Fic Please love me my bodyguard part 20
Part 20
เอริคนั่งมองนาฬิกามานานกว่าสิบนาทีเห็นจะได้ นั่งมองมันอย่างคาดเดาไม่ถูกเลยว่ามองไปเพื่ออะไร แต่กระนั้นเลยก็ยังไม่ยอมละสายตาจากอยู่ดี คนตัวเล็กที่นั่งมองชายหนุ่มอยู่อีกทอดด้วยความสงสัยในใจ ก็จะอะไรได้ ก็คนตัวโตเล่นไม่ขยับตัวไปไหนเลยนี่เห็นจะตั้งแต่ตอนห้าโมงสี่สิบนาทีละมั่ง
หากใครเลยจะล่วงรู้ความคิดอันแสนแยบยลนั้นว่าที่เขามองจะเครื่องบอกเวลานั้นเพราะกำลังนับถอยหลังรอคอยบางสิ่งบางอย่างที่เขาไม่อยากให้มีอยู่ในบ้านที่เขาแสนรักอยู่น่ะซิ..
เวลาและนาทีคลืบคลาน อย่างเชื่องช้า ชวนให้ใจระทึก เข็มวินาทีค่อยๆเดินไปตามกลไกทีละนิดๆ...
9..8..7..6..5..4..3..2..1...19 : 00 PM!!!...ปัง!!!
“ท่านหัวหน้า!!!!!!!!/กรูว่าแล้ว..ว้าก!!!”เสียงตะโกนแปดหลอดพร้อมกับลูกกระสุนมนุษย์ขนาดดูคร่าวๆที่ทันเห็นนั้น คาดการณ์ว่าจะผอมบางอยู่เหมือนกัน พุ่งเข้าใส่คนที่อุทานไม่ทันขาดคำ ก็ลงไปกองอยู่ที่พื้นเสียแล้ว
“ท่านหัวหน้า!! เป็นไงบ้างครับ จียงคนนี้คิดถึงท่านหัวหน้า สุดสวาทขาดใจของจียงเป็นเหลือเกิน!!! ตั้งแต่ท่านหัวหน้าทั้งสองไม่อยู่จียงเหงาเหลือเกิน ท่านหัวหน้ามิน...และท่านหัวหัวหน้ามุน ฮือ....!!!!! ท่านหัวหน้าแข็งใจไว้นะคร้าบบบบบบบบ”คนใหม่ใหม่มาถึงก็มาแหกหายโวยวายพูดจาไม่รู้เรื่องจนเอริคเองยังต้องเหงื่อตกไปด้วย
“ไอ้ก้าง!! เมิงลุกไปเดี๋ยวนี้ พูดอะไรไม่รู้เรื่องแล้วโว้ย!! ไอ้เทมป์เมิงมาเอามันไปเร็ว ณ บัด NOW!!”ชายหนุ่มตะโกนเรียกอีกคนที่มารยาทดีที่ตั่งแต่ก้าวเท้าเข้าห้องมากับดองวาน ก็ทักทายคนโน้นคนนี้อย่างมีมารยาท จนคนถูกเรียกชื่อเองก็หันมามองอย่างเนิบๆ
“อุ้ย ขอโทษครับหัวหน้าริค จียงไปโวยวายอะไรของนายอยู่ตรงนั้น เห็นไหมนั้นน่ะ เสาอากาศสื่อสานยานแม่ของท่านหัวหน้างอหมดแล้ว ลุกเร็วเข้า”เทมโปเดินท่าดีเข้ามาช่วยดึงร่างบางของคนรักออกจากตัวบุคคลที่แสนเคารพ แต่ไหงหลังๆแอบมีคำพูดจิกกัดมาให้ใบหน้าที่เรียบสนิทแอบกระตุกก็ไม่รู้
“ไอ้เทมป์ เมิงมาช่วยแบบเงียบๆไม่มีใครเขาว่าแกหรอกนะ”เอริคลุกขึ้นยืนก่อนจะจัดเสื้อผ้าของตนเองให้เข้าที่
“แหม หัวหน้าก็..มันก็ต้องมีกันบ้างแหละครับ ก็ผมเป็นลูกน้องหัวหน้ามินด้วยนี่ครับ”เทมโปเองก็จัดแจงเสื้อที่เลิกขึ้นของจียงให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมเช่นกัน
