีใครซักคน คิดได้ดังในใจก็เริ่มเสียเสียแล้ว

 

ตัวเล็ก..เสียงเรียกเบาๆทำเอาคนโดนเรียกหันกลับไปมอง เห็นเพียงชายหนุ่มที่คุ้นตาเท่านั้น...

พี่ คนอื่นไปไหนกันหมด ผมตกใจหมดเลยคนตัวเล็กถามเสียงใส อย่างน้อยตอนนี้ก็ใจชื่นขึ้นมาเมื่อเห็นเอริคอยู่ตรงหน้าเขา   

ร่างสูงกลับเพียงเเค่ระบายยิ้มอ่อนให้..ไม่ได้ตอบคำถามใดกับคนตัวเล็กนั้นเลย นอกจากทำเพียงเเค่เดินเข้ามาคนที่ยืนอยู่อย่างช้าๆ จนคนน่ารักได้เเต่เอียงคอน้อยๆด้วยความสงสัย  ดูเเล้วยิ่งน่าเอ็นดู

 

เพียงเเค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็ถึงตัวพอดี...

แอนดี้..นายมีความสุขไหมวันนี้คำถามที่แสนธรรมดาถูกถามออกไปเมื่อชายหนุ่มมาถึงตัว แสงสีนวลเเละไฟริบหรี่ทำให้คนตัวเล็กต้องเพ่งมองอีกฝ่ายในความมืด เห็นเเต่ใบหน้าที่คมคาย นัยน์ตาที่เคยลึกลับ มาตอนนี้มีประกายเเพรวพราวอยู่ในที ราวกับมีมนต์สะกดไม่ให้หันหนีไปไหนได้

 

ก..ก็มีความสุข..ซิ..ไม่เคยได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้มาก่อนเลย หัวใจดวงเล็กเลยพลอยเต้นเเรง สูบฉีดเลือกพาลเเต่จะไหลเวียนไปเลี้ยงที่ใบหน้าเสียอย่างเดียว

หรอ..แล้วชอบที่นี้ไหม..คำถามที่สองถูกส่งไปอีกครั้ง คนฟังจึงได้เเต่เลิกค้วสูงไม่เข้าใจ...ซึ่งคนถามก็ยังคงส่งยิ้มอ่อนนั้นมาให้อยู่ไม่เสื่อม

ชอบซิคับ..ชอบมากด้วยแอนดี้ตอบออกไปตามความจริงทุกประการไม่มีปดในคำพูด ทำเอาคนฟังยิ้มออกมาอย่างกว้างขวาง ส่งให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ่ง ดูดีมากว่าเคย ป่วนเอาใจน้อยๆของแอนดี้ให้เต้นโครมครามเสียงดัง ลืมไปเเล้วว่าเกิดอะไรขึ้น..กังวลเเต่เสียงใจตัวเองที่มันเต้นเเรงนั้น จะดังเสียจนคนที่ยืนอยู่ด้วยกันนี้ได้ยิน

 

ถ้าอย่างนั้น..นายก็มาอยู่ด้วยกันกับฉันที่นี้เถอะนะ จากนี้ เเละตลอดไปเอริคยกมือขึ้นจับปลายผมอ่อนนุ่มนั้นเบาๆ เน้นย้ำคำพูดอย่างหนักเเน่น เเสดงความรู้สึกที่มีผ่านดวงตาที่จ้องมองไปยังสายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความจริงจัง..

 

..อ..อ...คนตัวเล็กแทบไม่เชื่อหูของตัวเองเลย ราวกับฝันไปก็ไม่ปาน หากความไม่เเน่ใจนั้นจึงอยากทบทวนอีกซักครั้ง..

คือ..คือ..พี่...อ..เอ่อ..หมายถึง...

หมายถึง...แอนดี้ ฉันรักนาย..ไม่รู้นายจะชอบฉันบ้างไหม..เอริคพูดคำที่ฟังดูธรรมดาๆนั้นออกไปชัดเจน..ตามด้วยรอยยิ้มหวานเช่นเดิม

ตอนนี้คนฟังนั้นทำได้เพียง ทวนคำพูดชายหนุ่มวนไปวนมาเรื่อยๆ ด้วยความสุขใจ คำว่ารัก..รัก.. เหมือนเสียงสายลมที่พัดแผ่วเบา ทว่าเมื่อพัดผ่านมานั้น..มิอาจลืมเลือนได้เช่นสายลม...กลับตราตรึงอยู่ในความทรงจำมิรู้เลือน เสมือนหนึ่งสลักลงบนหินผาใหญ่..

 

เกินต้านทานต่อสายตาคมคู่นั้นได้ แอนดี้จำต้องหลบลง ด้วยความเขินกระดากในที..มือกำเเน่นลงที่ชายเสื้อของคนที่ยังจ้องมองมาที่เขาอยู่

ฉันรอคำตอบอยู่นะ ตัวเล็กเสียงทุ้มอ่อนนั้นเร่งรัดเบาๆ จนคนฟังอดไม่ได้ที่จะขบปากตัวเองน้อยๆ กับการใช้ความคิดหาคำตอบ ที่มีเเต่คำว่าตกลง

 

เอ่อ.. ครับ..ช...ช..เอ่อ.ช...ช..โอ้ย...อืม..ช..ชอบ ชอบ!!”กว่าคำๆนี้จะหลุดปากออกมาได้เล่นเอาเหนื่อยเเสนเหนื่อย  เเต่คำตอบนี้ก็คุ้มค่าพอที่จะรออดทนฟังเช่นเดียวกัน

 

งั้น...ฉันขอจองล่ะนะ..เอริคคว้าเอาของที่อยู่ในกระเป๋าออกมา เเล้วจึงนั่งคุกเข่าลง

สัญญานะว่าบอกรักแล้วจะไม่คืนคำ..เอริคถามย้ำอีกครั้ง หากคราวนี้น้ำเสียงเหมือนติดจะทะเล้นเล็ก ซึ่งคนตอบก็พยักหน้าเเทนเเรงๆ

 

ชายหนุ่มจึงบรรจงสวมของที่อยู่ในมือนั้นลงบนข้อเท้าอีกคน กำไลวงกลมสีเงินเรียบที่ดูเหมือนข้อมือขนาดบางซึ่งตรงปลายล๊อคนั้นมีเเม่กุญแจตัวเลกประดับเพชรเม็ดเล็กอยู่ด้วย ถูกสวมลงอย่างทะนุถนอม

 

ถึงกับต้องล่ามผมไว้เลยหรอ..แอนดี้เย้าอีกฝ่าย ชอบใจในของขวัญเเทนความรู้สึกนี้เหลือเกิน..

ใช่ซิ รู้ไหมคนที่จะเอามันออกได้มีเเค่ฉันเท่านั้นนะ...เอริคดึงตัวอีกคนเข้าหาเบา เอียงเเก้มเนียมขึ้น บรรจงจุมพิตลงบนแก้มใสนั้นอย่างอดไม่อยู่ โดยที่มือข้างว่าง นั้นโอบเอวเล็กเข้าหาตัว..

 

เคยคิดอยู่ว่าผิวที่เคยเห็นนั้นท่าจะเนียมนุ่มละมุนละไมเเค่ไหนกัน กลิ่นกายที่เคยได้สัมผัสก็ว่าหอมอยู่หรอก...หากตอนนี้ได้อยู่ใกล้ ได้ลิ้มลองรส นั้นยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้ทั้งหมดเหลือเกิน กลิ่นวนิลานั้น ชวนให้ลุ่มหลงจนไปอยากปล่อยอีกคนให้ห่างกาย ผิวเนียนใสนั้น ก็นุ่มดุจเเพรไหมชวนให้อยากจะสัมผัส จนนึกติดใจ..ไม่รู้เบื่อจริงๆ ..

 

คนตัวเล็กได้หัวเราะเบาๆ ด้วยความชอบใจ แอบจักจี้เล็กเมื่อร่างสูงกดจูบลงบนใบหน้า เเละสองข้างแก้มของเขาครั้งเเล้วครั้งเล่า..ตัวคนหอมเองนั้น พอได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ ก็พาลยิ้มตามไปด้วยอีกคน

 

...ความรักนั้นทำให้คนสองคน เป็นสุขที่ได้เเบ่งปันความรอยยิ้มร่วมกันเช่นนี้หรอกหรือ...ถ้าอย่างนั้นขอรักกันไปจนตลอดชั่วกาลเถิด เพราะฉันอยากแบ่งความสุขเเละยิ้มหวานๆนี้ให้เธอคนดีของฉันตราบนานเท่านาน...

 

***************************************************************************************

 

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

Fic Please love me my bodyguard part 24

 

Part 24

 

การซื้อของอย่างบ้ารำห่าผ่านไป จนแล้วจนรอดก็อยู่ในกำหนดเวลาไม่ขาดไม่เกิน สองชั่วโมงพอดิบพอดี จึงได้ฤกษ์ขนทีมงานกันกลับห้องเสียที ตอนนี้ไม่ว่าตัวเล็กตัวโต หรือจะตัวบางตัวใหญ่ ก็ต้องหอบหิ้วของพะรุงพะรังกันคนละไม้ละมือบ้างก็สองถุงสามถุง อย่างไม่ต้องสงสัย

 

โอย ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย..ว่าจะซื้ออะไรเยอะแยะขนาดนี้น่ะแอนดี้บ่นกระปอดกระแปดลากทั้งขา เเละทั้งถุงขึ้นมายันชั้นบนสุดของตัวตึกซึ่งไม่มีลิฟมาบริการซักนิด

จะบ่นทำไมไอเตี้ย ตอนซื้อน่ะหยิบเอาๆ จะโน่นนี่นี่นั้น เเต่พอให้ถือล่ะทำเสียงดังนี่เป็นหนึ่งในน้อยครั้งที่ เฮซองจะแอบดุน้องชายตัวเอง เนื่องด้วยความหมั่นไส้น้องเล็กอย่างเป็นกำลัง ใครๆก็เห็นว่าแอนดี้น่ะตัวเล็ก น่ารัก ถุงในมือนั้นก็เบากว่าของเขาตั้งเยอะยังจะทำบ่นอีก

 

แหม่ ก็นะ พี่ซองกี้อะ ผมไม่บ่นก็ได้เดี๋ยวพี่ให้ของขวัญผมพรุ่งนี้คนตัวเล็กทำท่าฮึดขึ้นมาทันทีอย่างไม่ต้องมีแรงกระตุ้นก็กระตุ้นมันเองนี่ล่ะ

โห น้องฉันทำดีหวังผลล้านเปอร์เซ็นต์ ต่อหน้าต่อตาเลยนะเนี่ย เเล้วถ้าบ้านไฟไหม้ มันไม่เอาเอกสารมอบทรัพย์สมบัติให้ตัวมัน ให้กรูเซนต์ หรือเปล่าเนี่ยคนหน้าสวยแอบบ่นไปด้วยในขณะที่ตัวเองต้องแบกเอาถุงเจ้ากรรมที่เต็มไปด้วยสายรุ้งขึ้นห้อง เช่นเดียวกับชายอีกสองคนที่เดินตามกันมาอย่างเงียบๆ นานๆทีจะได้เห็นพี่ชายเขาหยอกน้องเเรงๆเเบบนี้นะเนี่ย

 

พี่..บ้านเรามีสมบัติอะไรมาก..ไม่เอาหรอก ผมให้พี่เลี้ยงผมไปอย่างงี้เเหละดีเเล้ว ถึงไฟไหม้พี่ก็ไปกับผมด้วยนะ พี่ซองกี้จ๋า..แอนดี้ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างสบายใจเฉิบ ยิ่งทำเอาคนสวยอยากเอาหัวโขกกับราวบันไดหินอ่อนสีชมพูสวยนี้เเรงๆเหลือเกิน น้องฉันไม่ค่อยเลยจริงๆ

 

เเล้วนี่ จะสูงไปไหนเนี่ย ฉันล่ะอยากเห็นหน้าเจ้าของตึกมันจริงๆเลย ทำไมไม่สร้างลิฟฟระเนี่ย!!!”เฮซองเองก็เหนื่อยมากเเล้ว แม้ว่าขอในมือจะไม่หนักเท่าต้นคริสต์มาสเเละถุงอาหารที่ชายสองคนนั้นถือมาก็ตามที หากก็อดไม่ได้ที่จะโวยวาย

 

ก็ลิฟมันไม่เข้ากับตึก ตึกนี่มันสไตล์เก่า สร้างลิฟทีคงหมดราคา พ่อฉันเขาว่าอย่างนั้นน่ะเอริคที่เดินเงียบๆมานานตอบขึ้นอย่างเรียบเฉยหากเรียกสายตาสองคู่ที่เดินนำหน้าได้เป็นอย่างดี

หา!! ว่าไงนะ..นายบอกว่าพ่อนายหรอเฮซองเป็นคนเลือกที่ฝ่ายถาม เอง

ก็พวกนายไม่เคยถาม ไอ้ตึกก่อนหน้านี้ก็ใช่ ไม่งั้น มันไม่เงินมาใช้ขนาดนี้หรอกคราวนี้จอนจินเป็นฝ่ายตอบเเทนเล่นเอาคนตัวบางตาโต..ในขณะที่น้องชายตัวเล็กของเข้าใบ้รับประทานไปแล้ว ในหัวน่ะคิดเเต่เรื่อง...

 

โอ..ตึกนี้ของเอริค...โอ...ถ้าทางจะแพง ไม่ซิ โคตรแพงแน่นอน แถมมีคนเช่าเต็มทุกห้องเลยด้วย เเต่ละคนดูมีเงินทั้งนั้น โอวว เงิน!! หน่วย..สิบ..ร้อย..พัน..หมื่น..แสน..ล้าน..เเละที่มากกว่านั้น.. ว้าว...ถ้าได้เป็นคนรักมีหวังรวยไปทั้งชาติเป็นหนูตกถังข้าวสารชัวร์ๆ แถมเขาก็หน้าตาดีดูมีชาติตระกูล แต่งตัวก็มีรสนิยม เรื่องศิลปะป้องกันตัวก็ไม่ต้องพูดถึง..เป็นเลิศ

 

หันไปดูเขาย้อนมองดูตัวเรา เงิน..อย่าว่าเเต่ร้อยวอนเลย ชั่วโมงนี้สิบวอนถึงไหมเนี่ย เรื่องหน้าตาหรอ..ก็พอไปวัดได้ผีไม่หลอกล่ะน่า.. มาที่ชาติตระกูล โอย...เเค่มีคนจำชื่อได้ก็บุญเเค่ไหนเเล้ว อย่าไปหวังเรื่องนามสกุลให้เสียเรื่อง แต่งตัวล่ะ...เอ่อ..เสื้อแบกะดินสุดๆ...กางเกงเอ้าท์เล็ท..อีกต่างหาก ไอ้ของมียี่ห้อเนี่ย เพิ่งเคยได้สัมผัสเพราะเงินของรัฐเชียวนะ.. สุดท้ายศิลปะป้องกันตัว เหอะ..ไม่เอากระบองฟาดหัวตัวเองได้จะดีมาก..

 

สรุป กรูมีอะไรดีกับเขาบ้าง เป็นเเค่พุดเดิ้ล ริอ่านจะไปเห่ายานอวกาศ..ฝันสูงไปไหมแอนดี้... นี่ถ้าเป็นฟุตบอลนะ โดนถล่ม สี่ประตูต่อ ศูนย์ หลุดลุ่ยเห็นๆ..เฮ้อ!!! เอาว่ะ..อย่างน้อย กรูก็แบ๊วว้อยยย!!!!

 

คิดให้กำลังใจตัวเองได้ดังนั้น ก็ยิ้มในหน้าขึ้นมาได้อีกครั้งแม้เหตุผลมันจะฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่เเต่เพียงเท่านี้แอนดี้เองก็มีความสุขได้..และแม้เขาจะไม่ได้ชอบเรา แอนดี้ก็ยังเป็นสุขได้เช่นกัน หากเพียงเขาคนนั้น หยิบยื่นความห่วงใยเล็กน้อยมาให้อย่างที่เขาทำประจำ...

 

กว่าจะลากสังขาร มาถึงชั้นเจ็ดเเบบเงียบๆ ไม่กล้าว่าพาดพิงใครเขาอีก เพราะเนื่องจากรู้ตัวเจ้าของเขาเเล้ว เดี๋ยวเขาเตะโด่งออกไปไร้ที่ซุกหัวนอนล่ะก็แย่น่าดู แถมตอนนี้บ้านที่อยู่ก็เละไปซะแล้วเอาว่ะทนๆเอาหน่อย

 

เหล่ากรรมกรทั้งหายพอมือถึงห้องก็เกิดอาการง่อยเปลี้ยเสียขาขึ้นมาทันที มือไม้พลันจะหมดแรงวางของลงกับพื้นเเรงๆอย่างลืมตัวก่อนที่สองพี่น้องจะรีบคว้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง...

 

พี่ซองกี้เดี๋ยว เจ้าของบ้านเขาเก็บเงินเรานะ ทำพื้นของเขาเป็นรอยอะพี่นั้นยังไม่เลิกมาอยู่ด้วยกัน เจอไอ้จียง เอ็มไม่นานเชื้อตลกมันเเตกซ่านเข้าไปในตัวคนน่ารักเเล้วหรือไง

เออเนอะ เดี๋ยวไม่มีเงินใช้เขาอีก ไป..เราเอาไปวางที่อื่นดีกว่านี่ก็รับมุกกันดีเหลือเกินช่วยกันร่วมเเรงร่วมใจทำเอาคนมองที่เหลือได้เเต่ลอบยิ้มด้วยความชอบใจ

 

ขนของตามพ่อเจ้าความคิดทั้งสองไปอย่างไม่มีปากเสียง มีเเต่รอยยิ้มที่เต็มปากอยู่อย่างนี้เเหละดีที่สุดเเล้ว

 

เเล้วมหกรรมการชำแหละของที่น่าสนุกสนานก็เกิดขึ้นเป็นลำดับต่อไป พวกคนที่เเรงเยอะนั้น มีหน้าที่ใช้เเรงงานให้สมตัวโดยการนั่งประกอบเจ้าต้นไม้เทียมโดยมีคนหน้าสวยยืนสั่งอยู่ไม่ห่าง ในขณะที่เเอนดี้เองก็เเกะเอาสายรุ้งที่ซื้อมาออกจากถุงเเล้วก็เอาไปกองรวมๆกับกระพรวน นางฟ้า คทา ไม้เท้าเล็ก ซานต้าตัวน้อย เเละสำลีเทียมอีกมุมหนึ่ง จนเมื่อเจ้าต้นคริสต์มาสสูงเทียมเพดานนั้นตั้งตรง เเละเเข็งเเรงดีเเล้วการตกแต่งก็ตามมาติดๆ

 

จะว่าสนุกก็คงไม่เชิงจะว่าวุ่นวายก็ไม่ใช่ เเต่เสียงเอะมะเทิ่งนั้น ไม่พ้นจากคนสี่คนนี้เเน่ๆ เนื่องจากเฮซองอยากติดลุงซานต้าเข้าไปตรงมุมหนึ่ง หากเเอนดี้เลือกที่จะติดกระพรวน เเละจอนจินอยากติดคทาแทน สงครามน้ำลายจึงประทุขึ้นทันที โดยหารู้ไม่คนที่ยืนเงียบๆอยู่นั้น ชิงเอานางฟ้าน่ารักตัวเล็กเเขวน ก่อนเดินจากไปเงียบๆไม่ต่างจากตอนมาเลย..ทำเอาคนที่ยืนทะเลาะกันเสียนายต้องทำหน้าเซ็งในอารมณ์

 

กว่าจะเสร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เล่นเอาเหนื่อยกันเเทบขาดใจ เเต่เมื่อถึงเวลาที่

ได้มองผลงานที่ช่วยกันตกเเต่งอยากเต็มตาเเล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ เเม้จะเคยเห็นต้นไม้ที่ตกเเต่งสวยงามตามห้างสรรพสินค้ามามากมาย สวยกว่าต้นนี้หลายต่อหลายเท่า แต่มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเเบบนี้เลย ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อยามมอง..ต่างเหลือเกิน ต้นไม้ที่ใจเเต่ง กับต้นไม้ที่ใช้สมองเเต่ง... อดไม่ได้เยที่จะภูมิใจในสิ่งที่ทำเองกับมือ นี่คงจะสวยที่สุดที่เคยเห็นมาเลยก็ได้...

 

เป็นอะไรทำไมทำหน้างั้นล่ะ..จอนจินที่ยืนด้สนข้างคนหน้าสวยถามขึ้นเบาๆ ด้วยสายตาเป็นประกาย รู้อยู่หรอก ว่าเพราะอะไร

เงือก!! ฉันจะทำหน้าอย่างไรก็เรื่องของฉัน เงือกจริงๆเฮซองหันมาค้อนควับก่อนสะบัดหน้า เดินเข้าครัวไปทันที

 แหม..ฉันเป็นกับนายเเค่คนเดียวเท่านั้นเเหละ.. ...มีหรืออีกคนจะไม่ตามไปน่ะ

 

สวยเนอะ...แอนดี้หันไปพูดกับอีกคนทียืนมองตินไม้ต้นเดียวกัน...

ใช่..ทำเองนี่...เดี๋ยวพรุ่งนี้ ในฐานะที่อายุน้อบสุดเเละตัวเล็กสุด นายต้องตะกายขึ้นไปเอาดาวไปติดรู้ไหมเอริคพูดเนิบๆ หยิบเอาดาวดวงใหญ่ในมือมาโบกให้คนตัวเล็กดู

โอเค เเต่พี่ต้องเอาบันไดมาต่อให้ผมนะ มันไม่ถึง..นั้นเเล้วเเอนดี้ก็ยอมรับความจริงในข้อนี้ไป

ได้..เดี๋ยวจัดให้คนตัวโตอีกคนจึงรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ..

 

ทั้งคู่จึงหันกลับมามองยังต้นไม้ประดับที่วางตะหง่ายกลางห้องอีกครั้ง ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของแอนดี้นี้เป็นครั้งเเรกที่ได้จัดงานคริสต์มาสนี้ด้วยตนเอง..ทั้งตื่นเต้นเเละดีใจ..ส่วนในชีวิตของเอริค ถึงจะผ่านวันแบบนี้มาก็มาก จนรู้สึกเฉยชาไปกับมัน แต่ในปีนี้ ทำไมมันถึงรู้สึกดีไม่เหมือนกับปีก่อนๆเลย...และแม้มันจะมีความเเตกต่างที่เกิดขึ้นในใจของคนสองคนเเต่สิ่งที่เดียวทั้งคู่มีไม่ต่างกัน ณ วันนี้ เห็นจะเป็นความสุขเสียกระมัง

 

***************************************************************************************

 

วันที่ตั้งตารอคอยก็มาถึงในที่สุด วันเเห่งความสุขของชาวคริสต์ วันสำคัญที่พระผู้ไถ่ได้บังเกิดลงมาบนโลกมนุษย์จากครรภ์ หญิงสาวผู้ได้พรจากพระเป็นเจ้า หญิงพรหมจารีพระนางมารีอา มารดาแห่งคริสต์ศาสนิกชน..

 

ปุยสีขาวมากมายจึงพากันแสดงความปิติ พร้อมใจกันโปรยปรายลงมาราวหยดน้ำฝน หากความเบาบางเหมือนเม็ดนุ่นสีขาวที่เย็นชื่นใจ เจ้าละอองสีขาวค่อยๆทิ้งตัวลงจากฟากฟ้าตามแรงโน้มถ่วงของโลกที่เป็นไป ปกคลุมให้เมืองทั้งเมืองนั้นเต็มไปด้วยสีขาวสะอาดตา

 

เฮ้อ...หิมะตกเสียที...ปีนี้ตกช้าจน นึกว่าจะไม่ตกเเล้วนะเนี่ยเด็กหนุ่มที่นั่งมองสิ่งต่างๆอยู่ภายในห้องที่ให้ความอบอุ่นนี้พูดขึ้นอย่างชอบใจ พลางดูโทรทัศน์เครื่องโต เพื่อรอเวลา

 

เนื่องจากอาการตื่นเต้นเเละมีความสุขมันปลุกให้คนตัวเล็กตื่นขึ้นมาเเต่เช้ามืด เเม้จะรู้ว่าพี่ชายเเละคนอื่นๆ ได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดเเล้ว เเต่กระนั้นก็ยังไม่หายอยู่ดี

 

ทำเอาคนอื่นต้องตื่นมาเป็นเพื่นอเล่นเจ้าตัวแสบนี้ด้วย หากคนๆนั้นคงหนีไม่พ้น...เฮซอง(อันเเน่ ลุ้นว่าเป็นเอริคล่ะซิ : คนเเต่ง) ก็เมื่อคืนนี้ เจ้าสองคนนั้นน่ะ อยู่ดีๆก็ออกไปไหนก็ไม่รู้ เเถมมีการติดระบบล๊อคที่ประตูกันคนข้างในออกเเละกันคนจากด้านนอกเข้าไปด้วย..กว่าจะกลับมาอีกทีก็ปาไปตีสามตี่สี ถ้าได้ยินไม่ผิดเห็นว่าจะไปบ้านของจอนจินหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจ เลยยังหลับเป็นตายไม่ยอมตื่นกันทั้งคู่

 

เตี้ย...นาย...คิดยังไงบ้าง...กับวันนี้เฮซองถามน้องออกมาเบาๆ เขาเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยกับช่วงชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้อยู่ฉลองกับน้องชายในวันสำคัญอย่างนี้เลยซักครั้ง กลับต้องให้คนอื่นมาเป็นคนทำแทนเสียนี่

ดีที่สุดเลยพี่....แอนดี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงจับใจ เเต่คนฟังถึงกับสะอึกขึ้นมาได้ มันเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่เห็นน้องรักมีความสุข เเต่นั้นก็ยิ่งตอกย้ำเรื่องที่เขาเป็นพี่ชายที่เเย่มากสำหรับน้อง

ผมดีใจมากเลยที่ปีนี้พี่ไม่ต้องไปทำงานเหนื่อย เหมือนทุกปี เป็นปีที่พี่จะได้พักอยู่บ้านฉลองกับผม ผมดีใจมากเลยรู้ไหมคนตัวเล็กหันไปมองหน้าพี่ชายที่เขาเเสนรักอย่างเต็มตา ระบายยิ้มอย่างกว้างเเละจริงใจส่งไปให้ บ่งบอกว่าคิดอย่างที่ตนพูดไม่มีบิดเบือน

 

นั้นก็มากพอสำหรับคนเป็นพี่...เเค่คำพูดนี้ก็มากพอที่จะทำให้คนที่นั่งเอาเเขน เท้ากับเข่าของตนนั้นชื่นใจ..เเล้วอย่างนี้ไม่ให้รักน้องแล้วจะไปรักใคร...

