Fic Please love me my bodyguard part 21
Part 21
เสียงหัวเราะใสๆ จากกลุ่มคนที่ดังออกมาจากส่วนหนึ่งของห้องชุดราคาแพง ทำให้พวกคนทั้งหลายที่เพิ่งเสร็จจากการประชุมต้องเดินแกะรอยตามเสียงพวกนั้นไป เป็นนักสืบน้อยโคนันกันถ้วนหน้าถ้วนตา
“นี่ๆๆ นาย..ว่า..ถ้าจียงใส่น้ำผึ้งลงไปในไก่ต้มโสมรสชาติมันจะประหลาดไหม แอนดี้..”เสียงสดใสจากใครคนหนึ่งดังออกมาทำเอาคนที่ได้ยินมองหน้ากันตาเหลือก อย่าบอกนะคนที่ทำอาหารให้พวกเขากินมื้อนี้คือ จียง
“นายจะบ้าหรอ..อย่าใส่เข้าไปเชียวนะเดี๋ยวมันข้น พี่..พี่ซองกี้ ให้จียงทำอะไร อย่างอื่นดีกว่าเดี๋ยวหม้อนี้ผมทำเอง”อีกเสียงห้ามขึ้นทันที
“เอ่อ จียงนายมานี่ เร็ว มาช่วยฉันเรียงผักนี้ดีกว่า”เสียงที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่าเรียกให้อีกคนมาช่วย
คนที่ยืนฟังทั้งหลายมาหยุดยืนอยู่หน้าประตูพอดี ยืนโผล่หัวกันแอบมองให้พรึ่บ..ไม่กล้าส่งเสียงรบกวนคนที่กำลังทำครัวทั้งสาม
กลิ่นไออบอุ่นของคนน่ารักทั้งสามคนที่ช่วยกันทำอย่างตั้งใจเป็นภาพที่น่าดูชมของคนที่มองเหลือเกินเลย...แม้ว่าจะมีคนที่ดูกระตือรือร้นเสียจนเกินพอดีไปอีกคนก็เถอะ..
แอนดี้ที่กำลังวุ่นวายกับของในหม้ออยากเอาเป็นเอาตายพยายามลองใส่เครื่องปรุงที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อปรุงรสชาติให้กลมกล่อมมากเท่าที่จะทำได้
เฮซองที่กำลังผัดโน่นนี่อยู่กระทะด้านข้างก็เช่นกัน มือแทบจะพันกันกับแอนดี้ ไปด้วย เพราะนอกจากจะต้องจัดการเรื่องตรงหน้าเเล้วต้องคอยดูจียงไปด้วยว่าจะเกิดอยากทำอะไรแผลงๆอีกไหม
เเละคนสุดท้ายจียงที่ดูท่าว่าจะช่วยป่วนมากกว่า กำลังนั่งจัดเรียงผักใบเขียวในมือลงจาน ซึ่งบางส่วนก็ได้รับการตกแต่งเป็นรูปเป็นร่างตามใจคนทำอย่าง..เอ่อ..ส..สวย..สวย...มั้ง..
“เฮ้!! พวกนาย วันนี้มีอะไรให้ใส่ลงท้องบ้างล่ะเนี่ย..”จอนจินตะโกนเสียงดังส่งยิ้มหน้าแป้นเเล้นขึ้นมาก่อน
“ก็..ไก่ต้มโสมที่อยู่ในมือแอนดี้ เเล้วก็หมูผัดกิมจิ เเล้วก็ยำแมงกะพรุนดอง น่ะ ไม่รู้ว่าน้อยไปไหม เพราะว่า มัวเเต่พะวงเรื่อง จียงอยู่เลยไม่เป็นอันทำเลยเนี่ย เเต่จียงก็ช่วยเยอะอยู่เหมือนกันนะ”เฮซองสารภาพความจริงออกมาเล็กน้อย ก่อนจะรีบเเก้ตัวให้อีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเจ้าของชื่อที่โดนพูดถึงก็ยิ้มกว้างตอบรับ
“เอ จียง..นายไปก่อความวุ่นวายอะไรเนี่ยฮึ”เทมโปที่เดินมาพร้อมกันกับคนอื่นเดินเข้าไปโน้มตัวค้อมคนตัวบางเอาไว้ เเกล้งเย้าอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู
“เปล่าซะหน่อย จียงไม่ได้ทำอะไรนะ เทมป์ นายอย่ามาใส่ความจียงดีกว่า”ส่วนคนโดนถามก็หน้าตูมขึ้นมาทันที ถกใจคนขี้แกล้งเป็นที่สุด
“อื้ม...เเต่ทำไมฉันได้ยิน..ว่านายจะใส่น้ำผึ้งลงในไก่ต้มโสมนา..”
