Fic Please love me my bodyguard part 25
Part 25
“ออกมาได้เเล้ว เรียบร้อยเเล้วน่า”เสียงเอริคจะโกนดังเรียกเพื่อนๆตัวดีทั้งหลายให้ออกมาจากมุมอับเสียที
“อ้าว ออกได้เหรอ...อุตส่าห์รอดูฉากจูบดูดดื่มซะหน่อยไม่มีหรอ”จอนจินพูดขึ้นมาอย่างอดเสียไม่ได้ที่ จะล้อเลียนคนที่กำลังมีความรักอยู่ ณ ตอนนี้
ทั้งที่ในใจนั้น เขาก็แอบเเสดงความยินดีกับเพื่อนโดยการร่วมมือกันก่อการรัก จนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี
“นี่ไอ้แป๊ะ!! น้อยๆหน่อย มาจูบดูดดงดูดดื่มอะไรของเเก นั้นมันน้องชายฉันนะ..”คนหน้าสวยหันไปต่อว่า ชายร่างสูงที่ยืนข้าง จนคนที่ถูกจ้องมองนั้นได้เเต่ยิ้มทำหน้าแป้นเเล้นใส่ ไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวเอาเลย
“นั้นน้องชายนาย..เเต่ฉันน่ะว่าที่แฟน ไม่เป็นไรหรอก.. มีศักดิ์ เเละศรีไม่ต่างกันมาก ได้รับความรักเหมือนๆกันนั้นเเหละ..จริงไหม”จอนจินว่าพลางเย้าแหย่คนตรงหน้าอย่างน่ารักน่าชัง ทำเอาคนหน้าสวยต้องรีบหันหน้าหนี ด้วยว่าตอนนี้หน้าขาวๆนั้นกำลังเปลี่ยนเป็นสีเเดงระบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ..
“ไอ้แป๊ะ จะลามปามมากไปแล้วนะ เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวจมูกหลุด ให้หน้าตาไม่เหมือนชาลี ปาร์คเลยไอ้นี้...”เฮซองเเกล้งง้างมือออก ทำท่าทางประกอบอย่างที่ตนพูด หากคนหน้าแป้นก็ยังทะเล้นยื่นหน้าเข้าหาอีกแน่ะ
“เอาเลยตบเลย เดี๋ยวจะเอาหน้ารับเต็มที่ เห็นเขาว่าถ้าโดนตบเเสดงว่า คนตบน่ะรัก...เอาเลย..เเต่ขอหน่อยเหอะ ตบให้หน้าเหมือนพ่อได้ไหม มันเป็นความภูมิใจน่ะ”จอนจินยืดอก ยื่นหน้าให้อีกฝ่ายลงมือจริงๆ
“ไอ้...แป๊ะ!! ได้คนหน้าหนา!!!”คนหน้าสวยตะโกนเสียงดังสะบัดหน้าเดินหนีห่างออกไป ก็อยากจะวาดมือลงบนใบหน้าที่มันเเลดูรับกับฝ่ามืออยู่หรอกถ้าไม่กลัวเขาเจ็บละก็นะ
โดยที่คนต้นเรื่องพอใจกับการที่ตนโดนต่อว่าเอง ในขณะเดียวกันนั้นที่ผู้คนรอบข้างนั้นพากันยิ้มอย่างชอบใจ...พาลคิดตรงกัน
...คู่นี้ก็คงอีกไม่นานเเล้วซินะ...
บนโลกนี้มีอะไรต่างๆมากมายเกิดขึ้น ทั้งที่เป็นไปตามธรรมชาติ...เสมือนเข็มนาฬิกาที่เดินวนไปเรื่อยๆ หรือบางสิ่งที่เเตกต่างหากเลือกไม่ได้ แม้จะต้องเดินสวนเข็มที่โลกกำหนดมาก็ตามที...
จะทำได้ดีที่สุดก็เพียงเเค่...มีความสุขให้มาก เเละมั่นคงว่าจะไม่เสียใจต่อสิ่งที่ตัวเองได้เลือก..แม้ว่ามันจะไม่ได้สวยหรูเเละได้รับการยอมรับอย่างใครคนอื่นเขาก็ตาม..