 

พี่ก็ดีใจเหมือนกัน..ที่ปีนี้ได้อยู่กับนาย..มือบางวางลงบนกลุ่มผมนุ่มนั้นก่อนจะลูบเบาๆอย่างรักใคร่เเละเอ็นดูไม่เป็นอื่น นานๆทีพี่น้องจะได้มีเวลามากพอจะถามไถ่ความรู้สึก เเละสารทุกข์สุขดิบเสียทีนะ...

 

เเกร๊ก...!! เสียงประตูใหญ่ด้านนอกถูกเปิดขึ้นทำเอาสองพี่น้องที่นั่งอยู่ได้กันหันควับไปมองเเทบจะทันที หากผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่นั้นไม่ใช่อื่นไกล แต่เป็นแขกที่เต็มใจถูกรับเชิญทั้งสองคนนั้นเอง...

 

สวัสดีคร้าบบบบบ...พี่เฮซอง...ดีดี้..คนตัวบางร่างน้อย ก้าวกระโดดเข้ามาในห้องก่อนใครเพื่อน เข้าประชิดตัวคนตัวเล็กเเละอีกคนที่นั่งหน้างามอยู่เเล้ว

 

อ้าว..ทำไมมาเเต่หัววันล่ะเนี่ย นายน่ะแอนดี้หันไปถามเพื่อนใหม่สดๆร้อนๆของตน

ก็มันตื่นเต้น นานๆที่ท่านหัวหน้าเขาจะจัดงานซักที เลยอยากมาเเจม..อย่างเเรง..น่ะ เทมป์ นาย..เอาเค้กไปเก็บรึยัง เอาไปเก็บเเล้วมานั่งนี่นะ..จียงหันมาตอบก่อนจะรีบบอกให้คนที่มาพร้อมกันเอาของที่เจ้าบ้านตัวจริงฝากซื้อไว้ไปเก็บให้เรียบร้อย ซึ่งคนโดนสั่งนั้นทำตามอย่างว่าง่าย เเละตอบรับกลับมาเพียงเเค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น ไม่นานมากก็กลับมานั่งรวมตัวกันเป็นสี่คน

 

ลืมเลย เมื่อวาน..เทมป์ไปทำเรื่องบ้านมาให้เเล้วนะ ทางตำรวจเขาบอกว่าเดี๋ยวก็เรียบร้อยไม่ต้องห่วงนะ..เจ้าตัวยุ่งพูดบอกให้คนที่รับข่าวสารทั้งสองฟัง ซึ่งนั้นก็ทำให้รู้สึกโล่งใจเหลือเกิน

 

ขอบใจมากนะ เทมป์ที่เป็นธุระให้ พวกฉันได้เเต่นั่งนอนอยู่เฉย ตลอดเลยเฮซองเเสดงความขอคุณจากใจจริงทำเอาคนอายุน้อยกว่ารับเเทบไม่ทัน

ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงซะตอนนี้ก็เหมือนครอบครัวเดียวกันเเล้วไม่ว่ากี่ครั้งฟังคำนี้ก็ชื่นใจ ครอบครัว..

 

หลังจากนั้นทั้งสี่คนจึงได้นั่งคุยกันไปมาเพื่อฆ่าเวลาไปเรื่อยๆจนเจ้าของบ้านอีกสองคนตื่นมา ทันได้ทานอาการมื้อกลางวันด้วยกันต่อ เเล้วจึงช่วยกันเตรียมของที่จะต้องใช้ทำอาหาร เเละอื่นๆอีกมากมาย

จนเเล้วจนรอดเเขกสองคนสุดท้ายที่อยู่ในรายชื่อผู้ร่วมขบวนการอย่างมินวูเเละดองวานก็มาทันเวลาพอดี  จึงโดนเเซวอีกเล็กน้อยไปตามระเบียบ ว่าไม่รู้แอบไปสวีทกินข้าวดูหนังที่ไหนกันมา ถึงได้มาช้าเสียขนาดนี้ คนอื่นมาเเต่วัน เเต่เพื่อนๆกันนี่มาเสียสายโด่ง หากคนที่มาช้าก็ไม่ได้มามือเปล่าเสียเมื่อไหร่ หอบเอาเเชมเปญ ยี่ห้อดังราคาสูงมาเป็นของไถ่โทษ เเถมด้วยการยอมรับอย่างซึ่งๆหน้าเลยว่าไปแอบเดตกันเล็กๆมาสองคน..

 

ฟ้าภายนอกมืดลงจนสนิท มองเห็นหมู่มวลดวงดาวเเละพระจันทร์อ้วนกลม เเทนพระอาทิตย์ที่ทอเเสง หากสิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้สวยงามมากขึ้นคงหนีไม่พ้น ตัวละครเอกอย่างปุยหิมะใส เเละเจ้าต้นคริสต์มาสประดับที่ตั้งอยู่กลางห้องนี้ และเสีงหัวของความอบอุ่นเป็นเเน่

เมื่อทุกคนมาครบตาม งานจึงดำเนินไปได้ตามแบบแผน คือการที่ส่งคนตัวเล็กไปเป็นผู้ประดับดาวดวงใหญาลงบนยอดไม้..ตามด้วยการอธิษฐานความปรารถนาของตน แม้จะเกี่ยงงอนด้วยความเขินไปบ้าง เพราะคิดว่าตัวเองแก่เกินที่จะทำอะไรอย่างนี้ เเต่สุดท้ายแอนดี้ก็ปีนบันไดขึ้นไปติดอยู่ พร้อมกับขอพรให้ตัวเองเเละคนที่เขารักทุกคนไปด้วย..

 

เสร็จสิ้นจากการตรงนั้น ก็เป็นการเริ่มการกินเลี้ยงสังสรรค์ที่รอคอย อาหารที่บ้างก็สั่งมาบ้างก็ได้รับการเสกสรรจากพ่อครัวฝีมือเอกอย่างเฮซอง จนกลายเป็นอาหารเลิศรสได้ถูกลำเลียงไว้อย่างดีบนโต๊ะอาหารตัวยาว..ให้ทุกคนได้ลองลิ้มชมรสอย่างอิ่มหนำสำราญ โดยไม่ลืมที่จะพูดคุยและหยอกล้ออย่างสนุกสนาน..

 

ฮ้า...อิ่มจะเเย่...ดองวานพูดออกมาในขณะที่เอนตัวนั่งพิงโซฟาตัวนิ่ม รู้สึกท้องเเน่นจนกระดิกตัวเเทบไม่ได้

นายเล่นกินเข้าไปขนาดนั้นไม่อิ่มได้ยังไงเล่า..เฮซองหันมาพูด ตอนนี้เขาเริ่มสนิทใจกับทุกคนมากพอที่จะสามารถพูดคุยได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ

 

ก็จริงของนาย เเต่นะ ไอ้ไก่งวงตัวนั้นเเหละ ทำฉันจุก เเต่ขอบอกว่านายทำโคตรอร่อยเลยดองวานไม่วายหันไปบอกคนหน้าสวยที่ยืนถือแก้วเเชมเปญใบสวยในมือ  ทำท่าจะจิบๆ

ใช่ๆๆ ขอเห็นด้วย จียงนั่งแทะกับพี่ดองวาน เหลือเเต่ก้างเลย..เนี่ยจียงเป็นอีกคนที่เดินลากสังขารมานั่งแปะกองรวมกับแอนดี้อีกคน เเทบจะต้องให้เทมโปเป็นคนพาออกมา เพราะเดินไม่ไหวจริงๆ

 

หากคนตัวเล็กอีกคนที่ไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย นั่งเล็มขนมเค้กในมือไปอย่างสบายอารมณ์ มีความสุขเหลือเกินเลย ตั้งเเต่เกิดมา เพิ่งเคยได้จัดงานสนุกแบบนี้เป็นครั้งแรก บรรยากาศก็อบอุ่นซะจนมีความสุขตั้งไม่รู้เท่าไหร่..

 

นี่ๆทุกคน มีใครสนใจเล่นไพ่ซักเกมส์สองเกมส์ไหม...จอนจินที่เดินออกมาทีหลังสุดบอกขึ้น ทำเอาทุกคนหันไปมองเป็นสายตาเดียว

ยกเว้นก็เเต่แอนดี้เท่านั้น เเต่ไหนเเต่ไรมา เด็กหนุ่มเคยลองเล่นกับเพื่อนบ้าง จนเเล้วจนรอดก็มีเเต่เสียตลอด จึงเป็นเหตุผลที่คนตัวเล็กจะไม่สนใจ เเละในความไม่สนใจนั้นหารู้ไม่เลยว่า การชวนเล่นการพนันนี้ มีอะไรแอบแฝงอยู่ด้วย...

แอนดี้ นายเข้าไปเอากระเป๋าตังค์ให้หน่อยดีมันอยู่ในตู้เสื้อผ้าน่ะคนหน้าสวยวานน้องชายของตนใหเข้าไปหยิบของเล็กน้อย ซึ่งคนถูกวานก็รับทำอย่างว่าง่ายเช่นกัน..

 

**************************************************************************************

 

คนตัวเล็กเดินเข้ามารื้อคน เอาสิ่งของที่พี่ชายต้องการอยู่นานพอควร ก็ลืมถามเสียด้วยว่า เอาไปเก็บอยู่ที่ตรงซอกไหนของตู้ ค้นมันตั้งเเต่ชั้นใส่ถุงเท้า วางกระเป๋า ที่เเขวนเสื้อ ชั้นวางน้ำหอมก็ไม่มี ขี้คร้านจะตะโกนก็กลัวจะเสียมารยาทต่อหน้าคนอื่นประไร  เเล้ววันนี้พี่ชายเขาไม่ต้องหมดตัวเสียก่อนจะเจอทุนหรือเนี่ย..

 

หากพอหาไปหามาได้เกือบสิบนาทีก็จนใจ..คงต้องออกไปถามจริงๆเสียเเล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินอาดๆออกจากห้องนอนของตนอีกครั้งหมายใจว่าจะกลับไปขอร่วมวงเสียหน่อย...

 

แต่พออกมาจากห้องกลับพบแต่ความว่างเปล่า บัดนี้ห้องนั่งเล่นดูไร้ซึ้งสิ่งมีชีวิตเสียงดัง ไฟที่เคยสว่างก็ริบหรี่ลง มองแล้วชวนให้นึกตกใจ..ตาใสกวาดมองไปทั่วทุกที่ ก็ยังไม่เจอใครอยู่ดี เดินกลับเข้าไปในครัวก็ไม่มีใครซักคน คิดได้ดังในใจก็เริ่มเสียเสียแล้ว

 

ตัวเล็ก..เสียงเรียกเบาๆทำเอาคนโดนเรียกหันกลับไปมอง เห็นเพียงชายหนุ่มที่คุ้นตาเท่านั้น...

พี่ คนอื่นไปไหนกันหมด ผมตกใจหมดเลยคนตัวเล็กถามเสียงใส อย่างน้อยตอนนี้ก็ใจชื่นขึ้นมาเมื่อเห็นเอริคอยู่ตรงหน้าเขา   

ร่างสูงกลับเพียงเเค่ระบายยิ้มอ่อนให้..ไม่ได้ตอบคำถามใดกับคนตัวเล็กนั้นเลย นอกจากทำเพียงเเค่เดินเข้ามาคนที่ยืนอยู่อย่างช้าๆ จนคนน่ารักได้เเต่เอียงคอน้อยๆด้วยความสงสัย  ดูเเล้วยิ่งน่าเอ็นดู

 

เพียงเเค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็ถึงตัวพอดี...

แอนดี้..นายมีความสุขไหมวันนี้คำถามที่แสนธรรมดาถูกถามออกไปเมื่อชายหนุ่มมาถึงตัว แสงสีนวลเเละไฟริบหรี่ทำให้คนตัวเล็กต้องเพ่งมองอีกฝ่ายในความมืด เห็นเเต่ใบหน้าที่คมคาย นัยน์ตาที่เคยลึกลับ มาตอนนี้มีประกายเเพรวพราวอยู่ในที ราวกับมีมนต์สะกดไม่ให้หันหนีไปไหนได้

 

ก..ก็มีความสุข..ซิ..ไม่เคยได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้มาก่อนเลย หัวใจดวงเล็กเลยพลอยเต้นเเรง สูบฉีดเลือกพาลเเต่จะไหลเวียนไปเลี้ยงที่ใบหน้าเสียอย่างเดียว

หรอ..แล้วชอบที่นี้ไหม..คำถามที่สองถูกส่งไปอีกครั้ง คนฟังจึงได้เเต่เลิกค้วสูงไม่เข้าใจ...ซึ่งคนถามก็ยังคงส่งยิ้มอ่อนนั้นมาให้อยู่ไม่เสื่อม

ชอบซิคับ..ชอบมากด้วยแอนดี้ตอบออกไปตามความจริงทุกประการไม่มีปดในคำพูด ทำเอาคนฟังยิ้มออกมาอย่างกว้างขวาง ส่งให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ่ง ดูดีมากว่าเคย ป่วนเอาใจน้อยๆของแอนดี้ให้เต้นโครมครามเสียงดัง ลืมไปเเล้วว่าเกิดอะไรขึ้น..กังวลเเต่เสียงใจตัวเองที่มันเต้นเเรงนั้น จะดังเสียจนคนที่ยืนอยู่ด้วยกันนี้ได้ยิน

 

ถ้าอย่างนั้น..นายก็มาอยู่ด้วยกันกับฉันที่นี้เถอะนะ จากนี้ เเละตลอดไปเอริคยกมือขึ้นจับปลายผมอ่อนนุ่มนั้นเบาๆ เน้นย้ำคำพูดอย่างหนักเเน่น เเสดงความรู้สึกที่มีผ่านดวงตาที่จ้องมองไปยังสายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความจริงจัง..

 

..อ..อ...คนตัวเล็กแทบไม่เชื่อหูของตัวเองเลย ราวกับฝันไปก็ไม่ปาน หากความไม่เเน่ใจนั้นจึงอยากทบทวนอีกซักครั้ง..

คือ..คือ..พี่...อ..เอ่อ..หมายถึง...

หมายถึง...แอนดี้ ฉันรักนาย..ไม่รู้นายจะชอบฉันบ้างไหม..เอริคพูดคำที่ฟังดูธรรมดาๆนั้นออกไปชัดเจน..ตามด้วยรอยยิ้มหวานเช่นเดิม

ตอนนี้คนฟังนั้นทำได้เพียง ทวนคำพูดชายหนุ่มวนไปวนมาเรื่อยๆ ด้วยความสุขใจ คำว่ารัก..รัก.. เหมือนเสียงสายลมที่พัดแผ่วเบา ทว่าเมื่อพัดผ่านมานั้น..มิอาจลืมเลือนได้เช่นสายลม...กลับตราตรึงอยู่ในความทรงจำมิรู้เลือน เสมือนหนึ่งสลักลงบนหินผาใหญ่..

 

เกินต้านทานต่อสายตาคมคู่นั้นได้ แอนดี้จำต้องหลบลง ด้วยความเขินกระดากในที..มือกำเเน่นลงที่ชายเสื้อของคนที่ยังจ้องมองมาที่เขาอยู่

ฉันรอคำตอบอยู่นะ ตัวเล็กเสียงทุ้มอ่อนนั้นเร่งรัดเบาๆ จนคนฟังอดไม่ได้ที่จะขบปากตัวเองน้อยๆ กับการใช้ความคิดหาคำตอบ ที่มีเเต่คำว่าตกลง

 

เอ่อ.. ครับ..ช...ช..เอ่อ.ช...ช..โอ้ย...อืม..ช..ชอบ ชอบ!!”กว่าคำๆนี้จะหลุดปากออกมาได้เล่นเอาเหนื่อยเเสนเหนื่อย  เเต่คำตอบนี้ก็คุ้มค่าพอที่จะรออดทนฟังเช่นเดียวกัน

 

งั้น...ฉันขอจองล่ะนะ..เอริคคว้าเอาของที่อยู่ในกระเป๋าออกมา เเล้วจึงนั่งคุกเข่าลง

สัญญานะว่าบอกรักแล้วจะไม่คืนคำ..เอริคถามย้ำอีกครั้ง หากคราวนี้น้ำเสียงเหมือนติดจะทะเล้นเล็ก ซึ่งคนตอบก็พยักหน้าเเทนเเรงๆ

 

ชายหนุ่มจึงบรรจงสวมของที่อยู่ในมือนั้นลงบนข้อเท้าอีกคน กำไลวงกลมสีเงินเรียบที่ดูเหมือนข้อมือขนาดบางซึ่งตรงปลายล๊อคนั้นมีเเม่กุญแจตัวเลกประดับเพชรเม็ดเล็กอยู่ด้วย ถูกสวมลงอย่างทะนุถนอม

 

ถึงกับต้องล่ามผมไว้เลยหรอ..แอนดี้เย้าอีกฝ่าย ชอบใจในของขวัญเเทนความรู้สึกนี้เหลือเกิน..

ใช่ซิ รู้ไหมคนที่จะเอามันออกได้มีเเค่ฉันเท่านั้นนะ...เอริคดึงตัวอีกคนเข้าหาเบา เอียงเเก้มเนียมขึ้น บรรจงจุมพิตลงบนแก้มใสนั้นอย่างอดไม่อยู่ โดยที่มือข้างว่าง นั้นโอบเอวเล็กเข้าหาตัว..

 

เคยคิดอยู่ว่าผิวที่เคยเห็นนั้นท่าจะเนียมนุ่มละมุนละไมเเค่ไหนกัน กลิ่นกายที่เคยได้สัมผัสก็ว่าหอมอยู่หรอก...หากตอนนี้ได้อยู่ใกล้ ได้ลิ้มลองรส นั้นยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้ทั้งหมดเหลือเกิน กลิ่นวนิลานั้น ชวนให้ลุ่มหลงจนไปอยากปล่อยอีกคนให้ห่างกาย ผิวเนียนใสนั้น ก็นุ่มดุจเเพรไหมชวนให้อยากจะสัมผัส จนนึกติดใจ..ไม่รู้เบื่อจริงๆ ..

 

คนตัวเล็กได้หัวเราะเบาๆ ด้วยความชอบใจ แอบจักจี้เล็กเมื่อร่างสูงกดจูบลงบนใบหน้า เเละสองข้างแก้มของเขาครั้งเเล้วครั้งเล่า..ตัวคนหอมเองนั้น พอได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ ก็พาลยิ้มตามไปด้วยอีกคน

 

...ความรักนั้นทำให้คนสองคน เป็นสุขที่ได้เเบ่งปันความรอยยิ้มร่วมกันเช่นนี้หรอกหรือ...ถ้าอย่างนั้นขอรักกันไปจนตลอดชั่วกาลเถิด เพราะฉันอยากแบ่งความสุขเเละยิ้มหวานๆนี้ให้เธอคนดีของฉันตราบนานเท่านาน...

 

***************************************************************************************

 

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

Fic Please love me my bodyguard part 23

Part 23

 

รุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยี่ยมเยือนเช่นเคย เหมือนในทุกๆวัน ที่เมื่อถึงยามฟ้าสาง พระอาทิตย์นั้นจะทำหน้าที่เปล่งแสงสีทองกระจ่างขับไล่ความมือมิดของรัตติกาลไปได้อย่างไม่เคยบิดพลิ้ว..นั้นคือหน้าที่ของพระอาทิตย์ที่ต้องทำสิ่งหนึ่งในทุกวัน ทำมันเป็นประจำไม่เคยลืม

 

หากสิ่งที่ไม่เหมือนเช่นทุกวันของแอนดี้นั้นคือ เช้านี้เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอมใจ บิดตัวไล่ความเมื่อยขบออกจากร่างกาย มองนาฬิกาบนผนังเรียบ จนพอมีเวลาเหลือมานั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย..

อย่างเช่น ทำไมนะ ทั้งๆที่เขาเพิ่งรู้ว่าบ้านที่แสนรักนั้นถูกรื้อค้นไป เเต่ใยมิได้อาลัยอย่างที่ควรจะเสียใจเลย หรือจะเป็นคำพูดเเค่เพียงไม่กี่คำจากคนที่เขาแอบรัก ส่งความห่วงใยนั้นมาให้ก็ไม่รู้ได้..

หรืออาจจะเป็น ความเอาใจใส่เล็กๆน้อยๆ ที่ชายหนุ่มคอยเเวะเวียนดูว่าจานอาหารของเขาพร่องไปมากน้อยเท่าไหร่ จึงคอยเติมให้ไม่ขาด นั้นหรือเปล่า..

 

เเบบนี้จะเรียกได้ไหมว่า เขาคนนั้นเองก็มีใจให้ หากเป็นอย่างนั้นจริงคงดีเหลือเกิน..คงมีความสุขอย่างเหลือล้น จนไม่อยากมองเห็นตอนจบในนิทานรักของตนเลย..

 

แอนดี้ขยับกายเล็กน้อย ค่อยๆเดินลงจากเตียงอย่างเบาบางไม่อยากปลุกให้คนที่นอนร่วมกันต้องตื่น เมื่อยังเห็นว่าเช้าอยู่มากโข ตัดสินใจเดินไปคว้าเอาเสื้อกันหนาวมีฮู้ดตัวหนาของตนขึ้นสวมใส่ จากนั้นขาเล็กค่อยๆเดินออกไปยังระเบียงห่างไปไม่ไกลจากที่นอนของตน ก่อนที่มือบางจะวางลงบนขอบกำแพงที่ตกแต่งไว้สวยงาม รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบของราวเหล็กที่ผ่านลมเเละน้ำค้างมานานยามค่ำคืน จนอดไม่ได้ที่ดึงมือกลับมาซุกลงในกระเป๋าเสื้ออีกครั้ง

 

หน้าหนาวมาเยือนได้ซักพักเเล้ว แม้เส้นขอบฟ้าจะมีสีส้มไล่เรียงอยู่ก็ตาม เเต่ด้วยความที่นี้คือ ฤดูของความเยือกเย็น บนท้องฟ้าจึงยังแต้มด้วยสีน้ำเงินอยู่เต็มฟ้า..

ตาเรียวเล็กทอดมองไปยัง บ้านเมืองที่ตนอาศัยอยู่ด้านล่าง ตึกอารามที่ตั้งตะหง่านอยู่ส่วนมากนั้น ยังคงไร้ซึ่งแสงไฟ หากบ้านเล็กๆ ตึกบางส่วนก็พอมีไฟริบหรี่ให้ได้เห็นบ้างเเล้ว บนถนนหนทางเเละตรอกซอกซอย ก็มีผู้คนที่ต้องทำงานเเต่เช้าเดินกันบางส่วน กระนั้นก็ยังเป็นภาพที่น่าดู  คนตัวเล็กหายใจพ่นควันสีขาวออกมากจากปากอิ่มเบาๆ รู้ทั้งรู้ว่าด้านนอกนี้เย็นเพียงใดก็ตาม เเต่ก็ยังอยากที่สูดเอาอากาศบริสุทธิ์นั้นเข้าไปให้เต็มปอดอยู่ดี

 

..เเละหลังจากชื่นชมบรรยากาศ จนหนำใจแล้ว แอนดี้จึงเดินกับเข้ามาห้องนอนอุ่นของตน ก่อนเลยออกไปยังห้องนั่งเล่นด้านนอก ซึ่งก็ยังไร้ผู้คนเช่นเคย..

คนตัวเล็กเดินเข้าครัวไปชงกาแฟใส่แก้ว จนกลิ่นหอมนั้นเรียกน้ำย่อยให้ทำงาน เเต่ด้วยความที่ยังติดใจกับภาพยามเช้า เจ้าตัวจึงเลือกที่จะเดินออกมานั่งที่โซฟาริมกระจกชกในห้องนั่งเล่นเพื่อชมทิวทัศน์ แทนการนั่งในห้องครัวเป็นกิจจะลักษณะ

ไอเย็นเยียบที่เกาะพราวไปทั่วกระจกนั้น อดไม่ได้ที่คนตัวเล็กจะต้องเอาหน้าผากมนแนบไปกระจกใสบานใหญ่ ให้ความเย็นแล่นเรียบไปตามใบหน้าเนียน..