“พอเลยๆ นั้นมันผิดพลาดทางความคิดนิดหน่อยเหอะ..”คนตัวเล็กเถียงกลับด้วยน้ำเสียงชักจะรำคาญปน กระเง้ากระงอดเต็มที
“ใช่ พอเลย..ไอ้เทมป์...เมิงมาสวีทกันไม่เกรงใจพวกกรูเลย เดี๋ยว กรูลากวานนี่ กลับบ้านเลยนี่”มินวูผู้เห็นเหตุการณ์บอกอย่างอิจฉา ทำท่าจะลากคนที่ยืนข้างกายไปด้วย
“เหอะ จะไปก็ไปคนเดียวละกันแกน่ะ ฉันจะอยู่เล่นกับแอนดี้ที่นี้ อยากกลับตอนนี้ก็กลับไปคนเดียวละกัน”ดองวานพูดขัดคนรักอย่างไร้เยื่อใยเหลือเกิน
“โธ่ วานนี่จ๋า ง่า....”เล่นเอามินวูหน้าจ๋อยไปเสียถนัดตา แต่ก็สร้างเอารอยยิ้มเเละเสียงหัวเราะให้ทุกคนได้เป็นอย่างดีที่สุด...
“นี่ๆๆ อย่ามัวแต่คุยกันสิคับ เดี๋ยวอาหารชืดหมดหรอ..ก....ง เพล้ง !!!!!”แอนดี้ที่ยืนถือถ้วยแกงหันมาบอก ก่อนที่ของในมือจะพลันร่วงหลุดจากมือ เสียงของที่ตกกระทบพื้นทำให้ทุกสายตาหันมาจับจ้องในทันที
“แอนดี้!! นายเป็นอะไรรึเปล่า”เสียงตะโกนดังของเอริค ผู้ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดถามขึ้น หากคนตัวเล็กก็ยังคงยืนนิ่งไม่ตอบอะไร..หากเสียง พึมพำ เบาๆเรียกให้ทุกคนเงียบลง
“บ..บ้าน..บ้าน..บ..บ้าน”เสียงเบานั้นทำให้เอริคใส่ใจที่จะฟังทันที
“บ้าน หรอ..บ้านอะไร”ชายหนุ่มถามเสียงอ่อน มองตามสายตาของแอนดี้ออกไป จนหยุดอยู่ที่โทรทัศน์จอใหญ่ของเขา
ภาพบ้านเก่าหลังเล็กที่คุ้นตา ไหนบานประตูสีเทาที่เคยผ่านมาก่อนนั้นอีก หากสภาพดูช่างแตกต่างจากรั้งที่เคยได้ไปเยือนสุดใจ
คนตัวเล็กวิ่งออกไป โดยที่คนทั้งหมดก้าวตามออกไปในระยะประชิดด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน
ชีวิตคนเราอย่างที่คนเขาว่ากันเอาไว้ เมื่อมันตกต่ำลง มันก็จะตกลงไปเรื่อย..จนน่าใจหายอย่างภาพที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในโทรทัศน์ ที่คนทั้งหมดมานั่งดูอย่างจดจ่อ...
“เมื่อเวลา สิบแปดนาฬิกา ในเย็นวันนี้ได้มีคนร้าย บุกเข้ารื้อเเละทำลายข้าวของ ภายในบ้านหลังหนึ่งย่านใจกลางเมือง ดูจากการรายงานของทางตำรวจเเล้ว คนร้ายไม่ได้หวังจะชิงทรัพย์เเต่อย่างใด ซึ่งทางตำรวจได้ขอความช่วยเหลือในการตามหาเจ้าของบ้านดังกล่าว ให้มาติดต่อด้วย เพราะในขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าผู้เสียหายเป็นใครกันเเน่” ภาพของนักข่าวสาวที่รายงานสดจากสถานที่เกิดเหตุจริง มุมกล้องต่างๆ ถ่ายเข้าไปภายในตัวบ้านที่ถูกรื้อค้น จนเเทบจำเค้าเดิมไม่ได้เลย...