เเต่สิ่งที่เกิดในใจของคนเหล่านี้นั้น ไม่ได้ต่างไปจากทุกคนเลย...นั่นคือหัวใจที่เต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์...
.....................................
.............................
...................
........
ความสนุกสนานที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ผ่านพ้นไปด้วยดีเเละมีความสุขกันถ้วนหน้าถ้วนตาทุกคน เพียงเเต่ว่างานเลี้ยงทุกอย่างต่างต้องมีวันเลิกรา
เเขกที่มาเยี่ยมเยือนนั้นกลับไปหมดเเล้วเหลือเพียงเจ้าของบ้าน และคนที่เป็นเจ้าของใจเท่านั้นที่ยังคงช่วยกันเก็บของ..บ้านไม่ได้รกเท่าไหร่นักเพราะก่อนที่อีกสี่คนที่มาจะกลับไปนั้น..ก็เคลียร์ข่าวของกันไปรอบเเล้ว..หากเศษเล็กเศษน้อยที่เหลือรอดนั้นก็ได้รับการทำความสะอาดอย่างดีจากผู้อยู่อาศัย
จนเมื่อบ้านสะอาดเเละทุกคนนั้นเเยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวกันหมด...เหลือเเค่เพียงสองชีวิตเท่านั้นที่ยังนั่งดื่มด่ำชมความงามยามค่ำคืนกันอยู่เพียงลำพังโดยที่ไม่มีใครรบกวน
บนท้องฟ้าที่ทั้งคู่มองทอดขึ้นไปนั้น..มีดาวดวงเล็กอยู่ไม่กี่ดวงให้ได้มองเห็นจากตรงนี้ เนื่องจากหิมะปุยขาวโปรบปรายลงมาเสียเต็มฟ้าบดบังแรงทอประกายสีเหลืองไปบางส่วน หากเจ้าดาวที่แข็งใจบางดวงนั้นก็ยังคงเปล่งแสงเคียงคู่ดวงจันทร์สีนวลไม่ยอมลาจากไปไหน
เช่นเดียวกับคนสองคนที่นั่งเคียงกันศีรษะเล็กแนบอิงแอบบนไหล่กว้าง..โดยที่อีกคนโอบแขนไปรอบเอวบางอยู่ริมหน้าต่างระเบียง..ผ้าห่มผืนหนาถูกห่อคลุมตัวของทั้งคู่เอาไว้เพิ่มความอบอุ่นนอกเหนือจากการสัมผัส..
“ตัวเล็ก..นายชอบดาวไหม..”เอริคเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ เรียกเอาความสนใจจากคนด้านข้างให้หันมามอง..
“ชอบซิครับ ..”คนตัวเล็กหันมายิ้มตอบก่อนจะย้อนกลับไปมองผืนฟ้าอีกครั้ง..อิ่มเอมในหัวใจเหลือเกิน
“นายเห็นดวงที่อยู่ข้างพระจันทร์นั้นหรือเปล่า..ดวงที่เปล่งแสงสว่างมากกว่า ดวงไหนน่ะ”ชายหนุ่มยืดแขนชี้ชวนให้คนตัวเล็กมองตาม เพื่อให้คนรักนั้นได้เห็นสิ่งที่เขาปรารถนาจะให้มอง..
“อื้อ..เห็นเเล้ว..ทำไมหรอ”เเอนดี้แหงนหน้ามองตาม ถามคำถามกลับ ขยับตัวเอียงไปน้อยๆด้วยความอยากรู้เเละอยากเห็นจนผ้าห่มที่คลุมไหล่อยู่นั้นเลื่อนลงมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
กระนั้นเลยคนที่ใส่ใจกลัวว่าคนที่เขาแสนห่วงจะไม่สบายไปนั้น เลื่อนมาดึงกลับขึ้นคลุมคนตัวบางนั้นอีกครั้ง...จึงได้รับรอยยิ้มหวานนั้นแทนคำขอบคุณ
“ฉันอยากให้ดาวดวงนั้นเป็นนายจัง..อยากให้ดาวดวงนั้นที่มันทอแสงอยู่คู่กับดวงจันทร์เหมือนฉัน....กับนาย”เสียงทุ้มนั้นเปล่งออกมาเรื่อยๆ..อย่างน่าฟังพาลเอาคนฟังได้เเต่ยกยิ้มกว้างในน้ำคำหวาน..