 

ตื่นเช้าจังนะ../ โป๊ก!!”เสียงทักจากทางด้านหลัง ยังผลให้คนที่นั่งเพลินอยู่สะดุ้งสุดตัว ทำเอาหัวกลมโขกกับกระจกจนได้

อูย...ตกใจหมดเลยแอนดี้สูดปากแสดงความใจน้อยๆ ของตนก่อนเงยหน้ามองผู้มาใหม่อย่างเต็มตา

 

เอริคที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวเเละเสื้อแขนยาวสีควันบุหรี่จาง ถูกสวมทับด้วยเสว็ตเตอร์สีน้ำเงินเข้ม ดูก็รู้ว่าเพิ่งจะตื่นนอน เเละยังไม่ได้อาบน้ำ เเต่ยังคงความดูดีเอาไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย ที่สำคัญ ชายคนนั้นระบายยิ้มอ่อนส่งมาให้เขาอีกด้วย ทำเอาหายใจติดขัดไปเล็กน้อย

 

เอ้อ..คับ ผม..พอดี เมื่อคืนพอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายเลย วันนี้ถึงตื่นเช้าน่ะ ว่าเเต่พี่เอริคเถอะ ทำไมตื่นเช้าล่ะ หรือผมเดินเสียงดังแอนดี้เลือกหาเหตุผลตอบคนตรงหน้า ในใจกลับรู้สึกดีที่คนๆนี้ตื่นเช้าเช่นกัน

..เอ.เอาไงดีล่ะ.ความจริงก็ได้ยินเสียงนายเดินนั้นเเหละเลยตื่นมาดูน่ะ แต่ไม่ใช่เพราะนายเสียทีเดียวหรอกนะไม่ต้องห่วง เอริคตอบความจริงออกไป เเต่พอเมื่อเห็นคนตัวเล็กทำหนาแสดงความเสียใจจึงรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

งั้นหรอคับ ว่าเเต่พี่สนใจกาแฟซักแก้วไหมคับ เดี๋ยวผมชงให้แอนดี้ยิ้มหวานประจบ ออกตัวอาสาเป็นธุระให้อย่างชอบใจ

ได้อย่างงั้นก็ดีซิ..เอริคล้วงกระเป๋ากางเกงเอียงคอตอบรับน้อยๆในท่วงท่าที่แสนสบาย

 

ได้ครับ..ถ้าอย่างนั้น พี่นั่งรอตรงนี้นะ เดี๋ยวผมไปเอามาให้...ตรงนี้นะ อย่าไปไหนนะคนตัวเล็กดูจะกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ไม่ลืมที่ก่อนวิ่งเข้าครัวจะหันมาย้ำอีกครั้ง กลัวว่า กลับมาอีกทีอีกฝ่ายจะหนีหายไปเสียก่อน

รู้เเล้วน่า..ฮ่าๆๆ นายนี่เอริคหัวเราะออกมาในท่าทีที่น่ารักน่าชังของแอนดี้อย่างอดไม่ไหวจริงๆ..

 

ไหนๆพี่ชายเขาก็ฝากเราเเล้วนี่ มันก็ต้องดูแลให้ดีใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวจะเสียทีที่เขาไว้ใจ อีกอย่างคนที่เขาฝากน่ะมันก็น่าดูแลออกจะตายไป จนอยากเก็บเอาไว้กับตัวเสียให้ได้เลยซิเนี่ย

 

มาแล้วค้าบบบบ รอนานรึเปล่าเนี่ย แฮะๆ หลังจากหายเข้าไปซักพัก คนตัวเล็กกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกาแฟอีกถ้วยในมือ ที่หายไปนานขนาดนั้น ก็ไม่ใช่ไปควานหายาเสน่ห์ใส่ หากเพราะมัวแต่พิถีพิถันชง กลัวขมไปบ้างล่ะ จืดไปบ้างล่ะ รู้อยู่หรอกว่าเขากินเข้ม เเต่ก็ยังกลัวไม่ถูกปากอยู่ดี..

ไม่หรอก เเค่หลับไปสองตื่นเเล้วล่ะ ตัวเล็กเอริคแกล้งเย้าเบาๆ ให้อีกฝ่ายหน้าง้ำลงเล็กน้อย ทำแก้มป่องได้อย่างน่าเอ็นดู

 

ผมกลัวมันไม่ถูกคอนี่..โธ่ พี่ก็..

ก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่ มานั่งนี่มาเร็วมีเรื่องจะคุยด้วยพอดีเอริคเรียกคนตัวเล็กที่ยืนกระเง้ากระงอดอยู่ข้างให้ลงนั่ง โดยที่ชายหนุ่มไม่ลืมเว้นที่นั่งริมหน้าต่างไว้ให้

นั้นเเหละน่า..เเต่พี่ก็แอบเหน็บผมอยู่ดีนั้นเเหละแอนดี้เดินปึงปังมานั่งลงด้านข้างอย่างว่าง่าย มือบางหยิบถ้วยกาแฟของตนขึ้นมาจิบไล่ความหนาวเย็นที่เกิดขึ้น

 

คือ พรุ่งนี้น่ะ นายรู้ไหม มันคือวันอะไร..คนตัวเล็กหันหน้ามามองคนถามเล็กน้อย ก่อนจะมองเลยออกไปด้านนอกอย่างพออกพอใจ

แน่นอนซิครับ ผมต้องรู้อยู่เเล้วล่ะ พี่ไม่เห็นป้ายกวางเรนเดียร์ กับลุงตัวกลมๆตรงนั้นรึไง ไม่บอกก็รู้ว่านั้นมันวัน..คริสต์มาสคนตัวเล็กยักไหล่ตอบอย่างมีภูมิ ตายังคงจับจ้องไปที่อีกฟากของกระจกอยู่เหมือนเดิม

 

ตอนนี้สีทองของพระอาทิตย์เริ่มบดบังสีเข้มน้ำเงินไปมากกว่าครึ่งเเล้ว นอกจากนั้นแสงนวลส้มยังสะท้อนลงบนหิมะปุยขาวแลเห็นเป็นรุ้งกินน้ำเส้นหลากสี ทอดยาวพาดผ่านขอบฟ้าอีก ดูแล้วสวยสุดใจไปเลย ในสายตาของคนที่มองอยู่

 

รู้ดีจริงนะ..เเล้วอยากจัดงานไหมล่ะ..น้ำเสียงที่ทอดถามยามนี้ดูเนิบนาบ เเต่นั้นเป็นประโยคที่ชวนตื่นเต้นเหลือเกินเลยสำหรับแอนดี้

เห....พี่..จะจัดปาร์ตี้ หรอ ที่มีต้นคริสต์มาสใหญ่ๆใช่ไหม เเล้วก็ต้องมีๆๆ ของขวัญใช่หรือเปล่าแอนดี้แสดงความดีใจออกมาอย่างออกนอกหน้าไม่มีปิดบังเลยซักนิด

 

เพราะการเกิดมามีอายุยี่สิบเอ็ดปีนี้เเล้ว ไม่เคยมีครั้งใดที่จะได้เลี้ยงฉลองวันคริสต์มาสกับใครเขาซักครั้ง..นอกจาก คุณที่ท่านเสียไปแล้ว ที่จะคอยหาของขวัญที่ทำเองมาให้ ส่วนเฮซองวันนั้น เป็นวันที่พี่ชายของเขาจะยุ่งจนหาตัวไม่เจอเลยน่ะซิ

ก็ใช่ น่ะซิเดี๋ยวฉันจะชวนเพื่อนเล่นนายมาด้วยดีไหม ไอ้จียงน่ะ เห็นวันๆนายไม่ได้ออกไปไหนกับเขาเลย คงจะเบื่อ ตัวเล็กอย่างงี้น่ะ ถ้าเฉาไปนะ คงหดเหลือตัวเท่านี้แน่เอริควางแก้วกาแฟหอมลงบนโต๊ะตัวเล็กด้านหน้าก่อนจะทำมือให้ดูไปด้วย ว่าเล็กจริงๆนะ

 

พี่อย่าเว่อร์ ผมไม่ได้ตัวเท่ากระต่ายนะ ถึงได้เล็กขนาดนั้นนะเด็กหนุ่มหันมาค้อนวงโตเข้าให้แน่ะ

ไม่เล็กขนาดนั้นเเต่เล็กขนาดกำลังดี เลยน่ะซิ..ถ้าอยากโตกว่านี้ อืม..ถ้าจะยากแฮะ เพราะนายน่ะหมดวัยโตเเล้วซะด้วยซินา..เอริควางขยี้หัวกลมหนักจนผมที่ชี้ไปมาอยู่บนหัวนั้นยิ่งยุ่งเหยิงหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

พี่อ่า....ว่าเเต่ตกลงเรื่องจัดงานนี้โอเคใช่มะ อย่าเบี้ยวนะ เพราะผมอยากได้ของขวัญ..เข้าใจเปล่าเนี่ยแอนดี้หันมาถามเสียยกใหญ่

ฉันเป็นคนถามนายนะ ตัวเล็ก ฉันจะผิดสัญญาได้ยังไงล่ะ ยังไงซะ เดี๋ยววันนี้เราไปซื้อของกันดีไหมล่ะ เดี๋ยวฉันพาไป ไปบอกคนตัวนั้นด้วยนะเอริคยิ้มพรายในใบหน้าเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำในอนาคตสามารถสร้างความสุขให้กับคนตรงหน้าได้

 

อย่างน้อยนี้คงเป็นของขวัญที่ดี ทดแทนความเสียใจเรื่องบ้านของเจ้าตัวน้อยนี้ล่ะกันนะ....

 

ว่าเเต่พี่ รถพี่เพิ่งจะโดน เอ่อ..ระเบิด เพราะ..เพราะ...ผมไปไม่ใช่หรอครับแอนดี้ทำเสียงอ่อยลงเมือนึกถึงว่าเพราะตัวเขาเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดรวมถึง เรื่องรถราคาแพงคันนั้นด้วย

ช่างมันเถอะมีอีกตั้งหลายคัน ไม่ตายก็ซื้อใหม่ได้ อย่าห่วงไปเลยน่า หน้าตาฉันเหมือนคนจนหรือไงเอริคยิ้มหันไปถามคนตัวเล็กเพื่อความแน่ใจ

ไม่หรอก ไม่เหมือน เเต่พี่ลองคิดดูซิ ตั้งแต่เกิดเรื่อง มันเหมือนฝันเลยนะ ผมมาอยู่บ้านพี่ใช่ไหม นอกจากนั้น ยังมีเงินใช้ มีข้าวกิน ไม่ต้องทำงาน รู้สึกไม่ดีเลย เหมือนกับว่า..แอนดี้ทำน้ากระอักกระอ่วนที่จะพูดออกมาทั้งหมดอย่างที่ตัวเองคิด

ตัวเล็ก นายน่ะคิดมากเกินไปเเล้ว นายรู้ไหม นายเป็นพยานปากสำคัญที่มีค่าหัวแพงที่สุดในเกาหลีเลยนะตอนนี้น่ะ เพราะฉะนั้น นายเป็นคนที่รัฐบาลจะต้องปกป้องมากที่สุด วางใจเถอะ เลิกคิดมาเสีย..เเล้วไปปลุกพี่ชายนายซะ เราจะได้ไปซื้อของกันเอริคยิ้มในที พูดปลอบ ไล่ให้คนคิดมากไปทำหน้าที่ของตน ซึ่งคนตัวเล็กที่ได้ฟังคำอีกคนก็มีสีหน้าดีขึ้นทันตา ก่อนจะวิ่งหายเข้าห้องนอนนั้น ไม่ลืมเลยที่จะโค้งตัวลงต่ำสวยเป็นเชิงขอบคุณ แล้วจึงหายตัวเข้าห้องของตัวเองทันที...

 

ความจริงนอกจากจะทำให้คนตัวเล็กมีความสุขในวันสำคัญนั้นเเล้วยังมีอย่างอื่นที่เขาอยากทำด้วยเหมือนกัน อย่างน้อยช่วยกันภาวนาทีนะว่า พอข้ามคืนวันคริสต์มาสไปเเล้ว เขาจะได้มีคนรักเหมือนคนอื่นเขาซักที

 

***************************************************************************************

 

หลังจากได้รับหน้าที่ การปลุกที่วุ่นวายจ้าละหวั่นจึงตามมาด้วย เริ่มจากการปลุกเฮซองให้ตื่นขึ้นมาโดยการกระโดดทับ พร้อมกับเขย่าคนหน้าสวยไปมาอย่างเเรง

ทำเอาคนที่นอนอยู่พลอยตกใจตื่น นึกว่าบ้านไฟไหม้วอดวาย ที่ไหนได้ พ่อน้องชายตัวดีมาปลุกให้ตื่นไปอาบน้ำ ทำอาหารเช้าเเต่วันน่ะซิ เเถมยังคุยไม่หยุดปากอีกเเน่ะว่าวันนี้เอริคจะพาออกไปซื้อของ จนอดไม่ได้ที่คนเป็นพี่จะยิ้มจากใจจริงเมื่อเห็นน้องมีความสุข รีบเเต่งตัวอย่างที่น้องชายเร่งเร้าๆ

 

คงเป็นครั้งเเรกในประวัติการณ์เป็นเเน่ ที่เฮซอง พ่อหนุ่มสุดเนี้ยบเเละพิถีพิถันในทุกเรื่อง แต่งตัวเร็วขนาดนี้..

 

จนเมื่อทุกคนแต่งองค์ทรงเครื่อง เเละทานอาหารเช้าเรียบร้อยดีแล้วจึงเคลื่อนพลกันได้เสียที เนื่องจากว่ารถคนเก่าของเอริคโดนระเบิดไปเหลือเเต่เศษเหล็ก วันนี้สารถีจึงเปลี่ยนมาเป็นหนุ่มหน้าตาแป้นแล้นคนนี้แทนไปได้

แอนดี้ พอลงจากรถเเล้วอย่าลืมใส่หมวกด้วยล่ะ อย่างน้อยกันไว้ก่อนก็ยังดี..เฮซองหันมาบอกน้องชายที่นั่งด้านข้างพร้อมกับหยิบหมวกไหมพรมสีขาวยื่นให้น้อง

อื้อ..รู้เเล้วล่ะ เเต่เดี๋ยวค่อยใส่นะพี่ซองกี้ ผมเสียทรงหมดแอนดี้หันมายิ้มรับตาแทบปิด ดีใจได้ออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมนั้นเสียที..

 

เเละเมื่อพอมาถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จอนจินไม่ลืมจะติดเครื่องมือล้ำยุคที่เจ้าจียงมันทำให้ตรวจแรงสั่นสะเทือนของการสัมผัส เข้าที่ตัวรถเพื่อที่ว่า ประวัติศาสตร์มันจะได้ไม่ซ้ำรอยเดิม

 

หากการได้ออกมาด้านนอกในเวลาที่จำกัดคือ สองชั่วโมงเท่านั้น ถือเวลาอันมีค่ามากสำหรับแอนดี้ เหตุที่ต้องใช่เวลาน้อยขนาดนั้นคงจะหนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิภาพจึงต้องรีบมารีบไปแบบนี้

 

พี่เอริค ต้นนี้ใหญ่ไปไหม..แอนดี้เลือกต้นสนขนาดกลางต้นหนึ่ง เเล้วจึงชี้ชวนให้เอริคมองตาม คนตัวเล็กกะมันจากสายตาว่าน่าจะสูงไม่เทียมเพดานห้องที่อาศัยเท่าไหร่นัก

เดี๋ยวฉันขอดูก่อนนะโตเล็ก...โอเคแหละถ้ามันสูงไปก็เอาค้านข้างล่างมันออกก็ได้นี่เนอะ ไอ้แป้นเมิงมาช่วยกรูดูซิ ว่ามันสูงไปไหมเอริคเรียกเพื่อนซี้ที่ยืนกระจุ๋งจิ๋งซื้อของอยู่กับคนหน้าสวยให้มาช่วยกัน

 

เอาไปเหอะ กรูยุ่งอยู่ไม่เห็นรึไง..เออ ซองกี้ฉันว่าอันนี้ดีกว่า อันนั้นสีมันแปลกๆนะจอนจินหันไปปฏิเสธเพื่อน เเล้วจึงหยิบสายรุ้งสีน้ำเงินขึ้นมาให้คนหน้าสวยดู ปล่อยให้เอริคจัดการกับต้นคริสต์มาสไปเอง

แป๊ะ นายจะบ้าหรอสีน้ำเงินมันทึมจะตาย ฉันว่าสีม่วงดีกว่าฉันชอบ..หยุดเลย ฉันชอบอย่ามาเถียง..เอาอันนี้เเหละว่าแล้วคนสวยก็หยิบเอาสายรุ้งสีม่วงใส่ตะกร้าทันที พร้อมกับหันไปเลือกไฟดวงเล็กเพื่อมาประดับ ซึ่งคนที่โดนบอกปัดก็ได้เเต่ยิ้มมีหรือเขาจะไม่ยอมคนหน้าสวยคนนี้

 

แป๊ะนายมานี่เร็ว...นายว่าสีทองกับสีเงินอันไหนมันเข้ากับสีม่วงอะเฮซองหันมามองคนที่ถือตะกร้าเดินมาตามมาห่าง โชว์เอาลูกกระพวนกมๆในมือให้ดู

มันเข้าทั้งสองสีนั้นเเหละพอสิ้นเสียงคนสวยก็ส่งยิ้มให้อย่างชอบใจในคำตอบ โยนกระพวนอีกเกือบสิบลูกเห็นจะได้ลงตะกร้า แน่ล่ะเวลาซื้อของมคนทั้งช่วยถือ ช่วยเลือก ช่วยจ่ายเงินน่ะ สบายจะตายไป แถมไม่ขัดให้เสียอารมณ์อีกต่างหาก

 

หารู้ไม่เลยว่า ก็คนที่คอยเดิมตามไม่ห่างกายนั้นน่ะตอนนี้หลงเอารอยยิ้มสวยๆนั้นจนแทบจะโงไม่ขึ้น ไหนจะความเอาเเต่ใจนั้นอีก น่าปราบพยศออกขนาดนี้ ต่อให้เฮซองชี้นกก็เป็นนกชี้ไม้คงเป็นไม้เเล้วล่ะ ต่อให้อยากได้ยานแม่ของเอริค จะตะกายไปหัดเสาอากาศมาให้ยังได้เลย

 

ยืนยิ้มอะไรอยู่ได้คนเดียว มานี่เร็ว...ไอ้แป๊ะนี่เฮซองตะโกนเรียกคนที่ยืนจ้องมองเขาอยู่นานสองนานจนชักเขิน แถมสายตาหวานๆนั้นอีก ทำเอาใจเต้นได้เหมือนกันนะ

ก็ไม่มีอะไร ยืนยิ้มให้คนที่ถูกใจน่ะจะเป็นไรไปจอนจินเดินมายืนซ้อนที่ด้านหลัง บรรจงพูดเน้นย้ำหนักให้คนตัวบางได้ยินอย่างชัดเจน ทำเอาคนฟังเกือบลมออกหูด้วยความเขิน

 

ถูกใจบ้าบออะไรไอ้แป๊ะ คนตั้งเยอะแยะอย่ามาหน้าหนาแถวนี้ เวลายิ่งน้อยๆอยู่ ไปซื้อของต่อเลยไปร่างโปร่งหันมาดันอกแกร่งออกห่าง ไม่รู้ว่าใบหน้าขาวๆของตัวเองจะแดงไปถึงไหนต่อไหนเเล้วรู้เเต่มันความร้อนมันสูบฉีดเหลือเกิน

โธ่...ก็รู้อยู่ว่าคนเขาชอบนี่นา..ใจอ่อนซักทีเถอะนะ เเค่นี้ฉันก็ไปไหนไม่ได้อยู่เเล้วนี่คราวนี้คนตัวโตถือโอกาสรวบมือบางของคนช่างโวยวายมาแนบอกพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนไปด้วย

คราวนี้ทำเอาคนเสียหายเหวอไปเลย บทจะขอความรักก็ขอเอาเสียดื้อๆอย่างนี้เลยหรอเนี่ย...ไปไม่เป็นเลยแฮะ ตั้งเเต่ทำอาชีพโฮสมาแม้จะถูกบอกรักไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เเต่ทำไมตอนนี้ หัวใจของเขาถึงเต้นเเรงจนเหมือนจะเบิดออกมาจากอกขนาดนี้นะ

 

อ..ไอ้..ไอ้แป๊ะบ้า เพ้อเจ้ออะไรของนาย ประสาท คนตั้งเยอะตั้งแยะไม่เห็นรึไง ผู้ชายบ้ามาอะไรมายืนอ้อนผู้ชายด้วยกันเฮซองที่มองซ้ายมองขวา หาข้ออ้างไปต่างๆนาๆ ด้วยความอายเหลือแสน

ไม่มีใครเขาสนใจหรอกน่า ช่างเขาซิอยากมองๆไปซิ ก็ฉันรักของฉัน ชอบของฉันนี่ ว่าเเต่นายน่ะ..ให้ความหวังซักนิดเถอะนะ..จอนจินยังคงอ้อนไม่เลิก ส่งเสียงอ่อนหวานไปให้ พร้อมกับดวงตาที่จริงจังเป็นประกายสบตาคนที่ยืนหน้าเเดงอยู่ต่อหน้าเขาคนนี้

 

ไม่ได้อยากเร่งเร้าอะไรหรอกนะ เเต่พอเห็นเขินๆเเบบนี้เเล้วมันชักอยากเร่งให้เป็นของเขาเสียเร็วๆเหลือเกิน ก็ชอบอยู่หรอกนะกับความสวยของใบหน้า กับการวางท่าสง่างามนั้นก็ชอบเหมือนกัน เเต่ท่าทางเขินอายหน้าแดงแบบนี้ หรืออาการติดขัดเวลานึกอะไรไม่ออก จนต้องลุกลี้ลุกลนนี้มันชอบเสียยิ่งกว่าอะไร

 

....ก็...จะให้ทำยังไงเล่า บ้าไปใหญ่เเล้ว พอๆๆฉันจะรีบไปจ่ายเงินเเล้วตาเรียวเสมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาคนตัวสูงกว่า ด้วยความจริงจะเปิดเผยออกมาจากตาคู่งามของตน

 

เดี๋ยวซิ เอาเป็นเเค่พยักหน้าก็ได้ บอกหน่อยซิว่าอยากให้ทำอย่างนี้ต่อไปไหม เเค่นั้นเอง...ขอเเค่นิดเดียวได้ไหมชายหนุ่มส่งเสียงเว้าวอน แถมยื่นขอเสนอไปให้อีกแน่ะ

 

จนคนฟังต้องคิดหนักเลยแฮะว่าจะเอายังไงดี..หากความจริงก็ไม่อยากปฏิเสธหัวใจตัวเองเลยแม้เเต่น้อยว่ามีใจให้เขาไปกว่าครึ่งเเล้วนี่ซิ...

ในที่สุดก็ต้านทานใจตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป ต้องยอมจำนนต่อความรู้สึก ใบหน้าหวานพยักเบาๆ หากไม่สังเกตดีเเล้วก็คงไม่เห็นเป็นแน่...

เเต่นั้นก็มากพอที่จะทำให้หัวใจใครบางคนเต็มตื่นขึ้นมาอย่างรู้เต็มอก จนมือที่กุมกันเอาไว้นั้นบีบแรงๆอย่างลืมตัว

ตอนนี้ขอเเค่นี้นะ จะไม่เร่งรัดว่าเราเป็นคนรักกัน..ขอแค่นี้เท่านั้น จนกว่านายจะพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยมาตกลงกันนะคำถามนี่ถูกส่งออกไปอีกครั้ง แล้วสิ่งที่ได้กลับมาก็เป็นการพยักหน้าเบาๆเช่นเดิม...

 

ไม่ได้อยากจะชอบผู้ชายด้วยกันเลยจริงๆให้ตายเหอะ เเล้วนี่กรูเป็นอะไรมากไหมเนี่ย ทำตัวบ้าอย่างกับผู้หญิง เเต่ทำไมว่ะกับไอ้นี้ไม่ไหวจริงๆเอาไม่อยู่เลยโว้ยยยยย!!!!

ตอนนี้นายเฮซองแทบจะมุดดินหนีให้มันรู้เเล้วรู้รอดเสียให้ได้ เลยซิเนี่ย เกิดมามีความรักกับเขา...แม้จะผิดปกติไปบ้างเเต่นั้นก็ทำให้หัวใจสุขล้นอย่างประหลาดเหลือเกิน

 

เเละจะสุขกว่านี้เยอะถ้าสายตาไม่เหลือบไปเห็นน้องชายตัวดีแอบยืนเหล่อยู่พร้อมด้วยใบหน้าแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ไกลๆ จนต้องงฝืนตัวออกห่างอีกคนเบาๆ

 

นั้นแน่..ทำอะไรอะ คนเยอะแยะนะ ทำอะไรกัน..แอนดี้แกล้งถามน้ำเสียงเย้าแหย่

อะไรของนายไม่ได้ทำอะไรเลย โน่น ฉันจะไปจ่ายเงินเเล้ว..เฮซองแกล้งกลบเกลื่อนเรื่องของตัวเองทันที ก่อนจะรีบเดินเข้าหาน้องชายของตนในขณะที่คู่เพื่อนซี้สองคนได้เดินไปแอบคุยกัน

ไม่เลวนี่หว่าแกน่ะ..เอริคพูดเสียงเบาพอให้ได้ยินกันเพียงเเค่ลำพัง

แน่นอน เดี๋ยวนี้แกก็ใช่ย่อยนี่ เห็นยืนเลือกอะไรกันน่ะ ตาหวานเชียว...จอนจินเองก็ตอบโต้กลับไป..จนทั้งคู่ได้เเต่มองหน้าอย่างเข้าใจกันเอง

 

เออ งั้น แอนดี้นายช่วยไปอยู่กับไอ้แป้นมันซักเดี๋ยวนะ ฉันขอไปทำธุระแป๊บแล้วเดี๋ยวกลับมา...ฝากด้วยนะเอริคพูดเสียงดังขึ้นเป็นเชิงเรียกให้คนที่มัวแต่เลือกของได้ยิน ก่อนจะหันมาตบไหล่เพื่อนซี้เป็นเชิงฝากเเล้วจึงเดินหายไป...