แอนดี้นั่งมองภาพในโทรทัศน์เครื่องใหญ่ด้วยดวงตาสิ้นหวัง ภาวนาขอให้มีบางส่วนที่หลงเหลืออยู่ในสภาพดี หากคำขอร้องนี้คงส่งไปไม่ถึงพระผู้เป็นเจ้าเสียเเล้ว เพราะแม้โครงสร้างภายนอกจะดูไม่แย่นักแต่ภายในตัวบ้านนั้นแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นเล็ก ครัวขนาดย่อม หรือบริเวณทางเดินแคบๆที่เต็มไปด้วยดอกไม้งดงามที่ร่วมกันปลูกกับคุณยาย คนสำคัญนั้นเอง ทุกอย่างที่เคยอยู่อย่างเป็นระเบียบ กลับกลายเป็นกระจุยกระจายจากการทำของใครบางคนที่ไม่ประสงค์หวังดีรื้อถอนจนเสียหายับเยิน
ที่ๆเคยมีความหมายต่อชีวิตของเขา ที่ๆเคยซุกหัวนอน แอบหมอนอิง เมื่อครั้งวัยเด็ก ซึ่งเต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนดี ของผู้ที่ร่วมกัน กลิ่นไอหอมที่คุ้นเคยจากภายในเเละผู้อยู่อาศัย หรือ ที่ๆเคยคุ้มภัยยามเจ็บไข้ ไม่สบาย หากพอกลับเข้ามาอยู่ใต้ร่มเงาก็พลันหายเป็นปลิดทิ้ง ที่ๆเรียกเต็มปากได้โดยไม่คิดคำนึง ว่านี้ คือ บ้านของเขา..เเต่ตอนนี้ทำลายไปเสียแล้ว
ยิ่งมองก็ยิ่งใจหาย สิ่งมีค่าสุดท้ายที่เก็บถนอมเเละรพยายามรักษาเอาไว้อย่างสุดกำลัง..เขาผิดด้วยหรือ..ผิด ที่ไปข้องเกี่ยวกับสิ่งที่ไม่ควร หรือผิดที่เขาเกิดมาชดใช้กรรมบนโลกอันโหกร้ายนี้กันแน่ เพราะหากเป็นเเบบนั้นจะทำอย่างไรได้ เมื่อต่อจากนี้จะมีอะไรที่ทำให้ได้เสียใจมากกว่านี้อีกเล่า!!!
คนตัวเล็กกัดปากตัวเองแน่นอย่างลืมตัว จนฟันคมนั้นกดลึกลงไปในเนื้ออ่อนของริมฝีปากอิ่ม ทำให้เกิดแผลเป็นรอยเล็กๆ ไม่ไม่ลึกเท่าไหร่ เเต่ก็มากพอจะทำให้เลือดไหลซึมออกมาได้เหมือนกัน พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ร้องไห้ออกมา ไม่อยากให้ใครเห็นว่าอ่อนแอมากเเค่ไหน
เเละไม่ใช่เพียงเเค่ แอนดี้เท่านั้นที่คิดแบบนี้ตัวเฮซองเองก็ไม่ต่างกัน บ้านหลังนั้นคือมรดกชินเดียวที่เหลืออยู่ เป็นของต่างหน้าของพ่อและแม่ ซึ่งพอท่านเสีย คนที่รับทอดจึงเป็นเขาเเละน้องชาย สมบัติที่เหลืออยู่ชิ้นสุดท้ายที่แม้ไม่เลิศหรูเเละไม่ใหญ่โตโอ่อ่า เเต่นั่นก็คือบ้าน
หากคนหน้าสวยเลือกที่จะปล่อยให้มันเป็นไปเสียมากกว่า เเละเก็บงำเอาอารมณ์ของตนเอาไว้ให้ลึกลงไปในสุดก้นบึ้งของหัวใจแทนที่จะแสดงออกมา เขาโตพอที่จะควบคุมความรู้สึกขอตนเองให้ได้เเล้ว ไม่ใช่จะมาฟูมฟายกับของที่พังตรงหน้านี้ ต่อให้เสียใจมากเท่าไหร่ก็ตาม หากจะห่วงก็ห่วงเเต่น้องชายคนเดียวของเขานี้ล่ะ