“เฮ้ย ไอ้เทมป์แกไม่ต้องลากฉันไปเกี่ยวดิว่ะ”เสียงตะโกนของคนที่โดนพาดพิงดังมาจากอีกฟากของห้องนั่งเล่นแทรกขึ้นมาขัดได้อย่างสวยงาม ทำให้เอริคเหลือบไปมองบุคคลที่ถูกลืมไปชั่วขณะ คนตัวเล็กที่จ้องมองสิ่งที่เกิดขึ้นผ่านมาตาใสๆที่เบิกกว้างน้อยๆอย่างตกใจ
ชายหนุ่มก้าวขายาวของตนไปหาในทันที ใจจริงอยากพาเจ้าตัวเล็กที่อยากให้เป็นของเขาไปซ่อนเสียให้พ้นหูพ้นตาของไอ้จียงเหลือเกิน
“ท่านหัวหน้า!! นั้นใครอ่ะ ใครๆๆๆๆ บอกจียงมานะ นั่นแน่ ท่านหัวหน้า แอบเอาใครเข้าบ้านโดยที่จียงไม่รู้เนี่ย!!”ไม่ทันเอาเสียแล้ว เมื่อดวงตายิบหยีของคนชอบสอดรู้เห็นเข้า
เสียงแหลมๆของนายควอน จียงทำให้ทั้งคนที่เดินเข้าไปหาและคนที่กำลังถูกเข้าสะดุ้งเฮือก ทั้งคู่
“แล้วฉันเอาใครเข้าบ้านมันเรื่องอะไรของแก..นี่แอนดี้ เหยื่อของงานนี้น่ะ ”เอริคหันมาแนะนำอย่างเป็นทางการพร้อมกับเอามือแกร่งโอบไหล่บางไปด้วย เหมือนอยากแสดงให้รู้ว่า เมิงอย่าได้มายุ่งเชียวนะ!!
“เห!!!...คนนี้หรอ....น่ารักจังเลย!!!! ทำไมตัวเล็กอย่างงี้อะ..ท่านหัวหน้าจียงจะเอากลับบ้าน!!!”นี่คงเป็นอีกเหตุผลก็ได้ ที่ทำไม เมื่อมินวูบอกว่าจียงจะมาที่บ้านเขาแล้ว เขาถึงอยากค้านแบบหัวชนฝา ว่าไม่อยากให้มันเข้ามาเพ่นพ่าน
“ใครเขาจะไปแกกันเล่า..ไอ้ประสาท!!”เอริคทำเสียงเขียวขึ้นอย่างไม่จริงจังนัก
“โหย..เนี่ย แลกกับรูปจียงก็ได้เอ้า จียงอุตส่าห์ไปอัดกรอบมาเมื่อเช้านะเนี่ย พอแฟนท่านหัวหน้ามินบอกว่าจะได้มาบ้านท่านหัวหน้ามุน จียงตื้นเต้นเลย เลยรีบขับรถกลับบ้านไปเอารูปอัดกรอบ กลัวบ้านท่านหัวหน้าจะไม่มีรูปจียงง่ะ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วจียงจะเอาคุณแอนดี้ ถือเป็นข้อแลกเปลี่ยนละกันนะ อะหัวหน้าจียงให้”มือบางยื่นรูปไปให้คนตรงหน้า พร้อมกับส่งยิ้มหวานไปให้คนตัวเล็กข้างๆตัวเอริค
“ไม่ต้องมาเนียน ไอ้จียง แกจะเอารูปมาให้ฉันอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ อีกอย่างใครจะอยากเอารูปแกไปแขวนฮะ”เอริคปฏิเสธอย่างไรเยื้อใยโดยสิ้นเชิง
“ก็ไม่ต้องแขวนซิหัวหน้า รูปมันเป็นแบบตั้งโต๊ะ จะเอาไปแขวนทำไมล่ะ เอ่อ เพราะงั้นส่งคุณแอนดี้มาแล้ว..มาเร็ว”นั้น มันยังอุตส่าห์แถเนียนไปได้อีกแน่ะ
“พอเลยไอ้จียง ไม่ว่าจะตั้ง จะแขวน จะแปะ หรือ จะเอามาต้มยำทำแกงก็ไม่ให้แลกโว้ย...”เอริคพูดเสียงดังขึ้นอีกนิด หากแต่ไม่รู้ตัวเลยว่ามือที่โอบไหล่เล็กอยู่นั้น รั้งให้อีกฝ่ายแนบชิดจนเกือบกลืนไปอกกว้างของตน
“ท่านหัวหน้าอ่า~~~ ”