 

******************************************************************************************

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

Fic Please love me my bodyguard part 24

 

Part 24

 

การซื้อของอย่างบ้ารำห่าผ่านไป จนแล้วจนรอดก็อยู่ในกำหนดเวลาไม่ขาดไม่เกิน สองชั่วโมงพอดิบพอดี จึงได้ฤกษ์ขนทีมงานกันกลับห้องเสียที ตอนนี้ไม่ว่าตัวเล็กตัวโต หรือจะตัวบางตัวใหญ่ ก็ต้องหอบหิ้วของพะรุงพะรังกันคนละไม้ละมือบ้างก็สองถุงสามถุง อย่างไม่ต้องสงสัย

 

โอย ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย..ว่าจะซื้ออะไรเยอะแยะขนาดนี้น่ะแอนดี้บ่นกระปอดกระแปดลากทั้งขา เเละทั้งถุงขึ้นมายันชั้นบนสุดของตัวตึกซึ่งไม่มีลิฟมาบริการซักนิด

จะบ่นทำไมไอเตี้ย ตอนซื้อน่ะหยิบเอาๆ จะโน่นนี่นี่นั้น เเต่พอให้ถือล่ะทำเสียงดังนี่เป็นหนึ่งในน้อยครั้งที่ เฮซองจะแอบดุน้องชายตัวเอง เนื่องด้วยความหมั่นไส้น้องเล็กอย่างเป็นกำลัง ใครๆก็เห็นว่าแอนดี้น่ะตัวเล็ก น่ารัก ถุงในมือนั้นก็เบากว่าของเขาตั้งเยอะยังจะทำบ่นอีก

 

แหม่ ก็นะ พี่ซองกี้อะ ผมไม่บ่นก็ได้เดี๋ยวพี่ให้ของขวัญผมพรุ่งนี้คนตัวเล็กทำท่าฮึดขึ้นมาทันทีอย่างไม่ต้องมีแรงกระตุ้นก็กระตุ้นมันเองนี่ล่ะ

โห น้องฉันทำดีหวังผลล้านเปอร์เซ็นต์ ต่อหน้าต่อตาเลยนะเนี่ย เเล้วถ้าบ้านไฟไหม้ มันไม่เอาเอกสารมอบทรัพย์สมบัติให้ตัวมัน ให้กรูเซนต์ หรือเปล่าเนี่ยคนหน้าสวยแอบบ่นไปด้วยในขณะที่ตัวเองต้องแบกเอาถุงเจ้ากรรมที่เต็มไปด้วยสายรุ้งขึ้นห้อง เช่นเดียวกับชายอีกสองคนที่เดินตามกันมาอย่างเงียบๆ นานๆทีจะได้เห็นพี่ชายเขาหยอกน้องเเรงๆเเบบนี้นะเนี่ย

 

พี่..บ้านเรามีสมบัติอะไรมาก..ไม่เอาหรอก ผมให้พี่เลี้ยงผมไปอย่างงี้เเหละดีเเล้ว ถึงไฟไหม้พี่ก็ไปกับผมด้วยนะ พี่ซองกี้จ๋า..แอนดี้ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างสบายใจเฉิบ ยิ่งทำเอาคนสวยอยากเอาหัวโขกกับราวบันไดหินอ่อนสีชมพูสวยนี้เเรงๆเหลือเกิน น้องฉันไม่ค่อยเลยจริงๆ

 

เเล้วนี่ จะสูงไปไหนเนี่ย ฉันล่ะอยากเห็นหน้าเจ้าของตึกมันจริงๆเลย ทำไมไม่สร้างลิฟฟระเนี่ย!!!”เฮซองเองก็เหนื่อยมากเเล้ว แม้ว่าขอในมือจะไม่หนักเท่าต้นคริสต์มาสเเละถุงอาหารที่ชายสองคนนั้นถือมาก็ตามที หากก็อดไม่ได้ที่จะโวยวาย

 

ก็ลิฟมันไม่เข้ากับตึก ตึกนี่มันสไตล์เก่า สร้างลิฟทีคงหมดราคา พ่อฉันเขาว่าอย่างนั้นน่ะเอริคที่เดินเงียบๆมานานตอบขึ้นอย่างเรียบเฉยหากเรียกสายตาสองคู่ที่เดินนำหน้าได้เป็นอย่างดี

หา!! ว่าไงนะ..นายบอกว่าพ่อนายหรอเฮซองเป็นคนเลือกที่ฝ่ายถาม เอง

ก็พวกนายไม่เคยถาม ไอ้ตึกก่อนหน้านี้ก็ใช่ ไม่งั้น มันไม่เงินมาใช้ขนาดนี้หรอกคราวนี้จอนจินเป็นฝ่ายตอบเเทนเล่นเอาคนตัวบางตาโต..ในขณะที่น้องชายตัวเล็กของเข้าใบ้รับประทานไปแล้ว ในหัวน่ะคิดเเต่เรื่อง...

 

โอ..ตึกนี้ของเอริค...โอ...ถ้าทางจะแพง ไม่ซิ โคตรแพงแน่นอน แถมมีคนเช่าเต็มทุกห้องเลยด้วย เเต่ละคนดูมีเงินทั้งนั้น โอวว เงิน!! หน่วย..สิบ..ร้อย..พัน..หมื่น..แสน..ล้าน..เเละที่มากกว่านั้น.. ว้าว...ถ้าได้เป็นคนรักมีหวังรวยไปทั้งชาติเป็นหนูตกถังข้าวสารชัวร์ๆ แถมเขาก็หน้าตาดีดูมีชาติตระกูล แต่งตัวก็มีรสนิยม เรื่องศิลปะป้องกันตัวก็ไม่ต้องพูดถึง..เป็นเลิศ

 

หันไปดูเขาย้อนมองดูตัวเรา เงิน..อย่าว่าเเต่ร้อยวอนเลย ชั่วโมงนี้สิบวอนถึงไหมเนี่ย เรื่องหน้าตาหรอ..ก็พอไปวัดได้ผีไม่หลอกล่ะน่า.. มาที่ชาติตระกูล โอย...เเค่มีคนจำชื่อได้ก็บุญเเค่ไหนเเล้ว อย่าไปหวังเรื่องนามสกุลให้เสียเรื่อง แต่งตัวล่ะ...เอ่อ..เสื้อแบกะดินสุดๆ...กางเกงเอ้าท์เล็ท..อีกต่างหาก ไอ้ของมียี่ห้อเนี่ย เพิ่งเคยได้สัมผัสเพราะเงินของรัฐเชียวนะ.. สุดท้ายศิลปะป้องกันตัว เหอะ..ไม่เอากระบองฟาดหัวตัวเองได้จะดีมาก..

 

สรุป กรูมีอะไรดีกับเขาบ้าง เป็นเเค่พุดเดิ้ล ริอ่านจะไปเห่ายานอวกาศ..ฝันสูงไปไหมแอนดี้... นี่ถ้าเป็นฟุตบอลนะ โดนถล่ม สี่ประตูต่อ ศูนย์ หลุดลุ่ยเห็นๆ..เฮ้อ!!! เอาว่ะ..อย่างน้อย กรูก็แบ๊วว้อยยย!!!!

 

คิดให้กำลังใจตัวเองได้ดังนั้น ก็ยิ้มในหน้าขึ้นมาได้อีกครั้งแม้เหตุผลมันจะฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่เเต่เพียงเท่านี้แอนดี้เองก็มีความสุขได้..และแม้เขาจะไม่ได้ชอบเรา แอนดี้ก็ยังเป็นสุขได้เช่นกัน หากเพียงเขาคนนั้น หยิบยื่นความห่วงใยเล็กน้อยมาให้อย่างที่เขาทำประจำ...

 

กว่าจะลากสังขาร มาถึงชั้นเจ็ดเเบบเงียบๆ ไม่กล้าว่าพาดพิงใครเขาอีก เพราะเนื่องจากรู้ตัวเจ้าของเขาเเล้ว เดี๋ยวเขาเตะโด่งออกไปไร้ที่ซุกหัวนอนล่ะก็แย่น่าดู แถมตอนนี้บ้านที่อยู่ก็เละไปซะแล้วเอาว่ะทนๆเอาหน่อย

 

เหล่ากรรมกรทั้งหายพอมือถึงห้องก็เกิดอาการง่อยเปลี้ยเสียขาขึ้นมาทันที มือไม้พลันจะหมดแรงวางของลงกับพื้นเเรงๆอย่างลืมตัวก่อนที่สองพี่น้องจะรีบคว้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง...

 

พี่ซองกี้เดี๋ยว เจ้าของบ้านเขาเก็บเงินเรานะ ทำพื้นของเขาเป็นรอยอะพี่นั้นยังไม่เลิกมาอยู่ด้วยกัน เจอไอ้จียง เอ็มไม่นานเชื้อตลกมันเเตกซ่านเข้าไปในตัวคนน่ารักเเล้วหรือไง

เออเนอะ เดี๋ยวไม่มีเงินใช้เขาอีก ไป..เราเอาไปวางที่อื่นดีกว่านี่ก็รับมุกกันดีเหลือเกินช่วยกันร่วมเเรงร่วมใจทำเอาคนมองที่เหลือได้เเต่ลอบยิ้มด้วยความชอบใจ

 

ขนของตามพ่อเจ้าความคิดทั้งสองไปอย่างไม่มีปากเสียง มีเเต่รอยยิ้มที่เต็มปากอยู่อย่างนี้เเหละดีที่สุดเเล้ว

 

เเล้วมหกรรมการชำแหละของที่น่าสนุกสนานก็เกิดขึ้นเป็นลำดับต่อไป พวกคนที่เเรงเยอะนั้น มีหน้าที่ใช้เเรงงานให้สมตัวโดยการนั่งประกอบเจ้าต้นไม้เทียมโดยมีคนหน้าสวยยืนสั่งอยู่ไม่ห่าง ในขณะที่เเอนดี้เองก็เเกะเอาสายรุ้งที่ซื้อมาออกจากถุงเเล้วก็เอาไปกองรวมๆกับกระพรวน นางฟ้า คทา ไม้เท้าเล็ก ซานต้าตัวน้อย เเละสำลีเทียมอีกมุมหนึ่ง จนเมื่อเจ้าต้นคริสต์มาสสูงเทียมเพดานนั้นตั้งตรง เเละเเข็งเเรงดีเเล้วการตกแต่งก็ตามมาติดๆ

 

จะว่าสนุกก็คงไม่เชิงจะว่าวุ่นวายก็ไม่ใช่ เเต่เสียงเอะมะเทิ่งนั้น ไม่พ้นจากคนสี่คนนี้เเน่ๆ เนื่องจากเฮซองอยากติดลุงซานต้าเข้าไปตรงมุมหนึ่ง หากเเอนดี้เลือกที่จะติดกระพรวน เเละจอนจินอยากติดคทาแทน สงครามน้ำลายจึงประทุขึ้นทันที โดยหารู้ไม่คนที่ยืนเงียบๆอยู่นั้น ชิงเอานางฟ้าน่ารักตัวเล็กเเขวน ก่อนเดินจากไปเงียบๆไม่ต่างจากตอนมาเลย..ทำเอาคนที่ยืนทะเลาะกันเสียนายต้องทำหน้าเซ็งในอารมณ์

 

กว่าจะเสร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เล่นเอาเหนื่อยกันเเทบขาดใจ เเต่เมื่อถึงเวลาที่

ได้มองผลงานที่ช่วยกันตกเเต่งอยากเต็มตาเเล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ เเม้จะเคยเห็นต้นไม้ที่ตกเเต่งสวยงามตามห้างสรรพสินค้ามามากมาย สวยกว่าต้นนี้หลายต่อหลายเท่า แต่มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเเบบนี้เลย ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อยามมอง..ต่างเหลือเกิน ต้นไม้ที่ใจเเต่ง กับต้นไม้ที่ใช้สมองเเต่ง... อดไม่ได้เยที่จะภูมิใจในสิ่งที่ทำเองกับมือ นี่คงจะสวยที่สุดที่เคยเห็นมาเลยก็ได้...

 

เป็นอะไรทำไมทำหน้างั้นล่ะ..จอนจินที่ยืนด้สนข้างคนหน้าสวยถามขึ้นเบาๆ ด้วยสายตาเป็นประกาย รู้อยู่หรอก ว่าเพราะอะไร

เงือก!! ฉันจะทำหน้าอย่างไรก็เรื่องของฉัน เงือกจริงๆเฮซองหันมาค้อนควับก่อนสะบัดหน้า เดินเข้าครัวไปทันที

 แหม..ฉันเป็นกับนายเเค่คนเดียวเท่านั้นเเหละ.. ...มีหรืออีกคนจะไม่ตามไปน่ะ

 

สวยเนอะ...แอนดี้หันไปพูดกับอีกคนทียืนมองตินไม้ต้นเดียวกัน...

ใช่..ทำเองนี่...เดี๋ยวพรุ่งนี้ ในฐานะที่อายุน้อบสุดเเละตัวเล็กสุด นายต้องตะกายขึ้นไปเอาดาวไปติดรู้ไหมเอริคพูดเนิบๆ หยิบเอาดาวดวงใหญ่ในมือมาโบกให้คนตัวเล็กดู

โอเค เเต่พี่ต้องเอาบันไดมาต่อให้ผมนะ มันไม่ถึง..นั้นเเล้วเเอนดี้ก็ยอมรับความจริงในข้อนี้ไป

ได้..เดี๋ยวจัดให้คนตัวโตอีกคนจึงรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ..

 

ทั้งคู่จึงหันกลับมามองยังต้นไม้ประดับที่วางตะหง่ายกลางห้องอีกครั้ง ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของแอนดี้นี้เป็นครั้งเเรกที่ได้จัดงานคริสต์มาสนี้ด้วยตนเอง..ทั้งตื่นเต้นเเละดีใจ..ส่วนในชีวิตของเอริค ถึงจะผ่านวันแบบนี้มาก็มาก จนรู้สึกเฉยชาไปกับมัน แต่ในปีนี้ ทำไมมันถึงรู้สึกดีไม่เหมือนกับปีก่อนๆเลย...และแม้มันจะมีความเเตกต่างที่เกิดขึ้นในใจของคนสองคนเเต่สิ่งที่เดียวทั้งคู่มีไม่ต่างกัน ณ วันนี้ เห็นจะเป็นความสุขเสียกระมัง

 

***************************************************************************************

 

วันที่ตั้งตารอคอยก็มาถึงในที่สุด วันเเห่งความสุขของชาวคริสต์ วันสำคัญที่พระผู้ไถ่ได้บังเกิดลงมาบนโลกมนุษย์จากครรภ์ หญิงสาวผู้ได้พรจากพระเป็นเจ้า หญิงพรหมจารีพระนางมารีอา มารดาแห่งคริสต์ศาสนิกชน..

 

ปุยสีขาวมากมายจึงพากันแสดงความปิติ พร้อมใจกันโปรยปรายลงมาราวหยดน้ำฝน หากความเบาบางเหมือนเม็ดนุ่นสีขาวที่เย็นชื่นใจ เจ้าละอองสีขาวค่อยๆทิ้งตัวลงจากฟากฟ้าตามแรงโน้มถ่วงของโลกที่เป็นไป ปกคลุมให้เมืองทั้งเมืองนั้นเต็มไปด้วยสีขาวสะอาดตา

 

เฮ้อ...หิมะตกเสียที...ปีนี้ตกช้าจน นึกว่าจะไม่ตกเเล้วนะเนี่ยเด็กหนุ่มที่นั่งมองสิ่งต่างๆอยู่ภายในห้องที่ให้ความอบอุ่นนี้พูดขึ้นอย่างชอบใจ พลางดูโทรทัศน์เครื่องโต เพื่อรอเวลา

 

เนื่องจากอาการตื่นเต้นเเละมีความสุขมันปลุกให้คนตัวเล็กตื่นขึ้นมาเเต่เช้ามืด เเม้จะรู้ว่าพี่ชายเเละคนอื่นๆ ได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดเเล้ว เเต่กระนั้นก็ยังไม่หายอยู่ดี

 

ทำเอาคนอื่นต้องตื่นมาเป็นเพื่นอเล่นเจ้าตัวแสบนี้ด้วย หากคนๆนั้นคงหนีไม่พ้น...เฮซอง(อันเเน่ ลุ้นว่าเป็นเอริคล่ะซิ : คนเเต่ง) ก็เมื่อคืนนี้ เจ้าสองคนนั้นน่ะ อยู่ดีๆก็ออกไปไหนก็ไม่รู้ เเถมมีการติดระบบล๊อคที่ประตูกันคนข้างในออกเเละกันคนจากด้านนอกเข้าไปด้วย..กว่าจะกลับมาอีกทีก็ปาไปตีสามตี่สี ถ้าได้ยินไม่ผิดเห็นว่าจะไปบ้านของจอนจินหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจ เลยยังหลับเป็นตายไม่ยอมตื่นกันทั้งคู่

 

เตี้ย...นาย...คิดยังไงบ้าง...กับวันนี้เฮซองถามน้องออกมาเบาๆ เขาเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยกับช่วงชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้อยู่ฉลองกับน้องชายในวันสำคัญอย่างนี้เลยซักครั้ง กลับต้องให้คนอื่นมาเป็นคนทำแทนเสียนี่

ดีที่สุดเลยพี่....แอนดี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงจับใจ เเต่คนฟังถึงกับสะอึกขึ้นมาได้ มันเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่เห็นน้องรักมีความสุข เเต่นั้นก็ยิ่งตอกย้ำเรื่องที่เขาเป็นพี่ชายที่เเย่มากสำหรับน้อง

ผมดีใจมากเลยที่ปีนี้พี่ไม่ต้องไปทำงานเหนื่อย เหมือนทุกปี เป็นปีที่พี่จะได้พักอยู่บ้านฉลองกับผม ผมดีใจมากเลยรู้ไหมคนตัวเล็กหันไปมองหน้าพี่ชายที่เขาเเสนรักอย่างเต็มตา ระบายยิ้มอย่างกว้างเเละจริงใจส่งไปให้ บ่งบอกว่าคิดอย่างที่ตนพูดไม่มีบิดเบือน

 

นั้นก็มากพอสำหรับคนเป็นพี่...เเค่คำพูดนี้ก็มากพอที่จะทำให้คนที่นั่งเอาเเขน เท้ากับเข่าของตนนั้นชื่นใจ..เเล้วอย่างนี้ไม่ให้รักน้องแล้วจะไปรักใคร...

 

พี่ก็ดีใจเหมือนกัน..ที่ปีนี้ได้อยู่กับนาย..มือบางวางลงบนกลุ่มผมนุ่มนั้นก่อนจะลูบเบาๆอย่างรักใคร่เเละเอ็นดูไม่เป็นอื่น นานๆทีพี่น้องจะได้มีเวลามากพอจะถามไถ่ความรู้สึก เเละสารทุกข์สุขดิบเสียทีนะ...

 

เเกร๊ก...!! เสียงประตูใหญ่ด้านนอกถูกเปิดขึ้นทำเอาสองพี่น้องที่นั่งอยู่ได้กันหันควับไปมองเเทบจะทันที หากผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่นั้นไม่ใช่อื่นไกล แต่เป็นแขกที่เต็มใจถูกรับเชิญทั้งสองคนนั้นเอง...

 

สวัสดีคร้าบบบบบ...พี่เฮซอง...ดีดี้..คนตัวบางร่างน้อย ก้าวกระโดดเข้ามาในห้องก่อนใครเพื่อน เข้าประชิดตัวคนตัวเล็กเเละอีกคนที่นั่งหน้างามอยู่เเล้ว

 

อ้าว..ทำไมมาเเต่หัววันล่ะเนี่ย นายน่ะแอนดี้หันไปถามเพื่อนใหม่สดๆร้อนๆของตน

ก็มันตื่นเต้น นานๆที่ท่านหัวหน้าเขาจะจัดงานซักที เลยอยากมาเเจม..อย่างเเรง..น่ะ เทมป์ นาย..เอาเค้กไปเก็บรึยัง เอาไปเก็บเเล้วมานั่งนี่นะ..จียงหันมาตอบก่อนจะรีบบอกให้คนที่มาพร้อมกันเอาของที่เจ้าบ้านตัวจริงฝากซื้อไว้ไปเก็บให้เรียบร้อย ซึ่งคนโดนสั่งนั้นทำตามอย่างว่าง่าย เเละตอบรับกลับมาเพียงเเค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น ไม่นานมากก็กลับมานั่งรวมตัวกันเป็นสี่คน

 

ลืมเลย เมื่อวาน..เทมป์ไปทำเรื่องบ้านมาให้เเล้วนะ ทางตำรวจเขาบอกว่าเดี๋ยวก็เรียบร้อยไม่ต้องห่วงนะ..เจ้าตัวยุ่งพูดบอกให้คนที่รับข่าวสารทั้งสองฟัง ซึ่งนั้นก็ทำให้รู้สึกโล่งใจเหลือเกิน

 

ขอบใจมากนะ เทมป์ที่เป็นธุระให้ พวกฉันได้เเต่นั่งนอนอยู่เฉย ตลอดเลยเฮซองเเสดงความขอคุณจากใจจริงทำเอาคนอายุน้อยกว่ารับเเทบไม่ทัน

ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงซะตอนนี้ก็เหมือนครอบครัวเดียวกันเเล้วไม่ว่ากี่ครั้งฟังคำนี้ก็ชื่นใจ ครอบครัว..

 

หลังจากนั้นทั้งสี่คนจึงได้นั่งคุยกันไปมาเพื่อฆ่าเวลาไปเรื่อยๆจนเจ้าของบ้านอีกสองคนตื่นมา ทันได้ทานอาการมื้อกลางวันด้วยกันต่อ เเล้วจึงช่วยกันเตรียมของที่จะต้องใช้ทำอาหาร เเละอื่นๆอีกมากมาย

จนเเล้วจนรอดเเขกสองคนสุดท้ายที่อยู่ในรายชื่อผู้ร่วมขบวนการอย่างมินวูเเละดองวานก็มาทันเวลาพอดี  จึงโดนเเซวอีกเล็กน้อยไปตามระเบียบ ว่าไม่รู้แอบไปสวีทกินข้าวดูหนังที่ไหนกันมา ถึงได้มาช้าเสียขนาดนี้ คนอื่นมาเเต่วัน เเต่เพื่อนๆกันนี่มาเสียสายโด่ง หากคนที่มาช้าก็ไม่ได้มามือเปล่าเสียเมื่อไหร่ หอบเอาเเชมเปญ ยี่ห้อดังราคาสูงมาเป็นของไถ่โทษ เเถมด้วยการยอมรับอย่างซึ่งๆหน้าเลยว่าไปแอบเดตกันเล็กๆมาสองคน..

 

ฟ้าภายนอกมืดลงจนสนิท มองเห็นหมู่มวลดวงดาวเเละพระจันทร์อ้วนกลม เเทนพระอาทิตย์ที่ทอเเสง หากสิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้สวยงามมากขึ้นคงหนีไม่พ้น ตัวละครเอกอย่างปุยหิมะใส เเละเจ้าต้นคริสต์มาสประดับที่ตั้งอยู่กลางห้องนี้ และเสีงหัวของความอบอุ่นเป็นเเน่

เมื่อทุกคนมาครบตาม งานจึงดำเนินไปได้ตามแบบแผน คือการที่ส่งคนตัวเล็กไปเป็นผู้ประดับดาวดวงใหญาลงบนยอดไม้..ตามด้วยการอธิษฐานความปรารถนาของตน แม้จะเกี่ยงงอนด้วยความเขินไปบ้าง เพราะคิดว่าตัวเองแก่เกินที่จะทำอะไรอย่างนี้ เเต่สุดท้ายแอนดี้ก็ปีนบันไดขึ้นไปติดอยู่ พร้อมกับขอพรให้ตัวเองเเละคนที่เขารักทุกคนไปด้วย..

 

เสร็จสิ้นจากการตรงนั้น ก็เป็นการเริ่มการกินเลี้ยงสังสรรค์ที่รอคอย อาหารที่บ้างก็สั่งมาบ้างก็ได้รับการเสกสรรจากพ่อครัวฝีมือเอกอย่างเฮซอง จนกลายเป็นอาหารเลิศรสได้ถูกลำเลียงไว้อย่างดีบนโต๊ะอาหารตัวยาว..ให้ทุกคนได้ลองลิ้มชมรสอย่างอิ่มหนำสำราญ โดยไม่ลืมที่จะพูดคุยและหยอกล้ออย่างสนุกสนาน..

 

ฮ้า...อิ่มจะเเย่...ดองวานพูดออกมาในขณะที่เอนตัวนั่งพิงโซฟาตัวนิ่ม รู้สึกท้องเเน่นจนกระดิกตัวเเทบไม่ได้

นายเล่นกินเข้าไปขนาดนั้นไม่อิ่มได้ยังไงเล่า..เฮซองหันมาพูด ตอนนี้เขาเริ่มสนิทใจกับทุกคนมากพอที่จะสามารถพูดคุยได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ

 

ก็จริงของนาย เเต่นะ ไอ้ไก่งวงตัวนั้นเเหละ ทำฉันจุก เเต่ขอบอกว่านายทำโคตรอร่อยเลยดองวานไม่วายหันไปบอกคนหน้าสวยที่ยืนถือแก้วเเชมเปญใบสวยในมือ  ทำท่าจะจิบๆ

ใช่ๆๆ ขอเห็นด้วย จียงนั่งแทะกับพี่ดองวาน เหลือเเต่ก้างเลย..เนี่ยจียงเป็นอีกคนที่เดินลากสังขารมานั่งแปะกองรวมกับแอนดี้อีกคน เเทบจะต้องให้เทมโปเป็นคนพาออกมา เพราะเดินไม่ไหวจริงๆ

 

หากคนตัวเล็กอีกคนที่ไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย นั่งเล็มขนมเค้กในมือไปอย่างสบายอารมณ์ มีความสุขเหลือเกินเลย ตั้งเเต่เกิดมา เพิ่งเคยได้จัดงานสนุกแบบนี้เป็นครั้งแรก บรรยากาศก็อบอุ่นซะจนมีความสุขตั้งไม่รู้เท่าไหร่..