ไม่เคยคิดเลยว่าคนที่เขาเเอบรักมาก่อนนั้นจะมีบางด้านที่เขาไม่เคยสัมผัส..ทั้งความอาทร เอาใจใส่ เเละความหวานในอารมณ์นั้นเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่น่าชื่นใจ ขนาดตัวเองเป็นผู้ชายยังอดเขินอายไม่ได้เลย
“ก็ว่าไปนั้น..ดาวดวงเล็กๆอย่างผมจะไปทำอะไรได้..”คนตัวเล็กเลี่ยงความกระดากของตนด้วยการสมองไปทางอื่นไม่ยอมสบตาคนที่หันมามองเขาอย่างเต็มตา
จนต้องก้มลงมองสิ่งที่อยู่บนข้อเท้าของตนอีกครั้ง ช่างสวย...มีค่า...คู่ควรที่จะให้มันพันธนาการเอาไว้เช่นเดียวกับหน้าที่ของมันจริงๆ..ล่ามไว้ทั้งร่างกายเเละหัวใจ
“นายไม่รู้เหรอว่าถ้าไม่มีดวงดาว พระจันทร์ก็คงไม่มีความหมายอะไร...เเละเมื่อนั้นก็จะไม่มีน้ำขึ้นน้ำลง..ไม่กลางวันเเละไม่มีกลางคืน..อยู่เป็นดวงดาวอย่างนี้เเหละดีเเล้ว..ตัวเล็ก”เอริคทอดยิ้มละมุนให้อีกคนได้ชื่นใจ..จนตัวเองต้องแอบรอบยิ้มกว้างตาม..ดีใจเหลือเกิน ดีใจจนเกินจะเอ่ย..
ความรักมันดีอย่างนี้เองซินะ มันสวยงามหาคำบรรยายเทียบไม่ได้เลยจริงๆ...จนเมื่อได้มาพบเจอด้วยตัวเอง จึงทำให้รู้ว่าการที่โลกของเรานั้นหมุนไปด้วยมือของใครบางคนนั้นก็ไม่เลวเลย
ดวงตาทั้งคู่นั้นเงยขึ้นสบกันช้าๆ ถ้อยคำที่เคยคิดอยากเอื้อนเอ่ยพลันมลายหายไปสิ้นเมื่อมันต่างถูกพูดแทนด้วยสายตาที่ถ่ายทอดหากันเป็นภาษาแห่งรัก
เงาจากชายหนุ่มที่ทอดร่างนั้นค่อยๆพาดผ่านไปยังคนตัวเล็กที่เงยหน้าขึ้นมอง..ไม่ยอมหลบตาอีกคนด้วยเช่นกัน ประหนึ่งมนต์สะกดที่กำลังตาตรึงไม่ให้หันหนีไปได้ จนเมื่อทั้งคู่เคลื่อนตัวเข้าใกล้
ปากหนาจึงจุมพิตลงเบาๆที่ริมฝีปากอิ่มนั้นเบาๆอย่างอ่อนโยน เเละเบาบาง..ไม่มีการจาบจ้วง หรือรุกล้ำได้..เพียงเเค่อยากบอกผ่านรอยจูบเเรกที่แสนหวานให้มันตราตรึงใจของเราสองคนเหลือเกินว่ารัก...เเละรักมากเพียงใดกัน..
ให้ดวงดาวที่เคียงจันทร์นั้นเป็นพยานแห่งรักของเราว่า..เราจะรักกันอย่างนี้ตราบนานเท่านาน...