“จียงพอได้แล้วมากไปๆ มานี่มาพูดอย่างนี้ท่านหัวหน้าเขาลำบากใจนะ ดูนั้น เห็นไหม..”เทมโปพูดแค่เพียงเท่านั้น แล้วจึงก้มลงกระซิบกระซาบส่วนที่เหลือกันอยู่สองคนประกอบกับการชี้มือมาทางเอริคและแอนดี้ไปด้วยพักหนึ่งเท่านั้น แต่ก็สร้างความสงสัยได้เป็นอย่างดี
“อ๋อ!! งั้นจียงไม่เอาก็ได้ครับ ท่านหัวหน้า เห็นโอบซะแน่นอย่างนั้น จียงเกรงใจ…”คนทะเล้นแกล้งพูดย้ำเสียงดัง ให้คนโดนพาดพิงทั้งสองหันมองหน้ากันเลิกลั่ก ก่อนจะรีบผละออกห่าง
โดยที่แอนดี้เองได้แต่ยืนหันซ้ายหันขวามองนกมองไม้ริมหนาต่างไปแทน ใบหน้ากลมขาวนั้นเปลี่ยนสีเป็นชมพูได้อย่างน่ามอง ส่วนเอริค เองก็ได้แต่เกาหัวตัวเองแก้เก้อทำหน้าเรียบเฉยไปเสียอย่างนั้น
คงเป็นอะไรที่เหล่าลูกน้องและเพื่อนฝูงจะหาได้ยากยิ่งนั้นคือ..ภาพเอริคยามเขินอายนี่ล่ะน่า......
“พอแล้วๆๆ จะบ้ากันไปใหญ่เล้วรึไงไม่ใช่เวลามาคุยเรื่องไร้สาระเสียหน่อย ไปๆๆๆ ไปทำงานซะที”เอริคพูดเสียงดังด้วยความที่อยากให้ทุกคนเปลี่ยนเรื่อง
“อะไร ไอ้แป้นมันออกไปซื้อของกับเฮซองยังไม่กลับเข้ามาเลย นายจะรีบร้อนไปไหนเนี่ย”มินวูขัดขึ้นอย่างรู้ทันเพื่อน
“นั้นแหละน่า เดี๋ยวค่อยบอกมันทีหลังก็ได้ ไม่รู้ล่ะ.”ว่าแล้วก็เดินหันหลังเข้าห้องทำงาน โดยที่คนตัวเล็กทำท่าจะเดินตามไปด้วยอีกคน
“ตัวเล็กนายรออยู่นี้ก่อนดีกว่า แล้วก็จียงนายอยู่เป็นเพื่อนแอนดี้ที ได้เรื่องยังไงแล้วฉันจะให้ไอ้เทมป์มาบอกล่ะกัน...”ชายหนุ่มหันมาสั่งการทันที พร้อมกับเดินหายไป กับสมุนที่เหลือตรงนั้นอีกสี่คน
ตอนนี้คนที่เหลืออยู่ เพียงแค่คนตัวเล็กแอนดี้ และจอมป่วนที่น่ารักอีกคนจียง เท่านั้น
จียงมองหน้าคนตัวเล็กที่ดูตื่นๆเล็กน้อยอย่างแสดงความสนอกสนใจโดยไม่ปกปิดแม้แต่น้อย หากคนที่ถูกจ้องตรงๆยังไม่ไว้ใจอีกฝ่ายเท่าไหร่
“คุณ.แอนดี้ ไม่ต้องกลัวหรอก จียงไม่กัดคุณหรอก อย่าทำหน้าอย่างนั้นซิครับ มานี่ มาเร็ว..”จียงกวักมือเรียกคนตัวเล็กอย่างเป็นกันเอง
“อ..เอ่อ...”ตนตัวเล็กลังเลเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะกัดจริงๆหรอก แต่กำลังคิดว่าสติสตังค์มันขาดไปบางส่วนหรือเปล่า ไม่ก็ล้นจนเกินพอดีไหมนะ
“จียงสัญญาจริงๆ จียงไม่กัดคุณจริงๆนะ”ว่าแล้วคนตัวผอมบางก็ส่งรอยยิ้มหวานไปให้ รอยยิ้มที่ใครเห็นก็อดยิ้มตามไม่ได้ จนต้องเดินเข้าหา เชื่อสนิทว่าจียงจะไม่กัดเขา
“โห คุณแอนดี้ ยิ้มแล้วน่ารักนะเนี่ย สมแล้วที่เป็นแฟนท่านหัวหน้า!!!”คนไฮเปอร์ส่งเสียงดังจนแอนดี้แทบกระโดดไปปิดปาก