 

นี่ๆทุกคน มีใครสนใจเล่นไพ่ซักเกมส์สองเกมส์ไหม...จอนจินที่เดินออกมาทีหลังสุดบอกขึ้น ทำเอาทุกคนหันไปมองเป็นสายตาเดียว

ยกเว้นก็เเต่แอนดี้เท่านั้น เเต่ไหนเเต่ไรมา เด็กหนุ่มเคยลองเล่นกับเพื่อนบ้าง จนเเล้วจนรอดก็มีเเต่เสียตลอด จึงเป็นเหตุผลที่คนตัวเล็กจะไม่สนใจ เเละในความไม่สนใจนั้นหารู้ไม่เลยว่า การชวนเล่นการพนันนี้ มีอะไรแอบแฝงอยู่ด้วย...

แอนดี้ นายเข้าไปเอากระเป๋าตังค์ให้หน่อยดีมันอยู่ในตู้เสื้อผ้าน่ะคนหน้าสวยวานน้องชายของตนใหเข้าไปหยิบของเล็กน้อย ซึ่งคนถูกวานก็รับทำอย่างว่าง่ายเช่นกัน..

 

**************************************************************************************

 

คนตัวเล็กเดินเข้ามารื้อคน เอาสิ่งของที่พี่ชายต้องการอยู่นานพอควร ก็ลืมถามเสียด้วยว่า เอาไปเก็บอยู่ที่ตรงซอกไหนของตู้ ค้นมันตั้งเเต่ชั้นใส่ถุงเท้า วางกระเป๋า ที่เเขวนเสื้อ ชั้นวางน้ำหอมก็ไม่มี ขี้คร้านจะตะโกนก็กลัวจะเสียมารยาทต่อหน้าคนอื่นประไร  เเล้ววันนี้พี่ชายเขาไม่ต้องหมดตัวเสียก่อนจะเจอทุนหรือเนี่ย..

 

หากพอหาไปหามาได้เกือบสิบนาทีก็จนใจ..คงต้องออกไปถามจริงๆเสียเเล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินอาดๆออกจากห้องนอนของตนอีกครั้งหมายใจว่าจะกลับไปขอร่วมวงเสียหน่อย...

 

แต่พออกมาจากห้องกลับพบแต่ความว่างเปล่า บัดนี้ห้องนั่งเล่นดูไร้ซึ้งสิ่งมีชีวิตเสียงดัง ไฟที่เคยสว่างก็ริบหรี่ลง มองแล้วชวนให้นึกตกใจ..ตาใสกวาดมองไปทั่วทุกที่ ก็ยังไม่เจอใครอยู่ดี เดินกลับเข้าไปในครัวก็ไม่มีใครซักคน คิดได้ดังในใจก็เริ่มเสียเสียแล้ว

 

ตัวเล็ก..เสียงเรียกเบาๆทำเอาคนโดนเรียกหันกลับไปมอง เห็นเพียงชายหนุ่มที่คุ้นตาเท่านั้น...

พี่ คนอื่นไปไหนกันหมด ผมตกใจหมดเลยคนตัวเล็กถามเสียงใส อย่างน้อยตอนนี้ก็ใจชื่นขึ้นมาเมื่อเห็นเอริคอยู่ตรงหน้าเขา   

ร่างสูงกลับเพียงเเค่ระบายยิ้มอ่อนให้..ไม่ได้ตอบคำถามใดกับคนตัวเล็กนั้นเลย นอกจากทำเพียงเเค่เดินเข้ามาคนที่ยืนอยู่อย่างช้าๆ จนคนน่ารักได้เเต่เอียงคอน้อยๆด้วยความสงสัย  ดูเเล้วยิ่งน่าเอ็นดู

 

เพียงเเค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็ถึงตัวพอดี...

แอนดี้..นายมีความสุขไหมวันนี้คำถามที่แสนธรรมดาถูกถามออกไปเมื่อชายหนุ่มมาถึงตัว แสงสีนวลเเละไฟริบหรี่ทำให้คนตัวเล็กต้องเพ่งมองอีกฝ่ายในความมืด เห็นเเต่ใบหน้าที่คมคาย นัยน์ตาที่เคยลึกลับ มาตอนนี้มีประกายเเพรวพราวอยู่ในที ราวกับมีมนต์สะกดไม่ให้หันหนีไปไหนได้

 

ก..ก็มีความสุข..ซิ..ไม่เคยได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้มาก่อนเลย หัวใจดวงเล็กเลยพลอยเต้นเเรง สูบฉีดเลือกพาลเเต่จะไหลเวียนไปเลี้ยงที่ใบหน้าเสียอย่างเดียว

หรอ..แล้วชอบที่นี้ไหม..คำถามที่สองถูกส่งไปอีกครั้ง คนฟังจึงได้เเต่เลิกค้วสูงไม่เข้าใจ...ซึ่งคนถามก็ยังคงส่งยิ้มอ่อนนั้นมาให้อยู่ไม่เสื่อม

ชอบซิคับ..ชอบมากด้วยแอนดี้ตอบออกไปตามความจริงทุกประการไม่มีปดในคำพูด ทำเอาคนฟังยิ้มออกมาอย่างกว้างขวาง ส่งให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ่ง ดูดีมากว่าเคย ป่วนเอาใจน้อยๆของแอนดี้ให้เต้นโครมครามเสียงดัง ลืมไปเเล้วว่าเกิดอะไรขึ้น..กังวลเเต่เสียงใจตัวเองที่มันเต้นเเรงนั้น จะดังเสียจนคนที่ยืนอยู่ด้วยกันนี้ได้ยิน

 

ถ้าอย่างนั้น..นายก็มาอยู่ด้วยกันกับฉันที่นี้เถอะนะ จากนี้ เเละตลอดไปเอริคยกมือขึ้นจับปลายผมอ่อนนุ่มนั้นเบาๆ เน้นย้ำคำพูดอย่างหนักเเน่น เเสดงความรู้สึกที่มีผ่านดวงตาที่จ้องมองไปยังสายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความจริงจัง..

 

..อ..อ...คนตัวเล็กแทบไม่เชื่อหูของตัวเองเลย ราวกับฝันไปก็ไม่ปาน หากความไม่เเน่ใจนั้นจึงอยากทบทวนอีกซักครั้ง..

คือ..คือ..พี่...อ..เอ่อ..หมายถึง...

หมายถึง...แอนดี้ ฉันรักนาย..ไม่รู้นายจะชอบฉันบ้างไหม..เอริคพูดคำที่ฟังดูธรรมดาๆนั้นออกไปชัดเจน..ตามด้วยรอยยิ้มหวานเช่นเดิม

ตอนนี้คนฟังนั้นทำได้เพียง ทวนคำพูดชายหนุ่มวนไปวนมาเรื่อยๆ ด้วยความสุขใจ คำว่ารัก..รัก.. เหมือนเสียงสายลมที่พัดแผ่วเบา ทว่าเมื่อพัดผ่านมานั้น..มิอาจลืมเลือนได้เช่นสายลม...กลับตราตรึงอยู่ในความทรงจำมิรู้เลือน เสมือนหนึ่งสลักลงบนหินผาใหญ่..

 

เกินต้านทานต่อสายตาคมคู่นั้นได้ แอนดี้จำต้องหลบลง ด้วยความเขินกระดากในที..มือกำเเน่นลงที่ชายเสื้อของคนที่ยังจ้องมองมาที่เขาอยู่

ฉันรอคำตอบอยู่นะ ตัวเล็กเสียงทุ้มอ่อนนั้นเร่งรัดเบาๆ จนคนฟังอดไม่ได้ที่จะขบปากตัวเองน้อยๆ กับการใช้ความคิดหาคำตอบ ที่มีเเต่คำว่าตกลง

 

เอ่อ.. ครับ..ช...ช..เอ่อ.ช...ช..โอ้ย...อืม..ช..ชอบ ชอบ!!”กว่าคำๆนี้จะหลุดปากออกมาได้เล่นเอาเหนื่อยเเสนเหนื่อย  เเต่คำตอบนี้ก็คุ้มค่าพอที่จะรออดทนฟังเช่นเดียวกัน

 

งั้น...ฉันขอจองล่ะนะ..เอริคคว้าเอาของที่อยู่ในกระเป๋าออกมา เเล้วจึงนั่งคุกเข่าลง

สัญญานะว่าบอกรักแล้วจะไม่คืนคำ..เอริคถามย้ำอีกครั้ง หากคราวนี้น้ำเสียงเหมือนติดจะทะเล้นเล็ก ซึ่งคนตอบก็พยักหน้าเเทนเเรงๆ

 

ชายหนุ่มจึงบรรจงสวมของที่อยู่ในมือนั้นลงบนข้อเท้าอีกคน กำไลวงกลมสีเงินเรียบที่ดูเหมือนข้อมือขนาดบางซึ่งตรงปลายล๊อคนั้นมีเเม่กุญแจตัวเลกประดับเพชรเม็ดเล็กอยู่ด้วย ถูกสวมลงอย่างทะนุถนอม

 

ถึงกับต้องล่ามผมไว้เลยหรอ..แอนดี้เย้าอีกฝ่าย ชอบใจในของขวัญเเทนความรู้สึกนี้เหลือเกิน..

ใช่ซิ รู้ไหมคนที่จะเอามันออกได้มีเเค่ฉันเท่านั้นนะ...เอริคดึงตัวอีกคนเข้าหาเบา เอียงเเก้มเนียมขึ้น บรรจงจุมพิตลงบนแก้มใสนั้นอย่างอดไม่อยู่ โดยที่มือข้างว่าง นั้นโอบเอวเล็กเข้าหาตัว..

 

เคยคิดอยู่ว่าผิวที่เคยเห็นนั้นท่าจะเนียมนุ่มละมุนละไมเเค่ไหนกัน กลิ่นกายที่เคยได้สัมผัสก็ว่าหอมอยู่หรอก...หากตอนนี้ได้อยู่ใกล้ ได้ลิ้มลองรส นั้นยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้ทั้งหมดเหลือเกิน กลิ่นวนิลานั้น ชวนให้ลุ่มหลงจนไปอยากปล่อยอีกคนให้ห่างกาย ผิวเนียนใสนั้น ก็นุ่มดุจเเพรไหมชวนให้อยากจะสัมผัส จนนึกติดใจ..ไม่รู้เบื่อจริงๆ ..

 

คนตัวเล็กได้หัวเราะเบาๆ ด้วยความชอบใจ แอบจักจี้เล็กเมื่อร่างสูงกดจูบลงบนใบหน้า เเละสองข้างแก้มของเขาครั้งเเล้วครั้งเล่า..ตัวคนหอมเองนั้น พอได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ ก็พาลยิ้มตามไปด้วยอีกคน

 

...ความรักนั้นทำให้คนสองคน เป็นสุขที่ได้เเบ่งปันความรอยยิ้มร่วมกันเช่นนี้หรอกหรือ...ถ้าอย่างนั้นขอรักกันไปจนตลอดชั่วกาลเถิด เพราะฉันอยากแบ่งความสุขเเละยิ้มหวานๆนี้ให้เธอคนดีของฉันตราบนานเท่านาน...

 

***************************************************************************************

 

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

Fic Please love me my bodyguard part 23

Part 23

 

รุ่งอรุณของวันใหม่ได้มาเยี่ยมเยือนเช่นเคย เหมือนในทุกๆวัน ที่เมื่อถึงยามฟ้าสาง พระอาทิตย์นั้นจะทำหน้าที่เปล่งแสงสีทองกระจ่างขับไล่ความมือมิดของรัตติกาลไปได้อย่างไม่เคยบิดพลิ้ว..นั้นคือหน้าที่ของพระอาทิตย์ที่ต้องทำสิ่งหนึ่งในทุกวัน ทำมันเป็นประจำไม่เคยลืม

 

หากสิ่งที่ไม่เหมือนเช่นทุกวันของแอนดี้นั้นคือ เช้านี้เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่อิ่มเอมใจ บิดตัวไล่ความเมื่อยขบออกจากร่างกาย มองนาฬิกาบนผนังเรียบ จนพอมีเวลาเหลือมานั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย..

อย่างเช่น ทำไมนะ ทั้งๆที่เขาเพิ่งรู้ว่าบ้านที่แสนรักนั้นถูกรื้อค้นไป เเต่ใยมิได้อาลัยอย่างที่ควรจะเสียใจเลย หรือจะเป็นคำพูดเเค่เพียงไม่กี่คำจากคนที่เขาแอบรัก ส่งความห่วงใยนั้นมาให้ก็ไม่รู้ได้..

หรืออาจจะเป็น ความเอาใจใส่เล็กๆน้อยๆ ที่ชายหนุ่มคอยเเวะเวียนดูว่าจานอาหารของเขาพร่องไปมากน้อยเท่าไหร่ จึงคอยเติมให้ไม่ขาด นั้นหรือเปล่า..

 

เเบบนี้จะเรียกได้ไหมว่า เขาคนนั้นเองก็มีใจให้ หากเป็นอย่างนั้นจริงคงดีเหลือเกิน..คงมีความสุขอย่างเหลือล้น จนไม่อยากมองเห็นตอนจบในนิทานรักของตนเลย..

 

แอนดี้ขยับกายเล็กน้อย ค่อยๆเดินลงจากเตียงอย่างเบาบางไม่อยากปลุกให้คนที่นอนร่วมกันต้องตื่น เมื่อยังเห็นว่าเช้าอยู่มากโข ตัดสินใจเดินไปคว้าเอาเสื้อกันหนาวมีฮู้ดตัวหนาของตนขึ้นสวมใส่ จากนั้นขาเล็กค่อยๆเดินออกไปยังระเบียงห่างไปไม่ไกลจากที่นอนของตน ก่อนที่มือบางจะวางลงบนขอบกำแพงที่ตกแต่งไว้สวยงาม รู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบของราวเหล็กที่ผ่านลมเเละน้ำค้างมานานยามค่ำคืน จนอดไม่ได้ที่ดึงมือกลับมาซุกลงในกระเป๋าเสื้ออีกครั้ง

 

หน้าหนาวมาเยือนได้ซักพักเเล้ว แม้เส้นขอบฟ้าจะมีสีส้มไล่เรียงอยู่ก็ตาม เเต่ด้วยความที่นี้คือ ฤดูของความเยือกเย็น บนท้องฟ้าจึงยังแต้มด้วยสีน้ำเงินอยู่เต็มฟ้า..

ตาเรียวเล็กทอดมองไปยัง บ้านเมืองที่ตนอาศัยอยู่ด้านล่าง ตึกอารามที่ตั้งตะหง่านอยู่ส่วนมากนั้น ยังคงไร้ซึ่งแสงไฟ หากบ้านเล็กๆ ตึกบางส่วนก็พอมีไฟริบหรี่ให้ได้เห็นบ้างเเล้ว บนถนนหนทางเเละตรอกซอกซอย ก็มีผู้คนที่ต้องทำงานเเต่เช้าเดินกันบางส่วน กระนั้นก็ยังเป็นภาพที่น่าดู  คนตัวเล็กหายใจพ่นควันสีขาวออกมากจากปากอิ่มเบาๆ รู้ทั้งรู้ว่าด้านนอกนี้เย็นเพียงใดก็ตาม เเต่ก็ยังอยากที่สูดเอาอากาศบริสุทธิ์นั้นเข้าไปให้เต็มปอดอยู่ดี

 

..เเละหลังจากชื่นชมบรรยากาศ จนหนำใจแล้ว แอนดี้จึงเดินกับเข้ามาห้องนอนอุ่นของตน ก่อนเลยออกไปยังห้องนั่งเล่นด้านนอก ซึ่งก็ยังไร้ผู้คนเช่นเคย..

คนตัวเล็กเดินเข้าครัวไปชงกาแฟใส่แก้ว จนกลิ่นหอมนั้นเรียกน้ำย่อยให้ทำงาน เเต่ด้วยความที่ยังติดใจกับภาพยามเช้า เจ้าตัวจึงเลือกที่จะเดินออกมานั่งที่โซฟาริมกระจกชกในห้องนั่งเล่นเพื่อชมทิวทัศน์ แทนการนั่งในห้องครัวเป็นกิจจะลักษณะ

ไอเย็นเยียบที่เกาะพราวไปทั่วกระจกนั้น อดไม่ได้ที่คนตัวเล็กจะต้องเอาหน้าผากมนแนบไปกระจกใสบานใหญ่ ให้ความเย็นแล่นเรียบไปตามใบหน้าเนียน..

 

ตื่นเช้าจังนะ../ โป๊ก!!”เสียงทักจากทางด้านหลัง ยังผลให้คนที่นั่งเพลินอยู่สะดุ้งสุดตัว ทำเอาหัวกลมโขกกับกระจกจนได้

อูย...ตกใจหมดเลยแอนดี้สูดปากแสดงความใจน้อยๆ ของตนก่อนเงยหน้ามองผู้มาใหม่อย่างเต็มตา

 

เอริคที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวเเละเสื้อแขนยาวสีควันบุหรี่จาง ถูกสวมทับด้วยเสว็ตเตอร์สีน้ำเงินเข้ม ดูก็รู้ว่าเพิ่งจะตื่นนอน เเละยังไม่ได้อาบน้ำ เเต่ยังคงความดูดีเอาไว้อย่างไม่เสื่อมคลาย ที่สำคัญ ชายคนนั้นระบายยิ้มอ่อนส่งมาให้เขาอีกด้วย ทำเอาหายใจติดขัดไปเล็กน้อย

 

เอ้อ..คับ ผม..พอดี เมื่อคืนพอหัวถึงหมอนก็หลับเป็นตายเลย วันนี้ถึงตื่นเช้าน่ะ ว่าเเต่พี่เอริคเถอะ ทำไมตื่นเช้าล่ะ หรือผมเดินเสียงดังแอนดี้เลือกหาเหตุผลตอบคนตรงหน้า ในใจกลับรู้สึกดีที่คนๆนี้ตื่นเช้าเช่นกัน

..เอ.เอาไงดีล่ะ.ความจริงก็ได้ยินเสียงนายเดินนั้นเเหละเลยตื่นมาดูน่ะ แต่ไม่ใช่เพราะนายเสียทีเดียวหรอกนะไม่ต้องห่วง เอริคตอบความจริงออกไป เเต่พอเมื่อเห็นคนตัวเล็กทำหนาแสดงความเสียใจจึงรีบปฏิเสธอย่างรวดเร็ว

งั้นหรอคับ ว่าเเต่พี่สนใจกาแฟซักแก้วไหมคับ เดี๋ยวผมชงให้แอนดี้ยิ้มหวานประจบ ออกตัวอาสาเป็นธุระให้อย่างชอบใจ

ได้อย่างงั้นก็ดีซิ..เอริคล้วงกระเป๋ากางเกงเอียงคอตอบรับน้อยๆในท่วงท่าที่แสนสบาย

 

ได้ครับ..ถ้าอย่างนั้น พี่นั่งรอตรงนี้นะ เดี๋ยวผมไปเอามาให้...ตรงนี้นะ อย่าไปไหนนะคนตัวเล็กดูจะกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ไม่ลืมที่ก่อนวิ่งเข้าครัวจะหันมาย้ำอีกครั้ง กลัวว่า กลับมาอีกทีอีกฝ่ายจะหนีหายไปเสียก่อน

รู้เเล้วน่า..ฮ่าๆๆ นายนี่เอริคหัวเราะออกมาในท่าทีที่น่ารักน่าชังของแอนดี้อย่างอดไม่ไหวจริงๆ..

 

ไหนๆพี่ชายเขาก็ฝากเราเเล้วนี่ มันก็ต้องดูแลให้ดีใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวจะเสียทีที่เขาไว้ใจ อีกอย่างคนที่เขาฝากน่ะมันก็น่าดูแลออกจะตายไป จนอยากเก็บเอาไว้กับตัวเสียให้ได้เลยซิเนี่ย

 

มาแล้วค้าบบบบ รอนานรึเปล่าเนี่ย แฮะๆ หลังจากหายเข้าไปซักพัก คนตัวเล็กกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกาแฟอีกถ้วยในมือ ที่หายไปนานขนาดนั้น ก็ไม่ใช่ไปควานหายาเสน่ห์ใส่ หากเพราะมัวแต่พิถีพิถันชง กลัวขมไปบ้างล่ะ จืดไปบ้างล่ะ รู้อยู่หรอกว่าเขากินเข้ม เเต่ก็ยังกลัวไม่ถูกปากอยู่ดี..

ไม่หรอก เเค่หลับไปสองตื่นเเล้วล่ะ ตัวเล็กเอริคแกล้งเย้าเบาๆ ให้อีกฝ่ายหน้าง้ำลงเล็กน้อย ทำแก้มป่องได้อย่างน่าเอ็นดู

 

ผมกลัวมันไม่ถูกคอนี่..โธ่ พี่ก็..

ก็ไม่ได้ว่าอะไรเลยนี่ มานั่งนี่มาเร็วมีเรื่องจะคุยด้วยพอดีเอริคเรียกคนตัวเล็กที่ยืนกระเง้ากระงอดอยู่ข้างให้ลงนั่ง โดยที่ชายหนุ่มไม่ลืมเว้นที่นั่งริมหน้าต่างไว้ให้

นั้นเเหละน่า..เเต่พี่ก็แอบเหน็บผมอยู่ดีนั้นเเหละแอนดี้เดินปึงปังมานั่งลงด้านข้างอย่างว่าง่าย มือบางหยิบถ้วยกาแฟของตนขึ้นมาจิบไล่ความหนาวเย็นที่เกิดขึ้น

 

คือ พรุ่งนี้น่ะ นายรู้ไหม มันคือวันอะไร..คนตัวเล็กหันหน้ามามองคนถามเล็กน้อย ก่อนจะมองเลยออกไปด้านนอกอย่างพออกพอใจ

แน่นอนซิครับ ผมต้องรู้อยู่เเล้วล่ะ พี่ไม่เห็นป้ายกวางเรนเดียร์ กับลุงตัวกลมๆตรงนั้นรึไง ไม่บอกก็รู้ว่านั้นมันวัน..คริสต์มาสคนตัวเล็กยักไหล่ตอบอย่างมีภูมิ ตายังคงจับจ้องไปที่อีกฟากของกระจกอยู่เหมือนเดิม

 

ตอนนี้สีทองของพระอาทิตย์เริ่มบดบังสีเข้มน้ำเงินไปมากกว่าครึ่งเเล้ว นอกจากนั้นแสงนวลส้มยังสะท้อนลงบนหิมะปุยขาวแลเห็นเป็นรุ้งกินน้ำเส้นหลากสี ทอดยาวพาดผ่านขอบฟ้าอีก ดูแล้วสวยสุดใจไปเลย ในสายตาของคนที่มองอยู่

 

รู้ดีจริงนะ..เเล้วอยากจัดงานไหมล่ะ..น้ำเสียงที่ทอดถามยามนี้ดูเนิบนาบ เเต่นั้นเป็นประโยคที่ชวนตื่นเต้นเหลือเกินเลยสำหรับแอนดี้

เห....พี่..จะจัดปาร์ตี้ หรอ ที่มีต้นคริสต์มาสใหญ่ๆใช่ไหม เเล้วก็ต้องมีๆๆ ของขวัญใช่หรือเปล่าแอนดี้แสดงความดีใจออกมาอย่างออกนอกหน้าไม่มีปิดบังเลยซักนิด

 

เพราะการเกิดมามีอายุยี่สิบเอ็ดปีนี้เเล้ว ไม่เคยมีครั้งใดที่จะได้เลี้ยงฉลองวันคริสต์มาสกับใครเขาซักครั้ง..นอกจาก คุณที่ท่านเสียไปแล้ว ที่จะคอยหาของขวัญที่ทำเองมาให้ ส่วนเฮซองวันนั้น เป็นวันที่พี่ชายของเขาจะยุ่งจนหาตัวไม่เจอเลยน่ะซิ

ก็ใช่ น่ะซิเดี๋ยวฉันจะชวนเพื่อนเล่นนายมาด้วยดีไหม ไอ้จียงน่ะ เห็นวันๆนายไม่ได้ออกไปไหนกับเขาเลย คงจะเบื่อ ตัวเล็กอย่างงี้น่ะ ถ้าเฉาไปนะ คงหดเหลือตัวเท่านี้แน่เอริควางแก้วกาแฟหอมลงบนโต๊ะตัวเล็กด้านหน้าก่อนจะทำมือให้ดูไปด้วย ว่าเล็กจริงๆนะ

 

พี่อย่าเว่อร์ ผมไม่ได้ตัวเท่ากระต่ายนะ ถึงได้เล็กขนาดนั้นนะเด็กหนุ่มหันมาค้อนวงโตเข้าให้แน่ะ

ไม่เล็กขนาดนั้นเเต่เล็กขนาดกำลังดี เลยน่ะซิ..ถ้าอยากโตกว่านี้ อืม..ถ้าจะยากแฮะ เพราะนายน่ะหมดวัยโตเเล้วซะด้วยซินา..เอริควางขยี้หัวกลมหนักจนผมที่ชี้ไปมาอยู่บนหัวนั้นยิ่งยุ่งเหยิงหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

 

พี่อ่า....ว่าเเต่ตกลงเรื่องจัดงานนี้โอเคใช่มะ อย่าเบี้ยวนะ เพราะผมอยากได้ของขวัญ..เข้าใจเปล่าเนี่ยแอนดี้หันมาถามเสียยกใหญ่

ฉันเป็นคนถามนายนะ ตัวเล็ก ฉันจะผิดสัญญาได้ยังไงล่ะ ยังไงซะ เดี๋ยววันนี้เราไปซื้อของกันดีไหมล่ะ เดี๋ยวฉันพาไป ไปบอกคนตัวนั้นด้วยนะเอริคยิ้มพรายในใบหน้าเมื่อเห็นว่าสิ่งที่เขากำลังจะทำในอนาคตสามารถสร้างความสุขให้กับคนตรงหน้าได้

 

อย่างน้อยนี้คงเป็นของขวัญที่ดี ทดแทนความเสียใจเรื่องบ้านของเจ้าตัวน้อยนี้ล่ะกันนะ....