************************************************************************************
....เวลาความสุขของคนเรามันช่างสั้นนัก!!!....นี่คงเป็นความคิดของใครบางคนที่นั่งนิ่งๆทำหน้าเซ็งอยู่หน้าแฟ้มคดีที่ยังไม่ได้ลงปิดจำนวนหนึ่ง..ในบ้านของตัวเอง
เอริคกรอกตาไปมาตามแฟ้มอย่างถี่ถ้วนเเละรัดกุมเต็มที่สำหรับแฟ้มคดีที่อยู่ตรงหน้า..เหตุที่เขาต้องมนั่งดูมันอยู่อย่างนี้เพราะว่าทุกคดีนั้นสาวมาจาดต้นตอที่ที่กำลังทำการคุกคามคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าคนรักแบบสดๆร้อนเขาอย่างอุกอาจอยู่น่ะซิ
ตั้งเเต่เช้าวันนี้ทั้งวันเอริคยังไม่ได้เจอหน้าของเเอนดี้เลยซักนิดทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ พอรู้ตัวอีกทีตอนเดินออกมาจากห้องนอน ก็พบกับข้อความสั้นๆที่ถูกเขียนทิ้งเอาไว้พร้อมกับกองเอกสารจำนวนหนึ่งโดยเพื่อนซี้หน้าแป้นเสียเเล้วว่า
‘...เอกสารคดีสำคัญย้อนหลังที่เมิงขอไอ้เอ็ม ตรวจเช็คให้เสร็จนะเว้ย....จากจอนจิน’
แถมวันนี้ก็เป็นอีกวันที่จอนจินต้องเข้าบ้านใหญ่เพื่อไปทำเรื่องเเละตอนเย็นนั้นต้องมีการนัดคุยเรื่องแผนที่ต่อยอดกันต่อไปอีก จึงต้องรีบสรุปทั้งหมดนี้ให้เสร็จ
เท่านั้นล่ะเลยต้องขนเข้ามานั่งเทียบนั่งอ่าน ตั้งเเต่เช้าไม่ได้หยุด เขาต้องละเอียดรอบคอบอย่างมาก ระมัดระวังในทุกตัวอักษรที่ผ่านตา เพราะบันทึกคดีเหล่านี้ช่วยได้มากในเรื่องความปลอดภัยของเเอนดี้
ปากกาในมือถูกขีดเขียนลงบนแผ่นกระดาษด้วยลายมือหวัดๆของตน รูปลูกษรถูกเชื่อมโยงกันไปมาเพื่ออธิบายแผนผังความคิดของตนเอง..
เท่าที่เขาได้อ่านมาทั้งหมด..เส้นสายของกงยูดูจะไม่ธรรมดาเอาเสียเลย..เท่าที่ดูเเล้ว ที่ผ่านมาบางคดีถ้าไม่ใช้แพะรับบาป ก็ไม่สามารถปิดลงโดยที่ผู้รับผิดชอบคดีนั้นปลดประจำการหรือถอนตัวไปเอง ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเกี่ยวกับการค้ายาเสพติดเเละมนุษย์เสียมาก จะมีเรื่องอาวุธเถื่อนหรือก็ประปราย..
จนแล้วจนรอดเมื่อผ่านเข้าสู่ชั่วโมงที่สี่ของการรวบรวมข้อมูลจึงแล้วเสร็จจนได้ ยิ่งทำให้ตกใจกับข่าวสารใหม่ที่ทำให้ได้รู้ว่ามีเงินสกปรกหมุนเวียนในประเทศจำนวนมหาศาล โดยที่ผู้คนอีกมากมายก็ล้มตาย เดือดร้อนไปเพราะคนๆนี้ คิดเเล้วมันช่างน่าเจ็บใจ ที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎ์อย่างเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ..
มือหนาคว้าเอาโทรศัพท์ข้างกายขึ้นทำท่าจะหมุนไปยังเบอร์โทรศัพท์หากเเล้วก็เปลี่ยนใจ..เปลี่ยนเป็นการพิมพ์ข้อความไปแทน..