“นี่อย่าพูดดังซิจียง ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเขาเสียหน่อยนะ..”คนตัวเล็กเอามือขึ้นจุ๊ปากเป็นสัญญาณให้แทนการพุ่งตัวเข้าไปปิดปากอย่างที่คิดจะทำในตอนแรก
“อ้าว นึกว่าคุณจะเป็นใบ้เสียอีกไม่ยอมพูดยอมจาเลย..”และนั้นแอนดี้ถูกหลอกให้พูดเสียแล้ว
“โอเคครับ..เอ่อ จียงเลิกเรียกผมว่าคุณเถอะนะ คือผมไม่ชินน่ะคับ เรียกผมว่าแอนดี้เหมือนคนอื่นเถอะ ดูแล้วจียงน่าจะอายุเท่าๆผมนะ”คนตัวเล็กอธิบายอย่างเก้อๆ
“จียงหรอ เอจียงทำงานมากี่ปี่แล้วหนอ..หนึ่ง..สอง..สาม เอ่อสาม ถ้างั้น จียงอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว คุ..เอ๊ย แอนดี้อายุเท่าไหร่ล่ะ”จียงตอบตาใสหากคนตัวเล็กถึงกับตาโต พร้อมกับนับนิ้วตามอีกคน
“เห!!! เท่ากันเลยนี่ งั้นตอนที่บรรจุ จียงก็อายุสิบแปดน่ะซิ ใช่ไหม โหย ทำไมนายเรียนจบเร็วจังเลย หรือว่าผมโง่เองนะ มี่เรียนจบช้า T[]T”ตอนนี้คนที่ตื้นเต้นดูจะเปลี่ยนฝ่ายไปเสียแล้ว
“ใช่ๆ จียงเรียนจบตอนนั้นแล้วก็อยากเป็นฮีโร่ทันทีเลยแหละ เลือดรักชาติอยากช่วยมันแรงน่ะ แอนดี้ เลยมาเป็นตำรวจทันที แต่กว่าจะได้เป็นเล่นเอาหืดขึ้นคอเลย…”คนตัวบางพูดอธิบายก่อนจะเว้นช่วงหายใจทางเหงือกแล้วจึงพูดต่ออย่างตั้งใจ
“คือว่าจียงฉลาดแค่สมองอย่าเดียว ตอนที่เข้าฝึกที่โรงเรียนตำรวจ การฝึกศิลปะป้องกันตัวได้เต็มทุกช่อง แต่การฝึกยิงปืนอย่างหนักนั้น ได้คะแนนเป็นศูนย์อยู่ช่องเดียว ตอนแรกเกือบจะพิจารณาไม่ผ่านไม่แล้ว แต่เบื้องบนบอกว่า สมองของผมใช่ในด้านทางเคนิคได้เป็นอย่างดี เออ..ลืมบอก ผมน่ะจะจบด้านวิศวกรรม คอมพิวเตอร์เทคโนโลยี และ นิติศาสตร์ ปริญญาสองใบ เลยได้บรรจุน่ะ เพราะงั้นเราเป็นเพื่อนกันนะ” คนเล่าพูดราวกับสิ่งที่ตนเองทำนั้นมันง่ายเสียเหลือเกิน และแม้คำพูดท้ายจะไม่เกี่ยวกันเลยก็ตาม หากก็ทำให้แอนดี้จนั่งอ้าปากต้างไปได้
“เอ่อ..ว้าว..นาย...เก่งมากเลยจียง ยินดีที่ได้รู้จัก ดีใจจังที่มีเพื่อนเป็นคนเก่ง”คนตัวเล็กเขย่ามืออีกคนแรงๆอย่างชอบใจ ด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง นั้นคือ แอนดี้ไม่ใช่คนที่มีเพื่อนมาก เพราะตอนเรียนวันๆนอกจากตั้งใจเรียนแล้ว ก็จะรีบกลับบ้านทันที เนื่องจากพอแอนดี้เรียนเสร็จเฮซองก็ต้องรีบออกไปทำงาน เพราะฉะนั้น จึงต้องอยู่เฝ้าบ้านแทน
จียงจึงเป็นหนึ่งในแค่ไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่ ใช่คำว่าเพื่อนกับแอนดี้ ไม่แปลกว่าทำไมคนตัวเล็กถึงดีใจมากเสียขนาดนั้น...