 

ว่าเเต่พี่ รถพี่เพิ่งจะโดน เอ่อ..ระเบิด เพราะ..เพราะ...ผมไปไม่ใช่หรอครับแอนดี้ทำเสียงอ่อยลงเมือนึกถึงว่าเพราะตัวเขาเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดรวมถึง เรื่องรถราคาแพงคันนั้นด้วย

ช่างมันเถอะมีอีกตั้งหลายคัน ไม่ตายก็ซื้อใหม่ได้ อย่าห่วงไปเลยน่า หน้าตาฉันเหมือนคนจนหรือไงเอริคยิ้มหันไปถามคนตัวเล็กเพื่อความแน่ใจ

ไม่หรอก ไม่เหมือน เเต่พี่ลองคิดดูซิ ตั้งแต่เกิดเรื่อง มันเหมือนฝันเลยนะ ผมมาอยู่บ้านพี่ใช่ไหม นอกจากนั้น ยังมีเงินใช้ มีข้าวกิน ไม่ต้องทำงาน รู้สึกไม่ดีเลย เหมือนกับว่า..แอนดี้ทำน้ากระอักกระอ่วนที่จะพูดออกมาทั้งหมดอย่างที่ตัวเองคิด

ตัวเล็ก นายน่ะคิดมากเกินไปเเล้ว นายรู้ไหม นายเป็นพยานปากสำคัญที่มีค่าหัวแพงที่สุดในเกาหลีเลยนะตอนนี้น่ะ เพราะฉะนั้น นายเป็นคนที่รัฐบาลจะต้องปกป้องมากที่สุด วางใจเถอะ เลิกคิดมาเสีย..เเล้วไปปลุกพี่ชายนายซะ เราจะได้ไปซื้อของกันเอริคยิ้มในที พูดปลอบ ไล่ให้คนคิดมากไปทำหน้าที่ของตน ซึ่งคนตัวเล็กที่ได้ฟังคำอีกคนก็มีสีหน้าดีขึ้นทันตา ก่อนจะวิ่งหายเข้าห้องนอนนั้น ไม่ลืมเลยที่จะโค้งตัวลงต่ำสวยเป็นเชิงขอบคุณ แล้วจึงหายตัวเข้าห้องของตัวเองทันที...

 

ความจริงนอกจากจะทำให้คนตัวเล็กมีความสุขในวันสำคัญนั้นเเล้วยังมีอย่างอื่นที่เขาอยากทำด้วยเหมือนกัน อย่างน้อยช่วยกันภาวนาทีนะว่า พอข้ามคืนวันคริสต์มาสไปเเล้ว เขาจะได้มีคนรักเหมือนคนอื่นเขาซักที

 

***************************************************************************************

 

หลังจากได้รับหน้าที่ การปลุกที่วุ่นวายจ้าละหวั่นจึงตามมาด้วย เริ่มจากการปลุกเฮซองให้ตื่นขึ้นมาโดยการกระโดดทับ พร้อมกับเขย่าคนหน้าสวยไปมาอย่างเเรง

ทำเอาคนที่นอนอยู่พลอยตกใจตื่น นึกว่าบ้านไฟไหม้วอดวาย ที่ไหนได้ พ่อน้องชายตัวดีมาปลุกให้ตื่นไปอาบน้ำ ทำอาหารเช้าเเต่วันน่ะซิ เเถมยังคุยไม่หยุดปากอีกเเน่ะว่าวันนี้เอริคจะพาออกไปซื้อของ จนอดไม่ได้ที่คนเป็นพี่จะยิ้มจากใจจริงเมื่อเห็นน้องมีความสุข รีบเเต่งตัวอย่างที่น้องชายเร่งเร้าๆ

 

คงเป็นครั้งเเรกในประวัติการณ์เป็นเเน่ ที่เฮซอง พ่อหนุ่มสุดเนี้ยบเเละพิถีพิถันในทุกเรื่อง แต่งตัวเร็วขนาดนี้..

 

จนเมื่อทุกคนแต่งองค์ทรงเครื่อง เเละทานอาหารเช้าเรียบร้อยดีแล้วจึงเคลื่อนพลกันได้เสียที เนื่องจากว่ารถคนเก่าของเอริคโดนระเบิดไปเหลือเเต่เศษเหล็ก วันนี้สารถีจึงเปลี่ยนมาเป็นหนุ่มหน้าตาแป้นแล้นคนนี้แทนไปได้

แอนดี้ พอลงจากรถเเล้วอย่าลืมใส่หมวกด้วยล่ะ อย่างน้อยกันไว้ก่อนก็ยังดี..เฮซองหันมาบอกน้องชายที่นั่งด้านข้างพร้อมกับหยิบหมวกไหมพรมสีขาวยื่นให้น้อง

อื้อ..รู้เเล้วล่ะ เเต่เดี๋ยวค่อยใส่นะพี่ซองกี้ ผมเสียทรงหมดแอนดี้หันมายิ้มรับตาแทบปิด ดีใจได้ออกมาจากห้องสี่เหลี่ยมนั้นเสียที..

 

เเละเมื่อพอมาถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ จอนจินไม่ลืมจะติดเครื่องมือล้ำยุคที่เจ้าจียงมันทำให้ตรวจแรงสั่นสะเทือนของการสัมผัส เข้าที่ตัวรถเพื่อที่ว่า ประวัติศาสตร์มันจะได้ไม่ซ้ำรอยเดิม

 

หากการได้ออกมาด้านนอกในเวลาที่จำกัดคือ สองชั่วโมงเท่านั้น ถือเวลาอันมีค่ามากสำหรับแอนดี้ เหตุที่ต้องใช่เวลาน้อยขนาดนั้นคงจะหนีไม่พ้นเรื่องความปลอดภัยและสวัสดิภาพจึงต้องรีบมารีบไปแบบนี้

 

พี่เอริค ต้นนี้ใหญ่ไปไหม..แอนดี้เลือกต้นสนขนาดกลางต้นหนึ่ง เเล้วจึงชี้ชวนให้เอริคมองตาม คนตัวเล็กกะมันจากสายตาว่าน่าจะสูงไม่เทียมเพดานห้องที่อาศัยเท่าไหร่นัก

เดี๋ยวฉันขอดูก่อนนะโตเล็ก...โอเคแหละถ้ามันสูงไปก็เอาค้านข้างล่างมันออกก็ได้นี่เนอะ ไอ้แป้นเมิงมาช่วยกรูดูซิ ว่ามันสูงไปไหมเอริคเรียกเพื่อนซี้ที่ยืนกระจุ๋งจิ๋งซื้อของอยู่กับคนหน้าสวยให้มาช่วยกัน

 

เอาไปเหอะ กรูยุ่งอยู่ไม่เห็นรึไง..เออ ซองกี้ฉันว่าอันนี้ดีกว่า อันนั้นสีมันแปลกๆนะจอนจินหันไปปฏิเสธเพื่อน เเล้วจึงหยิบสายรุ้งสีน้ำเงินขึ้นมาให้คนหน้าสวยดู ปล่อยให้เอริคจัดการกับต้นคริสต์มาสไปเอง

แป๊ะ นายจะบ้าหรอสีน้ำเงินมันทึมจะตาย ฉันว่าสีม่วงดีกว่าฉันชอบ..หยุดเลย ฉันชอบอย่ามาเถียง..เอาอันนี้เเหละว่าแล้วคนสวยก็หยิบเอาสายรุ้งสีม่วงใส่ตะกร้าทันที พร้อมกับหันไปเลือกไฟดวงเล็กเพื่อมาประดับ ซึ่งคนที่โดนบอกปัดก็ได้เเต่ยิ้มมีหรือเขาจะไม่ยอมคนหน้าสวยคนนี้

 

แป๊ะนายมานี่เร็ว...นายว่าสีทองกับสีเงินอันไหนมันเข้ากับสีม่วงอะเฮซองหันมามองคนที่ถือตะกร้าเดินมาตามมาห่าง โชว์เอาลูกกระพวนกมๆในมือให้ดู

มันเข้าทั้งสองสีนั้นเเหละพอสิ้นเสียงคนสวยก็ส่งยิ้มให้อย่างชอบใจในคำตอบ โยนกระพวนอีกเกือบสิบลูกเห็นจะได้ลงตะกร้า แน่ล่ะเวลาซื้อของมคนทั้งช่วยถือ ช่วยเลือก ช่วยจ่ายเงินน่ะ สบายจะตายไป แถมไม่ขัดให้เสียอารมณ์อีกต่างหาก

 

หารู้ไม่เลยว่า ก็คนที่คอยเดิมตามไม่ห่างกายนั้นน่ะตอนนี้หลงเอารอยยิ้มสวยๆนั้นจนแทบจะโงไม่ขึ้น ไหนจะความเอาเเต่ใจนั้นอีก น่าปราบพยศออกขนาดนี้ ต่อให้เฮซองชี้นกก็เป็นนกชี้ไม้คงเป็นไม้เเล้วล่ะ ต่อให้อยากได้ยานแม่ของเอริค จะตะกายไปหัดเสาอากาศมาให้ยังได้เลย

 

ยืนยิ้มอะไรอยู่ได้คนเดียว มานี่เร็ว...ไอ้แป๊ะนี่เฮซองตะโกนเรียกคนที่ยืนจ้องมองเขาอยู่นานสองนานจนชักเขิน แถมสายตาหวานๆนั้นอีก ทำเอาใจเต้นได้เหมือนกันนะ

ก็ไม่มีอะไร ยืนยิ้มให้คนที่ถูกใจน่ะจะเป็นไรไปจอนจินเดินมายืนซ้อนที่ด้านหลัง บรรจงพูดเน้นย้ำหนักให้คนตัวบางได้ยินอย่างชัดเจน ทำเอาคนฟังเกือบลมออกหูด้วยความเขิน

 

ถูกใจบ้าบออะไรไอ้แป๊ะ คนตั้งเยอะแยะอย่ามาหน้าหนาแถวนี้ เวลายิ่งน้อยๆอยู่ ไปซื้อของต่อเลยไปร่างโปร่งหันมาดันอกแกร่งออกห่าง ไม่รู้ว่าใบหน้าขาวๆของตัวเองจะแดงไปถึงไหนต่อไหนเเล้วรู้เเต่มันความร้อนมันสูบฉีดเหลือเกิน

โธ่...ก็รู้อยู่ว่าคนเขาชอบนี่นา..ใจอ่อนซักทีเถอะนะ เเค่นี้ฉันก็ไปไหนไม่ได้อยู่เเล้วนี่คราวนี้คนตัวโตถือโอกาสรวบมือบางของคนช่างโวยวายมาแนบอกพร้อมกับส่งสายตาออดอ้อนไปด้วย

คราวนี้ทำเอาคนเสียหายเหวอไปเลย บทจะขอความรักก็ขอเอาเสียดื้อๆอย่างนี้เลยหรอเนี่ย...ไปไม่เป็นเลยแฮะ ตั้งเเต่ทำอาชีพโฮสมาแม้จะถูกบอกรักไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เเต่ทำไมตอนนี้ หัวใจของเขาถึงเต้นเเรงจนเหมือนจะเบิดออกมาจากอกขนาดนี้นะ

 

อ..ไอ้..ไอ้แป๊ะบ้า เพ้อเจ้ออะไรของนาย ประสาท คนตั้งเยอะตั้งแยะไม่เห็นรึไง ผู้ชายบ้ามาอะไรมายืนอ้อนผู้ชายด้วยกันเฮซองที่มองซ้ายมองขวา หาข้ออ้างไปต่างๆนาๆ ด้วยความอายเหลือแสน

ไม่มีใครเขาสนใจหรอกน่า ช่างเขาซิอยากมองๆไปซิ ก็ฉันรักของฉัน ชอบของฉันนี่ ว่าเเต่นายน่ะ..ให้ความหวังซักนิดเถอะนะ..จอนจินยังคงอ้อนไม่เลิก ส่งเสียงอ่อนหวานไปให้ พร้อมกับดวงตาที่จริงจังเป็นประกายสบตาคนที่ยืนหน้าเเดงอยู่ต่อหน้าเขาคนนี้

 

ไม่ได้อยากเร่งเร้าอะไรหรอกนะ เเต่พอเห็นเขินๆเเบบนี้เเล้วมันชักอยากเร่งให้เป็นของเขาเสียเร็วๆเหลือเกิน ก็ชอบอยู่หรอกนะกับความสวยของใบหน้า กับการวางท่าสง่างามนั้นก็ชอบเหมือนกัน เเต่ท่าทางเขินอายหน้าแดงแบบนี้ หรืออาการติดขัดเวลานึกอะไรไม่ออก จนต้องลุกลี้ลุกลนนี้มันชอบเสียยิ่งกว่าอะไร

 

....ก็...จะให้ทำยังไงเล่า บ้าไปใหญ่เเล้ว พอๆๆฉันจะรีบไปจ่ายเงินเเล้วตาเรียวเสมองไปทางอื่น ไม่กล้าสบตาคนตัวสูงกว่า ด้วยความจริงจะเปิดเผยออกมาจากตาคู่งามของตน

 

เดี๋ยวซิ เอาเป็นเเค่พยักหน้าก็ได้ บอกหน่อยซิว่าอยากให้ทำอย่างนี้ต่อไปไหม เเค่นั้นเอง...ขอเเค่นิดเดียวได้ไหมชายหนุ่มส่งเสียงเว้าวอน แถมยื่นขอเสนอไปให้อีกแน่ะ

 

จนคนฟังต้องคิดหนักเลยแฮะว่าจะเอายังไงดี..หากความจริงก็ไม่อยากปฏิเสธหัวใจตัวเองเลยแม้เเต่น้อยว่ามีใจให้เขาไปกว่าครึ่งเเล้วนี่ซิ...

ในที่สุดก็ต้านทานใจตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป ต้องยอมจำนนต่อความรู้สึก ใบหน้าหวานพยักเบาๆ หากไม่สังเกตดีเเล้วก็คงไม่เห็นเป็นแน่...

เเต่นั้นก็มากพอที่จะทำให้หัวใจใครบางคนเต็มตื่นขึ้นมาอย่างรู้เต็มอก จนมือที่กุมกันเอาไว้นั้นบีบแรงๆอย่างลืมตัว

ตอนนี้ขอเเค่นี้นะ จะไม่เร่งรัดว่าเราเป็นคนรักกัน..ขอแค่นี้เท่านั้น จนกว่านายจะพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยมาตกลงกันนะคำถามนี่ถูกส่งออกไปอีกครั้ง แล้วสิ่งที่ได้กลับมาก็เป็นการพยักหน้าเบาๆเช่นเดิม...

 

ไม่ได้อยากจะชอบผู้ชายด้วยกันเลยจริงๆให้ตายเหอะ เเล้วนี่กรูเป็นอะไรมากไหมเนี่ย ทำตัวบ้าอย่างกับผู้หญิง เเต่ทำไมว่ะกับไอ้นี้ไม่ไหวจริงๆเอาไม่อยู่เลยโว้ยยยยย!!!!

ตอนนี้นายเฮซองแทบจะมุดดินหนีให้มันรู้เเล้วรู้รอดเสียให้ได้ เลยซิเนี่ย เกิดมามีความรักกับเขา...แม้จะผิดปกติไปบ้างเเต่นั้นก็ทำให้หัวใจสุขล้นอย่างประหลาดเหลือเกิน

 

เเละจะสุขกว่านี้เยอะถ้าสายตาไม่เหลือบไปเห็นน้องชายตัวดีแอบยืนเหล่อยู่พร้อมด้วยใบหน้าแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ไกลๆ จนต้องงฝืนตัวออกห่างอีกคนเบาๆ

 

นั้นแน่..ทำอะไรอะ คนเยอะแยะนะ ทำอะไรกัน..แอนดี้แกล้งถามน้ำเสียงเย้าแหย่

อะไรของนายไม่ได้ทำอะไรเลย โน่น ฉันจะไปจ่ายเงินเเล้ว..เฮซองแกล้งกลบเกลื่อนเรื่องของตัวเองทันที ก่อนจะรีบเดินเข้าหาน้องชายของตนในขณะที่คู่เพื่อนซี้สองคนได้เดินไปแอบคุยกัน

ไม่เลวนี่หว่าแกน่ะ..เอริคพูดเสียงเบาพอให้ได้ยินกันเพียงเเค่ลำพัง

แน่นอน เดี๋ยวนี้แกก็ใช่ย่อยนี่ เห็นยืนเลือกอะไรกันน่ะ ตาหวานเชียว...จอนจินเองก็ตอบโต้กลับไป..จนทั้งคู่ได้เเต่มองหน้าอย่างเข้าใจกันเอง

 

เออ งั้น แอนดี้นายช่วยไปอยู่กับไอ้แป้นมันซักเดี๋ยวนะ ฉันขอไปทำธุระแป๊บแล้วเดี๋ยวกลับมา...ฝากด้วยนะเอริคพูดเสียงดังขึ้นเป็นเชิงเรียกให้คนที่มัวแต่เลือกของได้ยิน ก่อนจะหันมาตบไหล่เพื่อนซี้เป็นเชิงฝากเเล้วจึงเดินหายไป...

 

******************************************************************************************

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

Fic Please love me my bodyguard part 22

 

Part 22

 

แกร๊ก../ ปัง!! เสียงเปิดประตูดึงเอาความสนใจของกลุ่มคนที่นั่งล้อมรอบสำรับอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะได้เป็นอย่างดี จนสายตาทุกคู่ต้องเบนมาหา

สองพี่น้องที่เดินจูงมืออกมาด้วยกัน คนหนึ่งเเค่เพียงร่องรอยเเดงที่ตรงปลายจมูกน้อยๆ หากคนที่ตัวเล็กกว่านั้นเเค่เพียงดูก็รู้ว่าผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักหน่วง สังเกตจากตาที่เล็กอยู่เเล้วนั้น บวมเสียจนแทบปิดลงมาเลยทีเดียว ส่วนจมูกไม่ต้องพูดถึงแดงเถือก

 

เอ่อ ขอโทษทีนะ เพราะผมคนเดียว ทำกร่อยไปหมดเลย แถมยังต้องมานั่งรอจนอาหารเย็นชืด..ดูท่าจะกินไม่ได้เเล้ว..แอนดี้เหลือบตาบวมๆขึ้นมองทุกอย่างเกรงใจ พร้อมกับก้มหัวลงแสดงความเสียใจ

 

ตัวเล็ก..นายอย่าคิดอย่างงั้นซิ เรื่องกินน่ะช่างมันเถอะ ว่าเเต่..เป็นยังไงบ้าง..เอริคพูดขัดขึ้น ไต่ถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน หากนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ความเสียใจที่ผ่านมาลดทอนไปมากกว่าครึ่งไหนเลยจะสายที่เเสดงถึงความห่วงใยอย่างไม่ปิดบังอีกเล่า จนเกิดเป็นความรู้สึกที่ว่า หากคนๆนี้จะเป็นคนที่ เขาจะสามารถร้องไห้ได้ก็คงดีไม่น้อย..

 

ไม่เป็นไรเเล้วฮะ  ผมโอเคเเล้วคนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นยิ้มตอบ เเต่มันยังไม่ทำให้ทุกคนสบายใจได้อยู่ดี..

นายโอเคจริงๆนะ จียงเป็นห่วงดูซิ จมูกแดงกวางเรนเดียร์หมดเลยคนรูปร่างผอมบาง ลุกขึ้นมาดูใกล้ๆ ด้วยความห่วงใยจากใจจริง นั้นยิ่งทำให้คนบ่อน้ำตาตื้นอย่างแอนดี้อยากจะร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้ง

 

ไม่ว่าจะด้วยสายตา ไม่ว่าจะคำพูด หรือแม้เเต่การกระทำที่เขาสัมผัสมันได้ด้วยใจ จากคนที่ยืนอยู่ตรงนี้นั้น ล้วนเเล้วเเต่เต็มไปด้วยความรักทั้งสิ้น..

ทำไมนะ คนที่ไม่เคยรู้จัก ไม่ใช่ญาติพี่น้อง ถึงได้ดีกับเขาถึงขนาดนี้ จนมันอดไม่เลยที่ดีใจเหลือเกิน

 

อ้าว นั้นทำท่าจะร้องไห้อีกเเล้วเจ็บตรงไหนเนี่ยจียงมองคนที่น้ำตาเอ่อขึ้นมา ด้วยท่าทางตกใจอย่างที่สุด

เปล่าๆ ไม่ได้เจ็บ เเค่ดีใจน่ะ ไม่เป็นไรแล้วจริงๆ เชื่อเหอะ..แอนดี้ตอบ พร้อมเอามือปาดน้ำตาของตัวเองทิ้งแล้วจึงส่งยิ้มอ่อนๆให้กับทุกคน

 

เอาล่ะ ถ้างั้น ไหนๆกับข้าวนี้ก็เย็นหมดเเล้วเอาเป็นว่า เราสั่งอะไรเข้ามากินกันในบ้านนี้ล่ะ ไม่ต้องคิดมากๆ!!” มินวูตะโกนเสียงดัง เพื่อสร้างบรรยากาศให้ดูดีขึ้นมาทันตาเห็น

หม้อไฟๆๆๆๆ จียงรีบตะโกนแข่งมาเเรง ในสิ่งที่ตนเองอยากกินตอนนี้

เออ ใช่เเกติดเลี้ยงข้างพวกฉันนี้หว่า เพราะเมื่อเช้านี้ จอแดนชนะ เมิงโทรสั่งหม้อไฟด่วนเลย กรูก็อยากกินกร๊ากกกกกกจอนจินที่ความจำดีเสริมอีกเป็นกำลัง ทำเอาคนต้นคิดแอบจ๋อยไปเลย

 

งั้นหม้อไฟก็ได้ว่ะ ไป..ไปสั่ง หม้อไฟสิบคน พอใจยังคนหน้าแมวน้ำพูดเสียงอย่างองอาจแม้ ทรัพย์จะจางตามไปด้วย

โอเค งั้นเดี๋ยวฉันกับน้องช่วยจัดโต๊ะให้ละกัน พวกนายไปนั่งเล่นรอก่อนไปเฮซองไล่ทุกคนออกจากห้องครัวที่รักของเขา แต่เจ้าของเป็นคนอื่น

 

ไม่ต้องหรอก บางอันมันยังกินได้ เเค่เอาอุ่นเอง ไว้เก็บเอาไก่ต้มโสมทำข้าวต้มพรุ่งนี้เช้าก็ได้นะ อีกอย่างเดี๋ยวพวกฉันเก็บเองนายไปนั่งเล่นกับคนอื่นไปจอนจินเป็นฝ่ายอาสารับหน้าที่เป็นฝ่ายเก็บล้างให้ แถมยังเป็นการประหยัดในภาวะโลกร้อนได้อีกด้วยแฮะ

อ๋อ หมายถึงแกจะทำคนเดียวใช่ไหม ฉันจะได้ไปนั่งเล่นกับแอนดี้ด้วยคนไงเอริคเดินมาตบไหล่เพื่อนสองทีดังปุๆ ตั้งท่าจะเดินออกจากห้องครัว..