สายตาคมของเฮซองเหลือบมองน้องชายของตน ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นเลือดหยดเล็กตรงบริเวณปากของแอนดี้ แม้จะไม่มากน เเต่ความเข้มสดของสีทำเห็นได้ชัดว่าเลือดที่มาจากปกแผลนั้น
“แอนดี้!! อ้าปากเดี๋ยวนี้ พี่สั่งให้นายอ้าปากเดี๋ยวนี้!!!”เสียงสั่งดังๆของพี่ชายทำให้เจ้าของชื่อต้องสะดุ้ง ผลอปากออกด้วยความตกใจหันมองคนเรียกอย่างงงๆ ยิ่งทำให้คนหน้าสวยมองเห็นแผลที่ปากชัดมากขึ้นว่ามันลึกมากเเค่ไหน
“นายทำอะไรของนาย เงยหน้าขึ้นซิ กัดปากตัวเองทำไมเนี่ย!!”เฮซองเชยคางมนให้แหงนขึ้นเล็กน้อยเพื่อมองดูให้แน่ใจว่าไม่แย่ไปมากกว่าที่คิด..หากคำถามที่ส่งมา กลับยังไม่ได้รับคำตอบที่ต้องการอยู่ดี
หากเป็นเอริคที่กุลีกุจอไปหาสำลีแผ่นบางชุบน้ำพร้อมกระดาษชำระอีกบางส่วน ซึ่งเฮซองก็รับมาเเต่โดยพร้อมกับทำแผลให้อย่างเบามือ
“นั้น!!..ถามเเล้วยังไม่ตอบอีก...”เฮซองยังคงเค้นถามน้องชายท่ามกลางสายตาของคนทั้งหมด
“ก..ก็..ผมแค่ไม่อยากร้องไห้..ให้ใครเห็นอีกแล้ว”แอนดี้หลุบตาลงต่ำพยายามไม่สบตาพี่ชายตัวเอง ต่างจากทุกครั้ง
เท่านี้ก็ทำให้คนเป็นพี่เงียบได้เเละไม่คิดที่จะอยากถามต่ออีกเลย ร่างโปร่งฉุดน้องชายของตนให้ลุกขึ้น ก่อนจะลากกันหายเข้าห้องนอนเฉพาะกิจที่คาดว่าจะต้องอยู่ไปอีกนานนี้ปิดประตูเงียบหายไปกันสองคน
ทิ้งให้เอาไว้ก็เเต่คนที่สงสัยทั้งห้า เเละคนที่อารมณ์กำลังคุกรุ่นประหนึ่งไฟสุมขอนที่ค่อยๆไม่จากภายใน นานนับวันไปเรื่อยๆ มันจะมอดไหม้ จนคนที่มองไม่ทันรู้ตัว สักวันคงถึงเวลาที่เอริคคงได้ปลิดชีวิตคนที่ริอาจมาจุดไฟนั้นจริงๆ..
*******************************************************************************************
ภายในห้องที่เงียบสงัด..เสียงโทรทัศน์ภายนอกเงียบลงไปเเล้วยิ่งทำให้ค่ำคืนนี้ดูไร้ซึ่งเสียงมากกว่าที่เคย..มีเพียงเเค่พี่ชายที่ยังคงนั่งจ้องน้องของเขาอยู่อย่างนี้ไม่ไปไหน
“เตี้ย..นายเป็นน้องชายของฉันนายก็รู้ใช่ไหม”นี่คงเป็นคำถามเเรกที่ถามขึ้น หากคนตอบเลือกที่จะก้มหน้าแทน
“งั้น..นายก็ร้องไห้ออกมาเถอะ นายเสียใจมากใช่ไหม เพราะฉันก็เสียใจมากเหมือนกัน”น้ำตาเม็ดใสค่อยๆไหลออกมาคลอเบ้าตาคู่สวยเพียงเเต่มันไม่ได้ออกมาโอดโฉมเท่านั้น นั้นไม่ได้มาจากแอนดี้แต่กลับกลายเป็นเฮซองเสียเอง
“พี่..ผมเสียใจ...มันเป็นสิ่งสุดท้าย ที่เราเหลืออยู่ เเต่สิ่งผมเสียใจที่สุด คือเขามาพรากมันไปจากเรา..แล้ว..เเล้วผมจะต้องเจออะไรอย่างนี้ไปถึงเมื่อไหร่ มันไม่เหมือนกับโลกที่ผมเคยอยู่เลย ผ..ผม ผมจะต้องทำยังไง”คนตัวเล็กก็เริ่มร้องไห้ตาม วันเวลาผ่านมา นานเหลือเกินที่ไม่ได้เห็นน้ำตาของพี่ชาย