‘จัดการธุระเสร็จเเล้วช่วยรีบเข้ามาที่บ้านด่วน..มีงานที่ต้องจัดการโดยเร็วเสีย’ข้อความนั้นถูกส่งออกไปให้อีกสองหมายเลขที่แสนคุ้นตา ซึ่งเขาจ้องมองดูที่หน้าจอโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องเล็กอีกซักพักจนแน่ใจว่ามันจะถูกส่งไปถึงผู้จริงๆจึงค่อยวางมันกลับไปไว้ที่เดิม เหลือเเต่ก็เเค่รอเวลาที่จะได้เจอกับเพื่อนอีกสองคนเท่านั้น
ส่วนสิ่งที่หวังอยู่ในใจลึกๆนั้นก็หนีไม่พ้น..หากมีคนที่ต้องล้มตายจากความละโมบของคนชั่วช้าเเล้วล่ะก็..เขาก็ยอมเป็นคนที่เห็นเเก่ตัวหากใครจะมองเเบบนั้น เเต่คำขอเดียวที่ดูแร้งน้ำใจนั้นคือ
...ขอให้คนที่ต้องมีอันได้รับอันตรายไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ อย่าเป็นแอนดี้ก็พอ!!!!...
***************************************************************************************
เมื่อเวลาอันสมควรได้มาถึง..สมาชิกที่ชายหนุ่มรอคอยวันนี้หลังจากเอริคนั่งจัดการงานเสร็จก็มาถึง..
ผู้เมื่อเยือนทั้งสองคนเเละเจ้าบ้านอีกสองคนนั่งล้อมโต๊ะหน้าเครียดกันอีกครั้งในรอบสามสี่วันที่ผ่านมา เมื่อวานยังมีเเต่ความสุขอยู่เลย..เเต่วันนี้กลับต้องมานั่งตีหน้าเครียดอีกเเล้ว
ความสุขของเมื่อวานตอกย้ำให้รำลึกถึงความจริงอันโหดร้าย..ว่าคนที่เขารักเละผืนดินที่เรียกได้ว่าบ้านเกิดเมืองนอนยังไม่ผ่านพ้นอันตรายไปได้เลย...สิ่งที่จะทำได้ดีเพียงอย่างเดียวนั้นก็คือ...ทำให้เรื่องเลวร้ายนี้มาถึงตอนจบเสียที
“จอนจินนายได้เรื่องว่ายังไงบ้าง.....บ้าง....”เอริคถามขึ้น หลังจากเอารายงานที่ตัวเองสรุปขึ้นมาวางเอาไว้บนโต๊ะ..ในขณะที่ตาก็เเอบชำเลืองมองออกไปด้านนอกห้องทำงานที่ประตูเปิดเเง้มเอาไว้นิดๆ จนสามารถมองเห็นคนที่นั่งดูซิทคอมไปหัวเราะเสียงดังไม่เกรงใจคนในห้องทำงานเลยเเม้เเต่นิดเป็นครั่งเเรกในรอบของวัน
ยิ่งดึงเอาความสนใจของคนที่กำลังตั้งใจทำงานเเละเเยกเรื่องส่วนตัวในเวลาเดียว จนคนที่นั่งๆอยู่ด้วยกันต้องเดินไปปิดประตูลง
“เฮ้ย...โฟกัสเว้ยโฟกัส...โฟกัสหน่อยๆ....เเหม...ข้างใหม่ปลามัน ด่ากรูๆ วันนี้เจอเองเป็นไงล่ะเมิง โหยซิเมิงโหย...อยากออกไปเจอล่ะซิ...โอ้ย!!!!!!! วานนี่อะ”มินวูเเอบกระเเนะกระเเหนเพื่อซี้อยากออกรสออกชาติเนื่องจากว่าตัวเองโดนเขาล้อมากมาก่อน ถึงทีเอาคืนเเล้วก็ต้องขอบ้าง
“อย่าไปล้อเขาได้ไหม..เดี๋ยวพอเขาตัวเองก็หน้าจืดอีกหรอก”คนที่เเอบเอามือทุบเเขนคนข้างกายได้เเต่ห้ามปรามอย่างสุดใจ เพราะสุดท้ายเขาก็โดนหางเลขไปด้วยทุกที
“ใช่ไอ้เอ็ม เมิงเงียบเเดกใบ้เลยก็ได้...เอาใหญ่เลยนะเมิง...เออ เเล้วไงก็กรูอยากเจอเเล้วไง...ใครว่ะเอางานมาให้กรูเเต่เช้า กินข้าวก็ยังไม่ได้กินซักคำ”เอริคโวยวายออกมาอย่างอารมณ์เสีย ทำเอาคนโดนพาดพิงหันมามองตาโต
“เกี่ยวอะไรกับกรู...กรูเเค่ทำตามที่เมิงบอกไม่ใช่ไง ไม่เห็นเเอนดี้เเล้ววิบอย่ามาโยนขี้ให้กรู เดี๋ยวมีโดนดีดนะเมิง ”จอนจินที่ละมือจากแผ่นงานของตนเงยหน้าขึ้นมาพูดบ้าง เเน่ล่ะไอ้นี่ไม่ได้เจอแฟน มีพาลเว้ย!!