 

เดี๋ยวๆ ไม่ต้องหรอกแป๊ะ นายไปเล่นกับแอนดี้ก็ได้ เดี๋ยวเอริค นายช่วยฉันเก็บนี่ล่ะเฮซองเบรคได้ทันที่เอริคจะเเถเนียนออกไปเสียก่อน

 

ห..หา!!”หลายเสียงที่ประสานกันทั้งมินวู จอนจินเเละเอริค จะเพราะอะไรเสีย นอกจากว่าเป็นที่รู้กันอยู่ว่าสองคนนี้เเอบเคืองๆกันตั้งเเต่สมัยที่เอริคเจอกันใหม่ๆ มิใช่หรือ

ไม่ต้องหา หาอะไร..ข้าววางอยู่บนโต๊ะ ส่วนคนอื่นก็ออกไปได้เเล้ว เสียเวลา กินข้าวดึกแอนดี้ปวดท้อง พ่อด่าเลี้ยงหัวเลยนะคนหน้าสวยทำเสียงงวดขึ้นทันที โดยที่ผู้ที่ถูกไล่ก็รีบทยอยออกไปเเบบไม่ได้นัดหมาย เเค่หายใจเข้าทีเดียวห้องอาหารก็เหลือเเค่เพียง เฮซอง และเอริคเสียเเล้ว

 

ในขณะที่เฮซองเริ่มลงมือหยิบจานต่างๆเข้าตู้เย็น ขณะเดียวกันเอริคเองก็หยิบจับของในอ่างล้างจานขึ้นมาทำความสะอาดเหมือนกัน

เฮซอง นายนึกยังไงถึงให้ฉันเป็นคนช่วยเนี่ย กินยาไม่เปิดขวดรึไงแทนที่จะทำหน้าที่ของตัวเองไปอย่างเงียบยังอุตส่าห์แกว่งหาเท้าคนสวยอีกแน่ะ

ก็ไม่อยากอยู่เสวนามากนักหรอกนะ ไม่อยากมีเพื่อนเป็นคนนอกโลกเหมือนกัน รู้จักกับนายทีอย่าว่าเเต่กินยาไม่เปิดขวดเลย กินทั้งลังก็ไม่แปลกเฮซองยักไหล่ไปมาทำท่าทีอย่างที่พูดจริง

 

แล้วนายให้ฉันอยู่ช่วยทำไมล่ะเอริคหันมามองคู่สนทนาตรงๆ พร้อมกับขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน

มีเรื่องอยากถามซักสองสามอย่างน่ะ กินน้ำไหมคนหน้าสวยตอบไปตามตรงก่อนจะยื่นแก้วน้ำที่ตนกินข้างไว้ให้ชายหนุ่มตรงข้าม

ขอบใจ..ว่าเเต่เรื่องอะไรล่ะเอริครับแก้วน้ำมา ไม่ลืมมารยาทของตนด้วยเช่นกัน ในขณะเฮซองยื่นคอไปดูที่ห้องนั่งเล่นไม่เห็นอะไรผิดปกติจึงถามต่อ

 

นายชอบน้องฉันใช่ไหม / พรวด!!!”

คำถามตรงเผงถูกยิงออกมาเต็มๆ จนคนที่กำลังจะดื่มน้ำจนหมดสำลักพ่นออกมา เพียงเเต่ไม่โดนอีกคนที่ยืนอยู่เพราะว่าเอี่ยวตัวหลบได้ทันเสียก่อน

 

นี่...นาย!!”

เออน่า..ตอบๆมาเหอะ อยากรู้เเค่นั้น เฮซองเป็นฝ่ายเร่งเอาคำตอบจากอีกคนด้วยใบหน้าที่ดูไม่ตกใจ ไม่สะเทือน เเละไม่เดือดร้อน..

 

ก..ก็..อืม!!”เอริคเกิดอาการอึกอัก ลิ้นในปากดูเหมือนจะพิการใช้งานได้ไม่ดีขึ้นมาชั่วขณะเสียดื้อๆ ในเมื่อความเป็นจริงเเล้วนั้น ก็รู้อยู่ว่าสิ่งที่อยากตอบออกไปมีเพียงเเค่หนึ่งเดียว

 

อย่าได้ถามเลยว่าเเค่ชอบหรือไม่ หากเปรียบให้ถูกเเล้วละก็ เด็กหนุ่มคนที่เป็นหัวข้อของการสนทนานี้เเทยจะกำหนดลมหายใจที่เข้าออกของเขาเสียด้วยซ้ำไป  ตลอดเวลาสามสัปดาห์ที่เจอกันมานี้ เเม้เป็นช่วงเวลาที่เเสนสั้นที่ เเต่มันก็ทำให้เรียนรู้ถึงคำว่ารักได้ไม่ยาก

ไม่รู้ว่ามันเริ่มขึ้นเมื่อไหร่ ถงต่อเมื่อกามเทพผู้เป็นใหญ่เเห่งรักทั้งมวลได้กำหนดชะตาให้คนที่ควรเคียงคู่ได้พบเจอเเล้ว รักนั้นคงบังเกิดได้ไม่ยาก ไม่ใช่หรือ...

 

อย่ามาอึกอัก เอาสั้นๆได้ใจความ ว่าชอบหรือไม่ชอบ พูดให้มันชัด จะตายรึไง!!”คนที่รอฟังคำตอบเริ่มชักมีอารมณ์ขึ้นมาบ้างเเล้ว ด้วยความรำคาญเเละใคร่อยากรู้เร็วๆ ทำให้ชายหนุ่มได้หลุดออกมาจากภวังค์ความคิดของตน

 

เออ ชอบ..รัก พอใจรึยังเอริคเองก็ตอบด้วยความรำคาญไม่แพ้กันเท่าไหร่ เนื่องจากทั้งความอาย บวกกับการโดนเร่งเร้าของคนถาม

แค่นั้นเเหละ ยืดเยื้ออยู่ได้ เอาเป็น..ยังไงฉันก็ฝากแอนดี้ด้วยละกัน เดี๋ยวล้างแก้วนั้นด้วยนะ ฉันจะออกไปรอข้างนอกเเล้วเฮซองพูดทุกอย่างอย่างเป็นปกติราวกับ พูดถึงเรื่องดิน ฟ้า อากาศ ไม่ใช่เรื่องของความรู้สึก นอกจากนั้นเจ้าของบ้านยังโดนสั่งให้ล้างแก้วที่ตัวเองถืออยู่ โดยผู้อาศัยคนอื่นอีกแน่ะ

 

หากคำที่สะดุดหูของเอริคที่สุด เห็นจะเป็นคำที่เฮซอง..ฝากแอนดี้ไว้กับเขาน่ะซิ

 

******************************************************************************************

 

พอหลังจากการจัดข้าวจัดข้าวในห้องครัว มาสู่การเตรียมหม้อไฟชุดใหม่ บรรยากาศจึงดูดีขึ้นมาอย่างทันตาเห็น  เพราะตอนนี้ทุกคนนั่งล้อมวงมองเห็นหน้ากันชัดทุกคนโดยเฉพาะเเละจียงที่นั่งข้างๆกัน เห็นชัดเป็นพิเศษเลย โดยที่คนอื่นก็ไม่ใจร้ายมากโดยการเอาเเอนดี้มานั่งขนาบไว้อีกด้านเช่นกัน

 

เอ้า ครบองค์ประชุม อันตัวกระผม ราชาหม้อไฟ ผู้จ่ายตังค์ ขอเปิดหม้อ ณ บัดนี้มินวูเปิดฝาหม้อขึ้นมา ให้ได้เห็นน้ำซุปและผักต่างๆ ดูน่ากินกว่าอื่นใด ยิ่งหิ้วท้องรอกันมาจนปาเข้าไปจะสี่ทุ่มอยู่รอมร่อเเล้ว ยิ่งทำให้น้ำย่อยในท้องส่งเสียงครวญครางกันลั่นไปหมด

จียง ถอยมาหน่อย เดี๋ยวน้ำลายหยดลงไปในหม้อเทมโปดึงให้คนตัวบางเอาหน้าถอยห่างจากหม้อที่กำลังร้อนๆนั้น ไม่ใช่เพราะกลัวน้ำลายจะหกลงไปจริงๆ เเต่กลัวว่าไอร้อนจะลวกหน้าไปได้เจ็บตัวไปเสียก่อน

 

ถูกต้อง..พวกฉันไม่อยากเป็นทายาทอสูรเเกหรอกนะ..เหอะจอนจิน แอบพูดแทรกขึ้นมาทำเอา มีหรือจียงจะอยู่เฉย

โหย น้ำลายจียงนะ ไม่ใช่พิษตะขาบ ไม่แพร่หรอกน่า เฮียอย่าเว่อร์ๆ เเล้วเป็นทายาทจียงก็ดีออก จะได้บ้าเหมือนกันไงเจ้าตัวแสบแอบบ่นเล็กน้อย แล้วจึงตามด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจของตน

เหอะ..รู้ตัวด้วยเรอะว่าบ้า เอ่อ..ว่าเเต่นี้มันอะไรเนี่ย..เสียงเอริคถามขึ้นท่ามกลางคนในวงอาหาร มือใหญ่คีบเอาผักใบเขียวหน้าตาประหลาดขึ้นมาพลิกไปมา เเลดูเเล้วไม่น่าจะเป็นรูปร่างตามธรรมชาติ อย่างที่มันควรจะเป็นเอาเสียเลย

อันนี้จียงทำเอง ทำจากใจให้หัวหน้า เพื่อหัวหน้าเลยนา... ดูดีๆ ซิครับนั้นมันรูป..อีทีนะจียงอธิบายออกมาด้วยใบหน้ายิ้มเเย้มเเจ่มใส ภูมิใจในฝีมือของตัวเอง

ฉันจะขอบใจเเกดีไหมเนี่ย..เฮ้อ..เอาเถอะว่าเเล้วก็ตักมันเข้าจานไปอย่างเสียไม่ได้ กลัวคนทำมันจะเสียใจ

 

มิได้ครับ คนฉลาดอย่างจียงซะอย่าง..ท่านหัวหน้าล้วนๆ..

เอาน่า..เลิกแกล้งไอ้จียงซะทีเหอะ จะได้กินซะที ขืนให้มันพูดมากกว่านี้ มีหวังน้ำลายเเกสามคนคงเต็มหม้อ อ้าว..เอ็มทำไมนายไม่ใส่หมูลงไปเล่าดองวานเลยได้เป็นฝ่ายห้ามทับไปแทน ไม่วายจะหันมาใส่ให้คนข้างตัวคีบเนื้อลงหม้อ

 

อะไรเนี่ย ฉันเป็นคนเสียเงินเเล้วยังต้องทำให้นายด้วยหรอเนี่ยคนถูกสั่งเเอบบ่นเสียงเบาเเต่มีหรือคนที่นั่งอยู่ด้วยจะไม่ได้ยิน

บ่นอะไรงึมงัมๆ ไม่ทำก็ไม่ต้องทำฉันทำก็ได้ดองวานพูดเหมือนไม่ใส่  พร้อมกับทำท่ามองหาชามที่เเยกใส่เนื้อเอาไว้

ทำคร้าบบบ...ผมทำให้คร้าบ สุดที่รักกลับบ้านไปต้องให้รางวัลด้วยเลยนั้นเเน่ ยังเเถเนียนต่อรองได้อีกเเฮะ

เออ..ไว้กลับบ้านไปค่อยเคลียร์กัน โอเคไหม..ทำไมต้องมาพูดที่นี้เนี่ย..เเม้จะพูดเเบ่งรับเเบ่งสู้ หากเเต่คนฟังกลับรู้คำตอบดีว่านั้นเป็น สัญญาณในการตอบตกลงจากอีกฝ่ายเเล้ว

โอ้โห!! สู้ตายล่ะกรูวันนี้..วานนี่มาหอมทีนะที่ร้ากกกกกกกก...ฟอด!!”มีหรือคนปากว่ามือถึงอย่างมินวูจะเเค่พูดอย่างเดียว ยื่นหน้าไปหอมแก้มอย่างที่บอกจริงๆ

 

แอนดี้ นายว่าหม้อไฟวันนี้มัน...หวานๆเลี่ยนๆชอบกลไหมเอริคหันไปถามคนนั่งคอนเติมผักเติมหมูลงในหม้ออยู่นั้นล่ะ

ไหนๆ ขอผมชิมก่อนนะ...หือ ใครเอาน้ำตาลใส่ลงไปเนี่ย อ๋อ..สงสัยจะเป็นสองคนที่นั่งสวีทกันจนน้ำตามันกระเด็นลงไปแน่เลยพี่แอนดี้ที่รับมุกเอริคมาอีกทอด จึงได้จังหวะแซวกับเขาเหมือนกัน

หือ..เดี๋ยวนี้ เข้ากันดี เป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียว สนิทกันขนาดนั้นตั้งเเต่ตอนไหนเนี่ย..นั้นโดนเอาคืนบ้างเเล้วเป็นไงล่ะ จากพ่อกระทาชายมินวูนี่เองหาใช่ใครอื่นเลย ทำเอาสองคนนั้นเหลือบตามองกันน้อยก่อนคีบเอาผักเข้าปากกันไปคนล่ะชิ้น เลยทำให้คนอื่นหันมาตั้งหน้าตั้งตากินกันบ้างก่อนที่ของในหม้อจะอันตรธานหายไปหมด

 

ในช่วงที่กำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อยไปอย่างเงียบๆนั้นเอง สายตาทั้งหกคู่ ยังคงจับจ้องไปที่บุคคลสองคนที่สร้างวิมานขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ภาพที่ชายหนุ่มหน้าตาคมเข้ม ที่ในยามปกติเเล้วจะคอยเเต่ตีสีหน้าเคร่งขรึมตลอดนั้น กำลังจับตะเกียบคู่ยาวในมือสั่งเอาชิ้นเนื้อบางในหม้ออาหารตรงหน้าเวียนส่งให้คนตัวเล็กที่นั่งด้านข้างไม่ขาด ซึ่งคนตัวเล็กนั้นเองก็ผลัดกันส่งเอาเนื้อที่ตนเองตักได้ใส่จานใบ ชายหนุ่มนั้นเสมือนการตอบเเทนที่เเสนเต็มใจทำ

 

ไม่มีการขัดคอ ไม่มีการพูดจาให้ทั้งสองที่ตกอยู่ในโลกของกันและกันนั้นได้รู้สึกตัว ไม่อยากไปทำลายสิ่งสวยงามที่กำลังเกิดขึ้นอยู่นี้ เเต่ทุกคนกลับเลือกที่จะปล่อยให้ความสัมพันธ์ที่ดีงามนั้นงอกเงย เหมือนต้นไม้ที่ได้รับการดูแลใส่ปุ๋ยพรวนดินจนหยั่งรากลึกเติบโตต่อไปในแบบที่มันควรจะเป็นเสียดีกว่า..

 

*****************************************************************************************

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics

Fic Please love me my bodyguard part 24

 

Part 24

 

การซื้อของอย่างบ้ารำห่าผ่านไป จนแล้วจนรอดก็อยู่ในกำหนดเวลาไม่ขาดไม่เกิน สองชั่วโมงพอดิบพอดี จึงได้ฤกษ์ขนทีมงานกันกลับห้องเสียที ตอนนี้ไม่ว่าตัวเล็กตัวโต หรือจะตัวบางตัวใหญ่ ก็ต้องหอบหิ้วของพะรุงพะรังกันคนละไม้ละมือบ้างก็สองถุงสามถุง อย่างไม่ต้องสงสัย

 

โอย ไม่รู้ตัวเลยนะเนี่ย..ว่าจะซื้ออะไรเยอะแยะขนาดนี้น่ะแอนดี้บ่นกระปอดกระแปดลากทั้งขา เเละทั้งถุงขึ้นมายันชั้นบนสุดของตัวตึกซึ่งไม่มีลิฟมาบริการซักนิด

จะบ่นทำไมไอเตี้ย ตอนซื้อน่ะหยิบเอาๆ จะโน่นนี่นี่นั้น เเต่พอให้ถือล่ะทำเสียงดังนี่เป็นหนึ่งในน้อยครั้งที่ เฮซองจะแอบดุน้องชายตัวเอง เนื่องด้วยความหมั่นไส้น้องเล็กอย่างเป็นกำลัง ใครๆก็เห็นว่าแอนดี้น่ะตัวเล็ก น่ารัก ถุงในมือนั้นก็เบากว่าของเขาตั้งเยอะยังจะทำบ่นอีก

 

แหม่ ก็นะ พี่ซองกี้อะ ผมไม่บ่นก็ได้เดี๋ยวพี่ให้ของขวัญผมพรุ่งนี้คนตัวเล็กทำท่าฮึดขึ้นมาทันทีอย่างไม่ต้องมีแรงกระตุ้นก็กระตุ้นมันเองนี่ล่ะ

โห น้องฉันทำดีหวังผลล้านเปอร์เซ็นต์ ต่อหน้าต่อตาเลยนะเนี่ย เเล้วถ้าบ้านไฟไหม้ มันไม่เอาเอกสารมอบทรัพย์สมบัติให้ตัวมัน ให้กรูเซนต์ หรือเปล่าเนี่ยคนหน้าสวยแอบบ่นไปด้วยในขณะที่ตัวเองต้องแบกเอาถุงเจ้ากรรมที่เต็มไปด้วยสายรุ้งขึ้นห้อง เช่นเดียวกับชายอีกสองคนที่เดินตามกันมาอย่างเงียบๆ นานๆทีจะได้เห็นพี่ชายเขาหยอกน้องเเรงๆเเบบนี้นะเนี่ย

 

พี่..บ้านเรามีสมบัติอะไรมาก..ไม่เอาหรอก ผมให้พี่เลี้ยงผมไปอย่างงี้เเหละดีเเล้ว ถึงไฟไหม้พี่ก็ไปกับผมด้วยนะ พี่ซองกี้จ๋า..แอนดี้ลอยหน้าลอยตาพูดอย่างสบายใจเฉิบ ยิ่งทำเอาคนสวยอยากเอาหัวโขกกับราวบันไดหินอ่อนสีชมพูสวยนี้เเรงๆเหลือเกิน น้องฉันไม่ค่อยเลยจริงๆ

 

เเล้วนี่ จะสูงไปไหนเนี่ย ฉันล่ะอยากเห็นหน้าเจ้าของตึกมันจริงๆเลย ทำไมไม่สร้างลิฟฟระเนี่ย!!!”เฮซองเองก็เหนื่อยมากเเล้ว แม้ว่าขอในมือจะไม่หนักเท่าต้นคริสต์มาสเเละถุงอาหารที่ชายสองคนนั้นถือมาก็ตามที หากก็อดไม่ได้ที่จะโวยวาย

 

ก็ลิฟมันไม่เข้ากับตึก ตึกนี่มันสไตล์เก่า สร้างลิฟทีคงหมดราคา พ่อฉันเขาว่าอย่างนั้นน่ะเอริคที่เดินเงียบๆมานานตอบขึ้นอย่างเรียบเฉยหากเรียกสายตาสองคู่ที่เดินนำหน้าได้เป็นอย่างดี

หา!! ว่าไงนะ..นายบอกว่าพ่อนายหรอเฮซองเป็นคนเลือกที่ฝ่ายถาม เอง

ก็พวกนายไม่เคยถาม ไอ้ตึกก่อนหน้านี้ก็ใช่ ไม่งั้น มันไม่เงินมาใช้ขนาดนี้หรอกคราวนี้จอนจินเป็นฝ่ายตอบเเทนเล่นเอาคนตัวบางตาโต..ในขณะที่น้องชายตัวเล็กของเข้าใบ้รับประทานไปแล้ว ในหัวน่ะคิดเเต่เรื่อง...

 

โอ..ตึกนี้ของเอริค...โอ...ถ้าทางจะแพง ไม่ซิ โคตรแพงแน่นอน แถมมีคนเช่าเต็มทุกห้องเลยด้วย เเต่ละคนดูมีเงินทั้งนั้น โอวว เงิน!! หน่วย..สิบ..ร้อย..พัน..หมื่น..แสน..ล้าน..เเละที่มากกว่านั้น.. ว้าว...ถ้าได้เป็นคนรักมีหวังรวยไปทั้งชาติเป็นหนูตกถังข้าวสารชัวร์ๆ แถมเขาก็หน้าตาดีดูมีชาติตระกูล แต่งตัวก็มีรสนิยม เรื่องศิลปะป้องกันตัวก็ไม่ต้องพูดถึง..เป็นเลิศ

 

หันไปดูเขาย้อนมองดูตัวเรา เงิน..อย่าว่าเเต่ร้อยวอนเลย ชั่วโมงนี้สิบวอนถึงไหมเนี่ย เรื่องหน้าตาหรอ..ก็พอไปวัดได้ผีไม่หลอกล่ะน่า.. มาที่ชาติตระกูล โอย...เเค่มีคนจำชื่อได้ก็บุญเเค่ไหนเเล้ว อย่าไปหวังเรื่องนามสกุลให้เสียเรื่อง แต่งตัวล่ะ...เอ่อ..เสื้อแบกะดินสุดๆ...กางเกงเอ้าท์เล็ท..อีกต่างหาก ไอ้ของมียี่ห้อเนี่ย เพิ่งเคยได้สัมผัสเพราะเงินของรัฐเชียวนะ.. สุดท้ายศิลปะป้องกันตัว เหอะ..ไม่เอากระบองฟาดหัวตัวเองได้จะดีมาก..

 

สรุป กรูมีอะไรดีกับเขาบ้าง เป็นเเค่พุดเดิ้ล ริอ่านจะไปเห่ายานอวกาศ..ฝันสูงไปไหมแอนดี้... นี่ถ้าเป็นฟุตบอลนะ โดนถล่ม สี่ประตูต่อ ศูนย์ หลุดลุ่ยเห็นๆ..เฮ้อ!!! เอาว่ะ..อย่างน้อย กรูก็แบ๊วว้อยยย!!!!

 

คิดให้กำลังใจตัวเองได้ดังนั้น ก็ยิ้มในหน้าขึ้นมาได้อีกครั้งแม้เหตุผลมันจะฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่เเต่เพียงเท่านี้แอนดี้เองก็มีความสุขได้..และแม้เขาจะไม่ได้ชอบเรา แอนดี้ก็ยังเป็นสุขได้เช่นกัน หากเพียงเขาคนนั้น หยิบยื่นความห่วงใยเล็กน้อยมาให้อย่างที่เขาทำประจำ...

 

กว่าจะลากสังขาร มาถึงชั้นเจ็ดเเบบเงียบๆ ไม่กล้าว่าพาดพิงใครเขาอีก เพราะเนื่องจากรู้ตัวเจ้าของเขาเเล้ว เดี๋ยวเขาเตะโด่งออกไปไร้ที่ซุกหัวนอนล่ะก็แย่น่าดู แถมตอนนี้บ้านที่อยู่ก็เละไปซะแล้วเอาว่ะทนๆเอาหน่อย

 

เหล่ากรรมกรทั้งหายพอมือถึงห้องก็เกิดอาการง่อยเปลี้ยเสียขาขึ้นมาทันที มือไม้พลันจะหมดแรงวางของลงกับพื้นเเรงๆอย่างลืมตัวก่อนที่สองพี่น้องจะรีบคว้าขึ้นมาใหม่อีกครั้ง...

 

พี่ซองกี้เดี๋ยว เจ้าของบ้านเขาเก็บเงินเรานะ ทำพื้นของเขาเป็นรอยอะพี่นั้นยังไม่เลิกมาอยู่ด้วยกัน เจอไอ้จียง เอ็มไม่นานเชื้อตลกมันเเตกซ่านเข้าไปในตัวคนน่ารักเเล้วหรือไง

เออเนอะ เดี๋ยวไม่มีเงินใช้เขาอีก ไป..เราเอาไปวางที่อื่นดีกว่านี่ก็รับมุกกันดีเหลือเกินช่วยกันร่วมเเรงร่วมใจทำเอาคนมองที่เหลือได้เเต่ลอบยิ้มด้วยความชอบใจ

 

ขนของตามพ่อเจ้าความคิดทั้งสองไปอย่างไม่มีปากเสียง มีเเต่รอยยิ้มที่เต็มปากอยู่อย่างนี้เเหละดีที่สุดเเล้ว

 

เเล้วมหกรรมการชำแหละของที่น่าสนุกสนานก็เกิดขึ้นเป็นลำดับต่อไป พวกคนที่เเรงเยอะนั้น มีหน้าที่ใช้เเรงงานให้สมตัวโดยการนั่งประกอบเจ้าต้นไม้เทียมโดยมีคนหน้าสวยยืนสั่งอยู่ไม่ห่าง ในขณะที่เเอนดี้เองก็เเกะเอาสายรุ้งที่ซื้อมาออกจากถุงเเล้วก็เอาไปกองรวมๆกับกระพรวน นางฟ้า คทา ไม้เท้าเล็ก ซานต้าตัวน้อย เเละสำลีเทียมอีกมุมหนึ่ง จนเมื่อเจ้าต้นคริสต์มาสสูงเทียมเพดานนั้นตั้งตรง เเละเเข็งเเรงดีเเล้วการตกแต่งก็ตามมาติดๆ

 

จะว่าสนุกก็คงไม่เชิงจะว่าวุ่นวายก็ไม่ใช่ เเต่เสียงเอะมะเทิ่งนั้น ไม่พ้นจากคนสี่คนนี้เเน่ๆ เนื่องจากเฮซองอยากติดลุงซานต้าเข้าไปตรงมุมหนึ่ง หากเเอนดี้เลือกที่จะติดกระพรวน เเละจอนจินอยากติดคทาแทน สงครามน้ำลายจึงประทุขึ้นทันที โดยหารู้ไม่คนที่ยืนเงียบๆอยู่นั้น ชิงเอานางฟ้าน่ารักตัวเล็กเเขวน ก่อนเดินจากไปเงียบๆไม่ต่างจากตอนมาเลย..ทำเอาคนที่ยืนทะเลาะกันเสียนายต้องทำหน้าเซ็งในอารมณ์

 

กว่าจะเสร็จออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้เล่นเอาเหนื่อยกันเเทบขาดใจ เเต่เมื่อถึงเวลาที่

ได้มองผลงานที่ช่วยกันตกเเต่งอยากเต็มตาเเล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ เเม้จะเคยเห็นต้นไม้ที่ตกเเต่งสวยงามตามห้างสรรพสินค้ามามากมาย สวยกว่าต้นนี้หลายต่อหลายเท่า แต่มันก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเเบบนี้เลย ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อยามมอง..ต่างเหลือเกิน ต้นไม้ที่ใจเเต่ง กับต้นไม้ที่ใช้สมองเเต่ง... อดไม่ได้เยที่จะภูมิใจในสิ่งที่ทำเองกับมือ นี่คงจะสวยที่สุดที่เคยเห็นมาเลยก็ได้...