“บ้านน่ะเราจะช่วยกันสร้างมันขึ้นมาใหม่ เพราะบ้านนั้นมันคือบ้านของเรา เเละนายจำเอาไว้นะ เมื่อชีวิตคนเราเเย่ที่สุดเเล้ว มันจะดีขึ้นมาเอง เกิดเป็นลูกผู้ชายนายต้องอดทน..รู้ไหม”เฮซองปาดน้ำตาของทั้งตัวเองเเละน้องชายออกอย่างเบามือมองน้องตัวเล็กของเขา
เรื่องที่เเอนดี้ต้องเจอมันดูหนักหนาเสียเหลือเกิน..เกินกว่าเด็กผู้ชายซักคนที่มีชีวิตเเสนธรรมดาจะจะทนรับไหว ต่างจากเขา การต้องทำงานเหนื่อยเเละเลี่ยงดูครอบครัวผลักดันให้ต้องเจนโลกไม่เหมือนแอนดี้ เเม้จะเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดก็ตามที
“เเต่ตอนนี้ถ้านายไม่อยากร้องไห้ให้ใครเห็นน้ำตา ก็ร้องมันออกมาเยอะๆ ร้องจนกว่านายจะสบายใจเถอะนะ จนกว่าซักคนที่นายจะร้องไห้ด้วยไม่ใช่พี่..”เฮซองดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดปลอบ อีกไม่นานหน้าที่ของเขาก็จะหมดลง คงต้องส่งมันต่อไปใครอีกคน ที่จะช่วยดูแลเเละมอบความรักให้กับน้องชายเขาได้ ที่สำคัญคนๆนั้น ก็อยู่ไม่ไกลเสียด้วยซิ
คนหน้าสวยเเค่นยิ้มให้กับตัวเองอย่างไม่จริงจังเท่าไหร่นัก คนเราก็คงต้องมีทางเลือกเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะรักมากเพียงใดก็ตาม เเต่เขาก็ต้องส่งต่อให้กับคนที่เป็นอนาคต เขาไม่สามารถดึงแอนดี้ให้อยู่กับเขาตลอดไป ซึ่งซักวันแม้เเต่ตัวเขาเองก็จะได้พบกับคนที่เป็นอนาคตเช่นกัน...
.................................
........................
.............
....
การรอคอยภายนอกที่เเสนอึดอัด เเละชวนให้เงียบเหงา..เหลือเกิน สมาชิกที่อยู่ภายในห้องนั่งเล่นยังคงมีครบตามจำนวนเท่าเดิม ไม่มีใครหนีกับก่อนเเต่อย่างใด เพียงเเค่ เคลื่อนย้ายทัพมานั่งล้อมรอบโต๊ะทานอาหาร ที่มีกับข้าวเย็นวางเรียงอยู่เท่านั้น
สายตาทั้งหกคู่จับจ้องไปอาหารสามอย่าง ที่เย็นจนชืดอย่างไม่นึกมีใจอาวรณ์ จะหยิบตัก ถ้าหากจะพูดให้ถูกคือไม่มีแก่ใจจะกินเอาเสียเลย
“จะเอาไงต่อไปดีเรื่องบ้านแอนดี้น่ะ”ดองวานที่ทนนั่งเงียบต่อไปไม่ไหวจึงถามขึ้น
“ก็...มันเหมือนอยากจะล่อให้เเอนดี้ออกไปมากกว่า ฉันว่า..คงต้องให้ใครซักคนช่วยเป็นธุระเเทนเเล้วน่ะ”เอริคพูดเสียงเอื่อยไม่ต่างจากใบหน้าของตนตอนนี้เลย
“เอางั้นก็ได้ เทมป์นายช่วยไปติดต่อเเจ้งโอนคดีที บอกเขาไปเรื่องเจ้าของบ้านเเละรายละเอียดนะ...”ดองวานหันไปมองหน้าลูกน้องก่อนจะสั่งอย่างเป็นทางการ