“ใครบอก..กรูเเค่หิวข้าวไม่ใช่เพราะเรื่องเเอนดี้ซะหน่อย..”เอริคว่าเสียอ่อยหยิบแผ่นกระดาษของตัวเองขึ้นมาเขี่ยเล่นทำเป็นปกปิด
“เเน่ใจนะเเค่หิว...ได้เดี๋ยวกรูหาอะไรมาให้กิน..เอาให้ถึงที่เลยนะเพื่อนเอริคที่รัก เเถมมีคนป้อนให้ด้วย...”มินวูส่งยิ้มตาปิดมาให้เพื่อนที่เเลดูมีความหวังบนใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อน
“เดี๋ยวกรูออกไปเอามาให้ เเล้วเมิงก็กินในนี้ ส่วนคนป้อนเดี๋ยวกรูป้อนให้นะ เพื่อนรัก!!!”ว่าเเล้วก็ลุกขึ้นเดินออกไปเพื่อหาอะไรให้เพื่อนกิน
ท่ามกลางสายตาอึ้งกิมกี่ของคนที่หมายใจ กับปากค้างๆ ในเวลาเเบบนี้มันทำให้รู้สึกว่า เอริคเองก็มีช่วงเวลาที่หน้าขำอย่างนี้ไม่เเพ้กัน..เเละไม่ใช่มินวูเท่านั้นที่นั่งขำกับสิ่งที่เห็น..อีกสองชีวิตก็กำลังนั่งอั้นมันเอาไว้จนแทบไม่ไหว..
หากคนที่ตั้งท่าจะเปิดประตูกลับหันมาบอกอย่างไร้เยื่อใยตัดความหวังสุดท้ายเอาไว้ว่า...
“เพื่อนรัก...วันนี้...เมิงกับกรูวางเเผนกันไม่เสร็จ ก็ไม่ต้องออกจากห้องนี่ล่ะ..เดี๋ยวกรูจะอยู่เป็นเพื่อน..รักเมิงจังเลย...”ชายหนุ่มจึงปิดประตูตามออกไปท่ามกลางเสียงหัวเราะของทั้งดองวานเเละจอนจินโดยมีเสียงโหยหวนของชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่ไม่สามารถต่อต้านเเขกได้
“ไอ้เพื่อนเลว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”.......................
ว่าเเต่........สรุปแล้วว่าเเต่วันนี้จะได้คุยไหมงานน่ะ....พ่อสี่หนุ่ม!!!
********************************************************************************************
TBC




(แล้วตรูจะโดนแม่ยกเขาตบคืนไหมเนี่ย)
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด ~ จูบแล้ว (เว้ย) ค่ะ
ต่อไปก็ NC เลยน่ะฮ่ะ ... แต่ขอคู่ มินวานนี่น่ะ
ริคดี้เบื่อแหละ ฮี่ ~
ปล. เด๋วกลับมาเมนท์ให้ใหม่อีกทีน่ะค่ะ