 

เป็นอะไรทำไมทำหน้างั้นล่ะ..จอนจินที่ยืนด้สนข้างคนหน้าสวยถามขึ้นเบาๆ ด้วยสายตาเป็นประกาย รู้อยู่หรอก ว่าเพราะอะไร

เงือก!! ฉันจะทำหน้าอย่างไรก็เรื่องของฉัน เงือกจริงๆเฮซองหันมาค้อนควับก่อนสะบัดหน้า เดินเข้าครัวไปทันที

 แหม..ฉันเป็นกับนายเเค่คนเดียวเท่านั้นเเหละ.. ...มีหรืออีกคนจะไม่ตามไปน่ะ

 

สวยเนอะ...แอนดี้หันไปพูดกับอีกคนทียืนมองตินไม้ต้นเดียวกัน...

ใช่..ทำเองนี่...เดี๋ยวพรุ่งนี้ ในฐานะที่อายุน้อบสุดเเละตัวเล็กสุด นายต้องตะกายขึ้นไปเอาดาวไปติดรู้ไหมเอริคพูดเนิบๆ หยิบเอาดาวดวงใหญ่ในมือมาโบกให้คนตัวเล็กดู

โอเค เเต่พี่ต้องเอาบันไดมาต่อให้ผมนะ มันไม่ถึง..นั้นเเล้วเเอนดี้ก็ยอมรับความจริงในข้อนี้ไป

ได้..เดี๋ยวจัดให้คนตัวโตอีกคนจึงรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ..

 

ทั้งคู่จึงหันกลับมามองยังต้นไม้ประดับที่วางตะหง่ายกลางห้องอีกครั้ง ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของแอนดี้นี้เป็นครั้งเเรกที่ได้จัดงานคริสต์มาสนี้ด้วยตนเอง..ทั้งตื่นเต้นเเละดีใจ..ส่วนในชีวิตของเอริค ถึงจะผ่านวันแบบนี้มาก็มาก จนรู้สึกเฉยชาไปกับมัน แต่ในปีนี้ ทำไมมันถึงรู้สึกดีไม่เหมือนกับปีก่อนๆเลย...และแม้มันจะมีความเเตกต่างที่เกิดขึ้นในใจของคนสองคนเเต่สิ่งที่เดียวทั้งคู่มีไม่ต่างกัน ณ วันนี้ เห็นจะเป็นความสุขเสียกระมัง

 

***************************************************************************************

 

วันที่ตั้งตารอคอยก็มาถึงในที่สุด วันเเห่งความสุขของชาวคริสต์ วันสำคัญที่พระผู้ไถ่ได้บังเกิดลงมาบนโลกมนุษย์จากครรภ์ หญิงสาวผู้ได้พรจากพระเป็นเจ้า หญิงพรหมจารีพระนางมารีอา มารดาแห่งคริสต์ศาสนิกชน..

 

ปุยสีขาวมากมายจึงพากันแสดงความปิติ พร้อมใจกันโปรยปรายลงมาราวหยดน้ำฝน หากความเบาบางเหมือนเม็ดนุ่นสีขาวที่เย็นชื่นใจ เจ้าละอองสีขาวค่อยๆทิ้งตัวลงจากฟากฟ้าตามแรงโน้มถ่วงของโลกที่เป็นไป ปกคลุมให้เมืองทั้งเมืองนั้นเต็มไปด้วยสีขาวสะอาดตา

 

เฮ้อ...หิมะตกเสียที...ปีนี้ตกช้าจน นึกว่าจะไม่ตกเเล้วนะเนี่ยเด็กหนุ่มที่นั่งมองสิ่งต่างๆอยู่ภายในห้องที่ให้ความอบอุ่นนี้พูดขึ้นอย่างชอบใจ พลางดูโทรทัศน์เครื่องโต เพื่อรอเวลา

 

เนื่องจากอาการตื่นเต้นเเละมีความสุขมันปลุกให้คนตัวเล็กตื่นขึ้นมาเเต่เช้ามืด เเม้จะรู้ว่าพี่ชายเเละคนอื่นๆ ได้เตรียมทุกอย่างเอาไว้พร้อมหมดเเล้ว เเต่กระนั้นก็ยังไม่หายอยู่ดี

 

ทำเอาคนอื่นต้องตื่นมาเป็นเพื่นอเล่นเจ้าตัวแสบนี้ด้วย หากคนๆนั้นคงหนีไม่พ้น...เฮซอง(อันเเน่ ลุ้นว่าเป็นเอริคล่ะซิ : คนเเต่ง) ก็เมื่อคืนนี้ เจ้าสองคนนั้นน่ะ อยู่ดีๆก็ออกไปไหนก็ไม่รู้ เเถมมีการติดระบบล๊อคที่ประตูกันคนข้างในออกเเละกันคนจากด้านนอกเข้าไปด้วย..กว่าจะกลับมาอีกทีก็ปาไปตีสามตี่สี ถ้าได้ยินไม่ผิดเห็นว่าจะไปบ้านของจอนจินหรืออย่างไรก็ไม่แน่ใจ เลยยังหลับเป็นตายไม่ยอมตื่นกันทั้งคู่

 

เตี้ย...นาย...คิดยังไงบ้าง...กับวันนี้เฮซองถามน้องออกมาเบาๆ เขาเองก็รู้สึกผิดไม่น้อยกับช่วงชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยได้อยู่ฉลองกับน้องชายในวันสำคัญอย่างนี้เลยซักครั้ง กลับต้องให้คนอื่นมาเป็นคนทำแทนเสียนี่

ดีที่สุดเลยพี่....แอนดี้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ร่าเริงจับใจ เเต่คนฟังถึงกับสะอึกขึ้นมาได้ มันเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่เห็นน้องรักมีความสุข เเต่นั้นก็ยิ่งตอกย้ำเรื่องที่เขาเป็นพี่ชายที่เเย่มากสำหรับน้อง

ผมดีใจมากเลยที่ปีนี้พี่ไม่ต้องไปทำงานเหนื่อย เหมือนทุกปี เป็นปีที่พี่จะได้พักอยู่บ้านฉลองกับผม ผมดีใจมากเลยรู้ไหมคนตัวเล็กหันไปมองหน้าพี่ชายที่เขาเเสนรักอย่างเต็มตา ระบายยิ้มอย่างกว้างเเละจริงใจส่งไปให้ บ่งบอกว่าคิดอย่างที่ตนพูดไม่มีบิดเบือน

 

นั้นก็มากพอสำหรับคนเป็นพี่...เเค่คำพูดนี้ก็มากพอที่จะทำให้คนที่นั่งเอาเเขน เท้ากับเข่าของตนนั้นชื่นใจ..เเล้วอย่างนี้ไม่ให้รักน้องแล้วจะไปรักใคร...

 

พี่ก็ดีใจเหมือนกัน..ที่ปีนี้ได้อยู่กับนาย..มือบางวางลงบนกลุ่มผมนุ่มนั้นก่อนจะลูบเบาๆอย่างรักใคร่เเละเอ็นดูไม่เป็นอื่น นานๆทีพี่น้องจะได้มีเวลามากพอจะถามไถ่ความรู้สึก เเละสารทุกข์สุขดิบเสียทีนะ...

 

เเกร๊ก...!! เสียงประตูใหญ่ด้านนอกถูกเปิดขึ้นทำเอาสองพี่น้องที่นั่งอยู่ได้กันหันควับไปมองเเทบจะทันที หากผู้ที่ก้าวเข้ามาใหม่นั้นไม่ใช่อื่นไกล แต่เป็นแขกที่เต็มใจถูกรับเชิญทั้งสองคนนั้นเอง...

 

สวัสดีคร้าบบบบบ...พี่เฮซอง...ดีดี้..คนตัวบางร่างน้อย ก้าวกระโดดเข้ามาในห้องก่อนใครเพื่อน เข้าประชิดตัวคนตัวเล็กเเละอีกคนที่นั่งหน้างามอยู่เเล้ว

 

อ้าว..ทำไมมาเเต่หัววันล่ะเนี่ย นายน่ะแอนดี้หันไปถามเพื่อนใหม่สดๆร้อนๆของตน

ก็มันตื่นเต้น นานๆที่ท่านหัวหน้าเขาจะจัดงานซักที เลยอยากมาเเจม..อย่างเเรง..น่ะ เทมป์ นาย..เอาเค้กไปเก็บรึยัง เอาไปเก็บเเล้วมานั่งนี่นะ..จียงหันมาตอบก่อนจะรีบบอกให้คนที่มาพร้อมกันเอาของที่เจ้าบ้านตัวจริงฝากซื้อไว้ไปเก็บให้เรียบร้อย ซึ่งคนโดนสั่งนั้นทำตามอย่างว่าง่าย เเละตอบรับกลับมาเพียงเเค่พยักหน้ารับรู้เท่านั้น ไม่นานมากก็กลับมานั่งรวมตัวกันเป็นสี่คน

 

ลืมเลย เมื่อวาน..เทมป์ไปทำเรื่องบ้านมาให้เเล้วนะ ทางตำรวจเขาบอกว่าเดี๋ยวก็เรียบร้อยไม่ต้องห่วงนะ..เจ้าตัวยุ่งพูดบอกให้คนที่รับข่าวสารทั้งสองฟัง ซึ่งนั้นก็ทำให้รู้สึกโล่งใจเหลือเกิน

 

ขอบใจมากนะ เทมป์ที่เป็นธุระให้ พวกฉันได้เเต่นั่งนอนอยู่เฉย ตลอดเลยเฮซองเเสดงความขอคุณจากใจจริงทำเอาคนอายุน้อยกว่ารับเเทบไม่ทัน

ไม่เป็นไรหรอกครับ ยังไงซะตอนนี้ก็เหมือนครอบครัวเดียวกันเเล้วไม่ว่ากี่ครั้งฟังคำนี้ก็ชื่นใจ ครอบครัว..

 

หลังจากนั้นทั้งสี่คนจึงได้นั่งคุยกันไปมาเพื่อฆ่าเวลาไปเรื่อยๆจนเจ้าของบ้านอีกสองคนตื่นมา ทันได้ทานอาการมื้อกลางวันด้วยกันต่อ เเล้วจึงช่วยกันเตรียมของที่จะต้องใช้ทำอาหาร เเละอื่นๆอีกมากมาย

จนเเล้วจนรอดเเขกสองคนสุดท้ายที่อยู่ในรายชื่อผู้ร่วมขบวนการอย่างมินวูเเละดองวานก็มาทันเวลาพอดี  จึงโดนเเซวอีกเล็กน้อยไปตามระเบียบ ว่าไม่รู้แอบไปสวีทกินข้าวดูหนังที่ไหนกันมา ถึงได้มาช้าเสียขนาดนี้ คนอื่นมาเเต่วัน เเต่เพื่อนๆกันนี่มาเสียสายโด่ง หากคนที่มาช้าก็ไม่ได้มามือเปล่าเสียเมื่อไหร่ หอบเอาเเชมเปญ ยี่ห้อดังราคาสูงมาเป็นของไถ่โทษ เเถมด้วยการยอมรับอย่างซึ่งๆหน้าเลยว่าไปแอบเดตกันเล็กๆมาสองคน..

 

ฟ้าภายนอกมืดลงจนสนิท มองเห็นหมู่มวลดวงดาวเเละพระจันทร์อ้วนกลม เเทนพระอาทิตย์ที่ทอเเสง หากสิ่งที่ทำให้ค่ำคืนนี้สวยงามมากขึ้นคงหนีไม่พ้น ตัวละครเอกอย่างปุยหิมะใส เเละเจ้าต้นคริสต์มาสประดับที่ตั้งอยู่กลางห้องนี้ และเสีงหัวของความอบอุ่นเป็นเเน่

เมื่อทุกคนมาครบตาม งานจึงดำเนินไปได้ตามแบบแผน คือการที่ส่งคนตัวเล็กไปเป็นผู้ประดับดาวดวงใหญาลงบนยอดไม้..ตามด้วยการอธิษฐานความปรารถนาของตน แม้จะเกี่ยงงอนด้วยความเขินไปบ้าง เพราะคิดว่าตัวเองแก่เกินที่จะทำอะไรอย่างนี้ เเต่สุดท้ายแอนดี้ก็ปีนบันไดขึ้นไปติดอยู่ พร้อมกับขอพรให้ตัวเองเเละคนที่เขารักทุกคนไปด้วย..

 

เสร็จสิ้นจากการตรงนั้น ก็เป็นการเริ่มการกินเลี้ยงสังสรรค์ที่รอคอย อาหารที่บ้างก็สั่งมาบ้างก็ได้รับการเสกสรรจากพ่อครัวฝีมือเอกอย่างเฮซอง จนกลายเป็นอาหารเลิศรสได้ถูกลำเลียงไว้อย่างดีบนโต๊ะอาหารตัวยาว..ให้ทุกคนได้ลองลิ้มชมรสอย่างอิ่มหนำสำราญ โดยไม่ลืมที่จะพูดคุยและหยอกล้ออย่างสนุกสนาน..

 

ฮ้า...อิ่มจะเเย่...ดองวานพูดออกมาในขณะที่เอนตัวนั่งพิงโซฟาตัวนิ่ม รู้สึกท้องเเน่นจนกระดิกตัวเเทบไม่ได้

นายเล่นกินเข้าไปขนาดนั้นไม่อิ่มได้ยังไงเล่า..เฮซองหันมาพูด ตอนนี้เขาเริ่มสนิทใจกับทุกคนมากพอที่จะสามารถพูดคุยได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ

 

ก็จริงของนาย เเต่นะ ไอ้ไก่งวงตัวนั้นเเหละ ทำฉันจุก เเต่ขอบอกว่านายทำโคตรอร่อยเลยดองวานไม่วายหันไปบอกคนหน้าสวยที่ยืนถือแก้วเเชมเปญใบสวยในมือ  ทำท่าจะจิบๆ

ใช่ๆๆ ขอเห็นด้วย จียงนั่งแทะกับพี่ดองวาน เหลือเเต่ก้างเลย..เนี่ยจียงเป็นอีกคนที่เดินลากสังขารมานั่งแปะกองรวมกับแอนดี้อีกคน เเทบจะต้องให้เทมโปเป็นคนพาออกมา เพราะเดินไม่ไหวจริงๆ

 

หากคนตัวเล็กอีกคนที่ไม่ได้สนใจคนรอบข้างเลย นั่งเล็มขนมเค้กในมือไปอย่างสบายอารมณ์ มีความสุขเหลือเกินเลย ตั้งเเต่เกิดมา เพิ่งเคยได้จัดงานสนุกแบบนี้เป็นครั้งแรก บรรยากาศก็อบอุ่นซะจนมีความสุขตั้งไม่รู้เท่าไหร่..

 

นี่ๆทุกคน มีใครสนใจเล่นไพ่ซักเกมส์สองเกมส์ไหม...จอนจินที่เดินออกมาทีหลังสุดบอกขึ้น ทำเอาทุกคนหันไปมองเป็นสายตาเดียว

ยกเว้นก็เเต่แอนดี้เท่านั้น เเต่ไหนเเต่ไรมา เด็กหนุ่มเคยลองเล่นกับเพื่อนบ้าง จนเเล้วจนรอดก็มีเเต่เสียตลอด จึงเป็นเหตุผลที่คนตัวเล็กจะไม่สนใจ เเละในความไม่สนใจนั้นหารู้ไม่เลยว่า การชวนเล่นการพนันนี้ มีอะไรแอบแฝงอยู่ด้วย...

แอนดี้ นายเข้าไปเอากระเป๋าตังค์ให้หน่อยดีมันอยู่ในตู้เสื้อผ้าน่ะคนหน้าสวยวานน้องชายของตนใหเข้าไปหยิบของเล็กน้อย ซึ่งคนถูกวานก็รับทำอย่างว่าง่ายเช่นกัน..

 

**************************************************************************************

 

คนตัวเล็กเดินเข้ามารื้อคน เอาสิ่งของที่พี่ชายต้องการอยู่นานพอควร ก็ลืมถามเสียด้วยว่า เอาไปเก็บอยู่ที่ตรงซอกไหนของตู้ ค้นมันตั้งเเต่ชั้นใส่ถุงเท้า วางกระเป๋า ที่เเขวนเสื้อ ชั้นวางน้ำหอมก็ไม่มี ขี้คร้านจะตะโกนก็กลัวจะเสียมารยาทต่อหน้าคนอื่นประไร  เเล้ววันนี้พี่ชายเขาไม่ต้องหมดตัวเสียก่อนจะเจอทุนหรือเนี่ย..

 

หากพอหาไปหามาได้เกือบสิบนาทีก็จนใจ..คงต้องออกไปถามจริงๆเสียเเล้ว เด็กหนุ่มจึงเดินอาดๆออกจากห้องนอนของตนอีกครั้งหมายใจว่าจะกลับไปขอร่วมวงเสียหน่อย...

 

แต่พออกมาจากห้องกลับพบแต่ความว่างเปล่า บัดนี้ห้องนั่งเล่นดูไร้ซึ้งสิ่งมีชีวิตเสียงดัง ไฟที่เคยสว่างก็ริบหรี่ลง มองแล้วชวนให้นึกตกใจ..ตาใสกวาดมองไปทั่วทุกที่ ก็ยังไม่เจอใครอยู่ดี เดินกลับเข้าไปในครัวก็ไม่มีใครซักคน คิดได้ดังในใจก็เริ่มเสียเสียแล้ว

 

ตัวเล็ก..เสียงเรียกเบาๆทำเอาคนโดนเรียกหันกลับไปมอง เห็นเพียงชายหนุ่มที่คุ้นตาเท่านั้น...

พี่ คนอื่นไปไหนกันหมด ผมตกใจหมดเลยคนตัวเล็กถามเสียงใส อย่างน้อยตอนนี้ก็ใจชื่นขึ้นมาเมื่อเห็นเอริคอยู่ตรงหน้าเขา   

ร่างสูงกลับเพียงเเค่ระบายยิ้มอ่อนให้..ไม่ได้ตอบคำถามใดกับคนตัวเล็กนั้นเลย นอกจากทำเพียงเเค่เดินเข้ามาคนที่ยืนอยู่อย่างช้าๆ จนคนน่ารักได้เเต่เอียงคอน้อยๆด้วยความสงสัย  ดูเเล้วยิ่งน่าเอ็นดู

 

เพียงเเค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้นก็ถึงตัวพอดี...

แอนดี้..นายมีความสุขไหมวันนี้คำถามที่แสนธรรมดาถูกถามออกไปเมื่อชายหนุ่มมาถึงตัว แสงสีนวลเเละไฟริบหรี่ทำให้คนตัวเล็กต้องเพ่งมองอีกฝ่ายในความมืด เห็นเเต่ใบหน้าที่คมคาย นัยน์ตาที่เคยลึกลับ มาตอนนี้มีประกายเเพรวพราวอยู่ในที ราวกับมีมนต์สะกดไม่ให้หันหนีไปไหนได้

 

ก..ก็มีความสุข..ซิ..ไม่เคยได้อยู่ใกล้กันขนาดนี้มาก่อนเลย หัวใจดวงเล็กเลยพลอยเต้นเเรง สูบฉีดเลือกพาลเเต่จะไหลเวียนไปเลี้ยงที่ใบหน้าเสียอย่างเดียว

หรอ..แล้วชอบที่นี้ไหม..คำถามที่สองถูกส่งไปอีกครั้ง คนฟังจึงได้เเต่เลิกค้วสูงไม่เข้าใจ...ซึ่งคนถามก็ยังคงส่งยิ้มอ่อนนั้นมาให้อยู่ไม่เสื่อม

ชอบซิคับ..ชอบมากด้วยแอนดี้ตอบออกไปตามความจริงทุกประการไม่มีปดในคำพูด ทำเอาคนฟังยิ้มออกมาอย่างกว้างขวาง ส่งให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ่ง ดูดีมากว่าเคย ป่วนเอาใจน้อยๆของแอนดี้ให้เต้นโครมครามเสียงดัง ลืมไปเเล้วว่าเกิดอะไรขึ้น..กังวลเเต่เสียงใจตัวเองที่มันเต้นเเรงนั้น จะดังเสียจนคนที่ยืนอยู่ด้วยกันนี้ได้ยิน

 

ถ้าอย่างนั้น..นายก็มาอยู่ด้วยกันกับฉันที่นี้เถอะนะ จากนี้ เเละตลอดไปเอริคยกมือขึ้นจับปลายผมอ่อนนุ่มนั้นเบาๆ เน้นย้ำคำพูดอย่างหนักเเน่น เเสดงความรู้สึกที่มีผ่านดวงตาที่จ้องมองไปยังสายตาของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความจริงจัง..

 

..อ..อ...คนตัวเล็กแทบไม่เชื่อหูของตัวเองเลย ราวกับฝันไปก็ไม่ปาน หากความไม่เเน่ใจนั้นจึงอยากทบทวนอีกซักครั้ง..

คือ..คือ..พี่...อ..เอ่อ..หมายถึง...

หมายถึง...แอนดี้ ฉันรักนาย..ไม่รู้นายจะชอบฉันบ้างไหม..เอริคพูดคำที่ฟังดูธรรมดาๆนั้นออกไปชัดเจน..ตามด้วยรอยยิ้มหวานเช่นเดิม

ตอนนี้คนฟังนั้นทำได้เพียง ทวนคำพูดชายหนุ่มวนไปวนมาเรื่อยๆ ด้วยความสุขใจ คำว่ารัก..รัก.. เหมือนเสียงสายลมที่พัดแผ่วเบา ทว่าเมื่อพัดผ่านมานั้น..มิอาจลืมเลือนได้เช่นสายลม...กลับตราตรึงอยู่ในความทรงจำมิรู้เลือน เสมือนหนึ่งสลักลงบนหินผาใหญ่..

 

เกินต้านทานต่อสายตาคมคู่นั้นได้ แอนดี้จำต้องหลบลง ด้วยความเขินกระดากในที..มือกำเเน่นลงที่ชายเสื้อของคนที่ยังจ้องมองมาที่เขาอยู่

ฉันรอคำตอบอยู่นะ ตัวเล็กเสียงทุ้มอ่อนนั้นเร่งรัดเบาๆ จนคนฟังอดไม่ได้ที่จะขบปากตัวเองน้อยๆ กับการใช้ความคิดหาคำตอบ ที่มีเเต่คำว่าตกลง

 

เอ่อ.. ครับ..ช...ช..เอ่อ.ช...ช..โอ้ย...อืม..ช..ชอบ ชอบ!!”กว่าคำๆนี้จะหลุดปากออกมาได้เล่นเอาเหนื่อยเเสนเหนื่อย  เเต่คำตอบนี้ก็คุ้มค่าพอที่จะรออดทนฟังเช่นเดียวกัน

 

งั้น...ฉันขอจองล่ะนะ..เอริคคว้าเอาของที่อยู่ในกระเป๋าออกมา เเล้วจึงนั่งคุกเข่าลง

สัญญานะว่าบอกรักแล้วจะไม่คืนคำ..เอริคถามย้ำอีกครั้ง หากคราวนี้น้ำเสียงเหมือนติดจะทะเล้นเล็ก ซึ่งคนตอบก็พยักหน้าเเทนเเรงๆ

 

ชายหนุ่มจึงบรรจงสวมของที่อยู่ในมือนั้นลงบนข้อเท้าอีกคน กำไลวงกลมสีเงินเรียบที่ดูเหมือนข้อมือขนาดบางซึ่งตรงปลายล๊อคนั้นมีเเม่กุญแจตัวเลกประดับเพชรเม็ดเล็กอยู่ด้วย ถูกสวมลงอย่างทะนุถนอม

 

ถึงกับต้องล่ามผมไว้เลยหรอ..แอนดี้เย้าอีกฝ่าย ชอบใจในของขวัญเเทนความรู้สึกนี้เหลือเกิน..

ใช่ซิ รู้ไหมคนที่จะเอามันออกได้มีเเค่ฉันเท่านั้นนะ...เอริคดึงตัวอีกคนเข้าหาเบา เอียงเเก้มเนียมขึ้น บรรจงจุมพิตลงบนแก้มใสนั้นอย่างอดไม่อยู่ โดยที่มือข้างว่าง นั้นโอบเอวเล็กเข้าหาตัว..

 

เคยคิดอยู่ว่าผิวที่เคยเห็นนั้นท่าจะเนียมนุ่มละมุนละไมเเค่ไหนกัน กลิ่นกายที่เคยได้สัมผัสก็ว่าหอมอยู่หรอก...หากตอนนี้ได้อยู่ใกล้ ได้ลิ้มลองรส นั้นยิ่งกว่าที่คิดเอาไว้ทั้งหมดเหลือเกิน กลิ่นวนิลานั้น ชวนให้ลุ่มหลงจนไปอยากปล่อยอีกคนให้ห่างกาย ผิวเนียนใสนั้น ก็นุ่มดุจเเพรไหมชวนให้อยากจะสัมผัส จนนึกติดใจ..ไม่รู้เบื่อจริงๆ ..

 

คนตัวเล็กได้หัวเราะเบาๆ ด้วยความชอบใจ แอบจักจี้เล็กเมื่อร่างสูงกดจูบลงบนใบหน้า เเละสองข้างแก้มของเขาครั้งเเล้วครั้งเล่า..ตัวคนหอมเองนั้น พอได้ยินเสียงหัวเราะใสๆ ก็พาลยิ้มตามไปด้วยอีกคน

 

...ความรักนั้นทำให้คนสองคน เป็นสุขที่ได้เเบ่งปันความรอยยิ้มร่วมกันเช่นนี้หรอกหรือ...ถ้าอย่างนั้นขอรักกันไปจนตลอดชั่วกาลเถิด เพราะฉันอยากแบ่งความสุขเเละยิ้มหวานๆนี้ให้เธอคนดีของฉันตราบนานเท่านาน...

 

***************************************************************************************

 

TBC

JiaBBiE_MIMI
Glitter Graphics