“ครับ ผมจะจัดการให้เรียบร้อย ว่าเเต่ผมรู้สึกแค่ว่า เขาต้องการจะก่อกวนเพื่อเรียกแอนดี้ออกมาอย่างที่หัวหน้าริคบอกจริงๆนะ ครับ”เทมโปตอบรับด้วยมารยาท เเล้วจึงเริ่มเปิดประเด็นขึ้น
“ใช่ แถมยังดูอุกอาจเกินไป ไม่เหมือนครั้วที่วางระเบิดเลย”มินวูกล่าวเสริมขึ้นมาด้วยวามช่างสังเกต
“ฉันว่าไม่ใช่กงยู..”หลังจากนั่งฟังเเละใช่ความคิด จอนจินจึงสรุปออกมาได้อย่างที่คิด
“เเต่ถ้าไม่ใช่กงยู..ก็คงเป็นดองวอน เพราะ เท่าที่รู้มา กงยูคงไม่เอาเเอนดี้ไว้เเน่ๆ เเละถ้าเป็นอย่างนั้นจริง กงยูคงไม่เเค่เพียงรื้อบ้านหรอกครับ คงต้องเผาทิ้งเเน่นอน”เทมโปสันนิษฐานต่อไปอีกทอด ซึ่งทุกคนที่นั่งอยู่เห็นจริงด้วยกับเขา
“งั้นก็..เเสดงว่า ตอนนี้สองพี่น้องนั้นต้องไม่ลงรอยกันเท่าไหร่เเล้วซิ..กงยูน่ะ มันไม่ทำอะไรซ้ำซ้อนหรอกนะ”จอนจินแเทงกั๊กออกมาอย่างคนที่คาดเดาได้ถูกทีเดียว
“จะว่าให้มันเป็นอย่างนี้ก็ดีอยู่หรอกนะ เเต่จะว่าร้ายก็ร้าย พวกนายลองคิดดู เพราะตอนเเรก การที่ดองวอนจะทำอะไร ต้องรอคำสั่งจากกงยูใช่ไหม เเต่ตอนนี้กลายเป็นว่า สองคนนั้นอาจจะทำอะไรพร้อมกัน ซึ่งเป็นผลร้ายค่อนข้างมากต่อคนในคุ้มกันของเรา ส่วนเเง่ดีก็คือ ถ้าสองคนนั้นทะเลาะกัน ปัญหาภายในมันก็จะมีผลกระทบต่องานของพวกมันด้วย”ดองวานอธิบายขึ้นมาอย่างละเอียดอีกครั้ง
“เเต่ฉันว่ากงยูไม่ปล่อย ดองวอนนานหรอก รอดูกันไปก่อนละกัน ส่วนช่วงนี้ ขอให้พวกเราอยู่อย่างนี้ไปก่อนซักสองสามอาทิตย์เพื่อดูสถานการณ์เข้าใจไหม จะได้ให้ไอ้แป้นไปเตี๊ยมกับพ่อมันด้วย”เอริคบอกแผนงานคร่าวๆเอาไว้
ซึ่งทุกคนก็ตั้งใจฟังเป็นอย่างดี..ด้วยสายตาที่เเสนมุ่งมั่น..ตอนนี้อาคันตุกะที่พวกเขาต้องคุ้มครองจากการก่อการร้าย ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวนี้ไปจริงๆเสียแล้ว..
********************************************************************************************
TBC






ลุงขา~ รักลูกบ้านที่ชื่อแอนดี้มากกว่าลูกบ้านมินบงซ่ะแล้ว แล้วแบบนี้เมื่อไหร่สกุลอีจะมีลูกสืบสกุลอ่ะค่ะ
เดี๋ยวมีลูกไม่ทันหย๊งหยงกับป๋าโมริคน่ะเอ่อ [โมริค = โมริ + เอริค] ... เอะ! หรือลุงมันห่วงกินไก่แฃ้วเอาแอนดี้มาอ้างหว่า = =?
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~ ใครรื้อบ้านแอนดี้ค่ะ! ลุงกำนันบ้านของลูกบ้านโดนโจรปล้นแล้วอ่ะ ไอสั่งให้โมริคเก็บให้เรียบร้อยด้วยน่ะ แป่วววว~
เอ่อ~ คนแต่งค่ะ!บอกว่าอย่าเรียก "เตี้ย" ไงค่ะ หน้าอีมินหลอกหลอนทุกที
เด๋วแม่ก็ขอริดมินซ่ะให้รู้แล้วรู้แรดเลยนี่~