“ยอดไปเลย!!! จียงดูใม่ผิดจริงๆ โอย น่านักไปหมดเลยโว้ยยยยยย”นี่ก็เป็นอีกคนที่มีเพื่อนน้อย และด้วยความที่ฉลาดมากเกินไปนั้น ทำให้คนในวัยเดียวกันมองว่าเป็นตัวประหลาดจนไร้ซึ่งคนคบไปโดยปริยาย
แอนดี้เองก็เป็นอีกคนนอกจาก เทมโป เอริค มินวู ดองวาน และจอนจิน ที่เป็นเพื่อนของเขาเช่นกัน..
“เนอะๆๆๆๆๆๆ ..............”
“ใช่ๆๆๆๆๆๆๆๆ.............”แล้วสองคนนี้ก็เข้ากันได้ดีอย่างเป็นปี่เป็นขลุ่ย
“กลับมาแล้ว...เป็นไงแอนดี้ พี่ซื้อของที่นายชอบมาด้วยนะ..อ้าว..นั้นใครเนี่ย”คนหน้าสวยเปิดประตูเข้ามา เอ่ยปากทักทายก่อนป็นอย่างแรก ก่อนได้เงยหน้าขึ้นมาเห็นสมาชิกแปลกหน้าอีกคน
“นั้นพี่นายหรอแอนดี้ หน้าโคตรรสวยเลยอะ สวัสดีคร้าบบบบ นี่จียงครับ แล้วก็เป็นเพื่อนใหม่กับแอนดี้”ว่าแล้วก็หันมาแนะนำตัวด้วยใบหน้าสดใสทันที
“อ่อ ...อืม ฉันเฮซอง พี่ชายแอนดี้ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”เฮวองยิ้มการค้าเล็กน้อยให้ ด้วยความรู้สึกถูกชะตาอย่างไรไม่รุ้กับเด็กคนนี้
“อ้าว นั้นจียงนี่..นายมาถึงแล้วหรอ พวกั้นอยู่ไหนล่ะ”จอนจินที่เดินตามเข้ามาเห็นถามขึ้นทันที นู้ตัวว่ากลับมาสายจากการประชุมลับกว่าทุกคน
“อยู่ในห้องทำงานครับเฮีย เฮียมาสายนะเนี่ย รีบเข้าไปเหอะ จียงมานั่งเล่นกับแอนดี้แทนท่านหัวหน้าน่ะ”จียงบอก แถมด้วยแอบแซวคนมาสายเล็กน้อยพองาม พร้อมกับแฉคนตัวเล็ก
“โอเค งั้นฉันฝากเพิ่มอีกคนละกันนะ ดูแลดีๆล่ะ”พอพูดจบก็วิ่งหายเข้าไปในห้ออีกคน ปล่อยให้คนที่เหลือสนทนาพาเพลินกันไปเรื่อย...
“เฮ้ย!! ไอ้แป๊ะ ฉันไมใช่เด็กแล้วนะเว้ย ไอ้บ้านี่”ไม่ทันเสียแล้วคนที่คิดจะด่าว่าหายตัวไปเสียแล้วล่ะ
“งั้น...เอางี้ดีกว่านะมีใครอยากช่วยฉันทำอาหารเย็นไหมเนี่ย…ดูท่าพวกนั้นคงจะคุยกันอีกยาวแฮะ”เฮซองส่งยิ้มหวานส่งมาให้ทั้งน้องชาย และเพื่อนใหม่ที่พร้อมใจกันพยักหน้า
ว่าแล้วขบวนคนสามคนก็หายตามกันเข้าไปในห้องครัว ทิ้งให้โทรทัศน์ที่เปิดค้างเอาไว้ดูความว่างเปล่าไปแทน
******************************************************************************************
TBC







แอนดี้ได้เพื่อนใหม่อย่างจียงก็ดีเหมือนกันทั้งหน้ารักทั้งฉลาด แต่สงสัยคงสร้างความปวดหัวให้กับคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าได้ไม่น้อยเลยนะนั่น ป๋าก็หวงจนลืมตัวแหมๆๆๆมีโอบซะแน่น
ต่อไปกลุ่มนี้คงมีความสุขไม่ใช่น้อย เพราะมีคนน่ารักๆอย่างแอนดี้ จียงและเฮซองมาอยู่ร่วมกัน โธ่...อิจฉาอ่า
แต่คนที่มีความสุขมากที่สุดน่าจะเป็นป๋า เทมโป แล้วก็จอนจินล่ะม้าง จริงมะๆ